ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: นักขัตตชาดก ประโยชน์คือฤกษ์

นักขัตตชาดก

ประโยชน์คือฤกษ์

 

                 ณ พระเชตวันมหาวิหาร…วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางความสงบของวัดแต่ในเมืองสาวัตถี กลับมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจาก “คำพูดคนคนเดียว”เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชีวกคนหนึ่งนักทำนายฤกษ์ยามที่ผู้คนให้ความเชื่อถือมากเรื่องมันเริ่มจากงานมงคลของครอบครัวหนึ่ง… งานแต่งที่ควรจะเป็นวันแห่งความสุขมีกุลบุตรชาวบ้านนอกคนหนึ่ง เดินทางเข้ามาในกรุงสาวัตถีเขามีลูกชายวัยหนุ่ม และอยากหาคู่ครองให้ลูก

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%871.png

 

                   หลังจากติดต่อพูดคุยกันอยู่นานเขาก็ไปสู่ขอกุลธิดาคนหนึ่งในเมืองให้ลูกชายของตนทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยกำหนดวันแต่งงานชัดเจน“วันนั้นแหละ จะมารับตัวเจ้าสาวไป”ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยแต่แล้ว…ปัญหาก็เกิดขึ้นในวันนัดจริง“วันนี้ฤกษ์ดีไหม?”

 

            เช้าวันนั้น ครอบครัวฝ่ายชายกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางแต่หัวหน้าครอบครัวเกิดลังเลขึ้นมาเขานึกถึงอาชีวกคนหนึ่งที่มักเข้ามาในตระกูลเป็นคนที่ชอบดูดาว ดูฤกษ์ ทำนายดวงชะตาเขาจึงเดินไปถามด้วยความหวังดีว่า“พระคุณเจ้า วันนี้ผมจะทำงานมงคลฤกษ์ดีไหมครับ?”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%872.png

 

                  แต่เขาไม่รู้เลยว่า…คำถามนี้กำลังไปจี้ใจดำคนผิดคน อาชีวกผู้เก็บความโกรธไว้ในใจอาชีวกคนนั้นจริงๆ แล้ว “ไม่พอใจอยู่ก่อนแล้ว”เขาคิดในใจว่า“ตอนแรกจะกำหนดวันแต่งงานเองก็ไม่ถามเราวันนี้จะไปเอาเจ้าสาวแล้ว ค่อยมาเห็นหัวเราเนี่ยนะ?”ความรู้สึกน้อยใจผสมความโกรธ ทำให้เขาอยากเอาคืนเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนรู้จริงว่า“วันนี้ฤกษ์ไม่ดีถ้าฝืนทำงานมงคลวันนี้ จะพินาศหนักแน่อย่าไปเลย”

 

 

                 คำพูดนั้นเหมือนตอกตรึงใจคนทั้งบ้านฝ่ายชายได้ยินแล้วหน้าซีดต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างลังเลสุดท้าย…พวกเขาเลือก “เชื่อ”ไม่ไป…ทั้งที่อีกฝ่ายเตรียมพร้อมแล้วฝ่ายเจ้าสาวในเมืองสาวัตถีเตรียมงานไว้ครบทุกอย่างแล้วข้าวของพร้อมญาติพี่น้องมาพร้อมบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

 

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%873.png

                   แต่รอเท่าไหร่…ฝ่ายชายก็ไม่มาจากความหวัง กลายเป็นความอึดอัดจากความยินดี กลายเป็นความเสียหน้าญาติๆ เริ่มพูดกันดังขึ้นทีละคน“เขานัดวันนี้ แล้วไม่มาแบบนี้จะให้เรารอไปทำไม?”อีกคนเสริมทันที“หรือเขาดูถูกเรา?หรือเปลี่ยนใจ?”ในที่สุด ฝ่ายหญิงตัดสินใจเด็ดขาด“ไม่ต้องรอแล้วงานพร้อมขนาดนี้ จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้ยกให้ตระกูลอื่นเถอะ!”แล้วพวกเขาก็ยกธิดาให้ตระกูลอื่นทันทีใช้งานแต่งที่เตรียมไว้เดิมนั่นแหละ

 

                  วันรุ่งขึ้น…ฝ่ายชายมาแบบมั่นใจรุ่งเช้า ครอบครัวชาวบ้านนอกเดินทางมาถึงด้วยความคิดว่า“เมื่อวานฤกษ์ไม่ดี วันนี้คงดีแล้ว”พวกเขาเดินเข้าบ้านฝ่ายหญิง แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า“ส่งตัวเจ้าสาวให้เราเถอะ เรามารับแล้ว”แต่ทันทีที่พูดจบ…คนในบ้านฝ่ายหญิงถึงกับอึ้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธ

 

                 คำด่าที่เจ็บยิ่งกว่าถูกตบชาวเมืองสาวัตถีพูดกันเสียงดัง“พวกท่านนี่สมกับเป็นบ้านนอกจริงๆนัดวันไว้แล้วไม่มาแล้ววันนี้เดินมาหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?”บางคนพูดแรงกว่านั้น“ไร้มารยาท! ไร้ความรับผิดชอบ!”แล้วเจ้าบ้านก็พูดตัดบทอย่างเด็ดขาดว่า“กลับไปเถอะพวกเรายกเจ้าสาวให้คนอื่นไปแล้ว”

 

                ฝ่ายชายตกใจเหมือนฟ้าผ่า“อะไรนะ!? ให้คนอื่นแล้ว?”พวกเขาพยายามเถียง“เราก็อยากมาเมื่อวาน แต่เราถามอาชีวกแล้วเขาบอกว่าฤกษ์ไม่ดี ถ้าฝืนจะพินาศ เราเลยไม่กล้ามา!”แต่ฝ่ายหญิงสวนกลับทันที“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา?เรานัดวันไว้แล้ว พวกท่านไม่มาเองเราจะให้คนทั้งงานมานั่งรอเสียหน้าไปทำไม?”

