การเงินราบรื่นครองเรือนราบเรียบตามหลักพระพุทธองค์

วันที่ 07 ธค. พ.ศ.2558

การเงินราบรื่นครองเรือนราบเรียบตามหลักพระพุทธองค์

 

        โบราณกล่าวไว้ว่า ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน ถ้ารักกันชอบกันแล้วจะกัดก้อนเกลือกินก็สู้ แต่นั่นคืออดีตเพราะในอดีตเป็นสังคมเกษตรกรรม ในสมัยอยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประเทศไทยมีประชากรแค่ประมาณ 1 ล้านคนเท่านั้น ที่ดินนั้นแทบไม่ต้องซื้อขาย ขอให้ขยันอย่างเดียวพอ ใครจะไปหักร้างถางพงที่ไหนก็ทำกินได้ เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ หรือป่าสงวนแห่งชาติรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนทำเกษตรกรรม แค่ขยันอย่างเดียวก็มีที่ดินทั้งประเทศให้ทำกิน สมัยก่อนทำไร่ทำนาใช้ต้นทุนไม่มาก ต้นทุนจริงๆ คือความขยันหมั่นเพียร

 

        ในปัจจุบันถ้าพูดว่า " กัดก้อนเกลือกิน " นี่ถือว่าเป็นปัญหาเหมือนกัน บางคนจึงคิดว่าหาคู่ครองรวยๆ ไว้ก่อนดีกว่าจะได้กินอยู่สุขสบายแต่ความเป็นจริงแล้วบางคู่อยู่กินกันก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ไม่กี่เดือน ก็มีปัญหาแยกทางกันแล้ว อยู่กินกันไม่ยืดเหมือนกัน ไม่ว่าจะมีทรัพย์มากเท่าไหร่ แต่ถ้าอัธยาศัยเข้ากันไม่ได้ก็เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ทุกเรื่องต้องอาศัยการบริหารจัดการ

 

       ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการเงิน เราควรทำอย่างไร ชีวิตการครองเรือนถึงจะราบรื่น ซึ่งหลายคนอาจมุ่งไปที่ว่า ควรมีการวางแผนจัดการเรื่องการเงินอย่างรัดกุม แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามุ่งเน้นไปที่ คุณธรรมของคน ถ้าคู่ครองมีคุณธรรมอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วรายละเอียดหลักการอื่นