ความแตกต่างของราคะ โทสะ และโมหะ

วันที่ 23 ตค. พ.ศ.2558

 

ความแตกต่างของราคะ โทสะ และโมหะ


ราคะ มีโทษน้อย คลายตัวช้า
โทสะ มีโทษมาก คลายตัวเร็ว
โมหะ มีโทษมาก คลายตัวช้า

 

          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจำแนกความแตกต่างของ ราคะ โทสะ และโมหะไว้ดังนี้


ราคะ มีโทษน้อย คลายตัวช้า เช่น บางคนปราถนาเป็นคู่รักกันข้ามชาติแม้ความตายมาพรากชีวิต แต่พรากความรักไม่ได้


โทสะ มีโทษมาก คลายตัวเร็ว เช่น คงเคยได้ยินคำว่า อารมณ์ชั่ววูบ บันดาลโทสะ พอทำไปแล้วมาเสียใจขอขมากันทีหลัง


โมหะ มีโทษมาก คลายตัวช้า เช่น หลงผิด หลงทาง เมื่อเจอปัญหาชีวิตก็หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย  พวกนี้จะเป็นผังติดตัวไป เกิดมาเป็นมนุษย์เมื่อเจอปัญหา ก็จะหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตายซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

          กิเลสเห็นได้ด้วยตาภายใน แต่ตาภายนอกเห็นได้แต่อาการของกิเลสเหมือนคนกินยานอนหลับ ฤทธิ์ของยาจะทำให้เกิดอาการง่วงนอน คนกินชา กาแฟ ฤทธิ์ของชา กาแฟ จะทำให้เกิดอาการตาแข็ง ตาสว่าง ฉันใด


อาการของโลภะ เมื่อเข้าครอบงำจิตใจจะทำให้เป็นคนไม่ซื่อ คดโกง หลอกลวง ฉ้อฉล ปอกลอก
อาการของโทสะ เมื่อเข้าครอบงำจิตใจจะทำให้เป็นคนคิดทำลาย ทำร้ายประโยชน์ และความสุขของคนอื่น
อาการของโมหะ เมื่อเข้าครอบงำจิตใจ จะทำให้เป็นคนหลงผิด หลงใหลไม่ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ไม่คำนึงถึงคุณโทษ ประโยชน์ ไม่ใช่ประโยชน์ ฉันนั้น

 

         หน้าที่ของกิเลสคือ กดให้สรรพชีวิตตกต่ำลงไปเรื่อยๆ จะได้ไม่สามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด กดให้ไปในมหานรก ไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ก็ลำบากยากจน อายุสั้น มีโรคมาก จะละชั่วทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใสก็ยากเย็นแสนเข็ญ เวลาวิบากกรรมส่งผลจะส่งผลตามกาลเวลา

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ "วงจรชีวิต ฉบับชีวิตในกามภพ "

พระครูวินัยธรไพบูลย์  ธมฺมวิปุโล