กำเนิดพิธีบูชาข้าวพระ

วันที่ 14 กย. พ.ศ.2558

 

กำเนิดพิธีบูชาข้าวพระ

 

โอวาทหลวงปู่วัดปากน้ำ  ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ
โดยสิงหล 10 ก.ย.58

กำเนิดพิธีบูชาข้าวพระ
         เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำละสังขารแล้ว แม่ชีทองสุข สำแดงปั้น และแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ก็ได้ประคับประคอง ดูแลกันมาตลอด ทั้งด้านการปฏิบัติ และการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ตามคำบัญชาของหลวงพ่อ ที่ได้มอบหมายไว้ก่อนมรณภาพ

          ในช่วงที่รอผู้สืบทอดมาหาที่วัดปากน้ำ แม่ชีทั้งสองได้ค้นคว้าการบูชาข้าวพระ แบบเข้าถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดการบูชาข้าวพระ  โดยการค้นคว้าครั้งนี้ถือว่า การบูชาข้าวพระเป็นวิชชาที่สำคัญที่สุดวิชชาหนึ่ง แม่ชีจันทร์และแม่ชีทองสุขได้ค้นคว้ามาด้วยกัน

        ในเรื่องนี้ แม่ชีจันทร์เล่าว่า
          "สมัยก่อนอยู่บ้านนอก เคยก่อเจดีย์ทราย พอมาอยู่วัดปากน้ำประมาณ 2-3 ปี ที่วัดปากน้ำมีคลองรอบๆ เห็นเรือบรรทุกทรายผ่านมาข้างวัด เพื่อใช้ก่อเป็นเจดีย์ทรายในวัด จึงเอาทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์  แล้วชวนแม่ชีทองสุขนำขึ้นไปถวายพระพุทธเจ้าบนนิพพาน เห็นชัดเจนว่า สามารถนำขึ้นไปได้"

          ตั้งแต่นั้นมาทุกวันพระ แม่ชีทองสุขกับแม่ชีจันทร์ จะชวนกันทำอาหารแล้วบูชาข้าวพระ นำของละเอียดขึ้นถวายพระพุทธเจ้าทุกพระองค์บนพระนิพพานถ้วยชามที่ใส่ที่มีอยู่เป็นชามบิ่น เลยเปลี่ยนเลือกเอาถ้วยดีๆ ชามดีๆ ใหม่ๆ นำขึ้นไปถวาย ทำอย่างนี้มาเรื่อย สมัยก่อนวัดปากน้ำไม่มีใครเขาทำกัน แม่ชีทองสุขกับแม่ชีจันทร์ขยันและซอกแซก หยาบเราก็ต้องทำ ละเอียดเราก็ต้องทำ ได้ศิษยานุศิษย์มากมาย ในระยะหลังๆ คุณแม่อาจารย์ทองสุขประจำอยู่วัดปากน้ำและสั่งสอนอยู่ดังเดิม แต่ภายหลังมีโรคภัยมาเบียดเบียนหลายโรคด้วยกัน

          กล่าวคือ เมื่อเริ่มต้น พ.ศ2504 ได้ป่วยเป็นโรคหัวใจวายก่อน จากนั้นโรคต่างๆก็แทรกซึมเข้ามาเป็นเงาตามตัว คือ ความดันโลหิตสูง ริดสีดวง เบาหวาน และสุดท้ายโรคมะเร็งที่มดลูก คุณแม่อาจารย์ทองสุข ถึงแม้จะถูกโรคร้ายคุกคามเช่นนั้น ก็ไม่เคยละหน้าที่ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ผู้เป็นอาจารย์ได้มอบหมายไว้เลย จนสุดท้ายได้บอกกับแม่ชีจันทร์ผู้ดูแลปรนนิบัติอยู่เคียงข้างว่า
"มันกินทะลุหมดแล้ว คงอยู่ไม่ไหวแล้ว" และได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2506 เวลา 19.35 น. ณ บ้านพักวัดปากน้ำภาษีเจริญด้วยอาการสงบ 

         หลังจากนั้น แม่ชีจันทร์ก็ได้ช่วยดูแลสั่งสอนลูกศิษย์ของแม่ชีทองสุขสืบต่อมา และปฏิบัติตามคำสอนในเรื่องการปฏิบัติและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย อย่างเคร่งครัด และได้ละสังขาร เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2543 สิริรวมอายุได้ 92 ปี และวันฌาปนกิจคือ วันที่ 3 กุมภาพันธ์
 นับได้ว่าแม่ชีผู้เป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้งสองท่านสร้างคุณประโยชน์อันมหาศาลแก่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย ให้แผ่ขยายมาตราบเท่าทุกวันนี้

 

(เรื่องเล่าโดย แม่ชีจันทร์ ขนนกยูง บุคคลยุคต้นวิชชาเล่ม 2)