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%874.png

 

                ทะเลาะกันยับ…สุดท้ายเสียทุกอย่างจากคำพูดธรรมดา กลายเป็นการทะเลาะรุนแรงสองฝ่ายเถียงกันไปมาเสียงดังจนคนทั้งละแวกได้ยินแต่ไม่ว่าจะพูดยังไงความจริงก็เปลี่ยนไม่ได้เจ้าสาว…ถูกยกให้คนอื่นไปแล้ว

 

                สุดท้ายฝ่ายชายได้แต่กลับบ้านมือเปล่าพร้อมความอับอายและความเจ็บใจเรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่จนกระทั่งลามไปถึงหมู่ภิกษุในวัด ในธรรมสภาภิกษุทั้งหลายประชุมกันในธรรมสภาต่างพูดถึงเรื่องนี้ด้วยความไม่สบายใจ“อาชีวกคนนั้นทำร้ายงานมงคลของคนอื่นแท้ๆเพราะอคติส่วนตัวชัดๆ”

 

               ไม่นาน พระพุทธเจ้าก็เสด็จมาแล้วตรัสถามว่า“ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอกำลังสนทนาเรื่องอะไรกันอยู่?”ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องทั้งหมดพระพุทธเจ้าทรงฟังเงียบๆ ก่อนตรัสว่า“ภิกษุทั้งหลายเรื่องแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดวันนี้แม้ในอดีตกาล อาชีวกคนนี้ก็เคยทำลายงานมงคลคนอื่นเพราะความโกรธเหมือนกัน”แล้วพระองค์ทรงเล่าเรื่องอดีตชาติ… อดีตกาล…กรุงพาราณสีครั้งหนึ่งในสมัยพระเจ้าพรหมทัตชาวเมืองพาราณสีไปสู่ขอลูกสาวชาวชนบท

 

               ตกลงวันแต่งงานกันเรียบร้อยพอถึงวันนัด ชาวเมืองก็นึกขึ้นได้ว่าควรถามอาชีวกเรื่องฤกษ์จึงไปถามว่า“วันนี้ฤกษ์ดีไหม?”อาชีวกคนนั้นก็โกรธเหมือนเดิม“พวกนี้กำหนดวันเอง แล้วค่อยมาถามเราดี…งั้นเราจะขัดขวางมัน!”เขาจึงตอบว่า“วันนี้ฤกษ์ไม่ดีถ้าทำงานมงคลจะพินาศ!”ชาวเมืองเชื่อ จึงไม่ไปรับเจ้าสาวฝ่ายชนบทก็ไม่รอยกลูกสาวให้ตระกูลอื่นทันทีรุ่งเช้า ชาวเมืองมาถึงแล้วจะรับตัวเจ้าสาวแต่ถูกปฏิเสธทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันหนักมากไม่มีใครยอมใคร

 

                บัณฑิตผู้พูดความจริงแบบสั้นๆ แต่แทงใจขณะนั้นเอง มีชายผู้หนึ่งเป็นบัณฑิตเดินทางมาทำธุระในชนบทเขาได้ยินชาวเมืองพูดว่า“เราไม่มาเมื่อวานเพราะอาชีวกบอกว่าฤกษ์ไม่ดี”บัณฑิตคนนั้นฟังแล้วส่ายหน้าก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนเงียบกริบเขากล่าวว่า…“ฤกษ์จะมีประโยชน์อะไร?ประโยชน์นั่นแหละคือฤกษ์ถ้าได้เจ้าสาวตามกำหนด นั่นก็คือฤกษ์ดีที่สุดแล้วแล้วดาวบนฟ้าจะช่วยอะไรได้?”

 

                จากนั้นเขากล่าวเป็นคาถาว่า“ประโยชน์ผ่านพ้นคนโง่ ผู้มัวคอยฤกษ์ยามอยู่ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้”คำพูดนั้นเหมือนตื่นทุกคนจากความหลงงมงายแต่ก็สายไปแล้วเจ้าสาวถูกยกให้คนอื่นชาวเมืองกลับไปมือเปล่าเหมือนเดิม กลับสู่ปัจจุบัน

 

พระพุทธเจ้าตรัสสรุปว่า“ภิกษุทั้งหลายอาชีวกในอดีตนั้น ก็คืออาชีวกในวันนี้ตระกูลเหล่านั้นก็คือตระกูลในวันนี้ส่วนบัณฑิตผู้กล่าวคาถา…ก็คือเราตถาคต”

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล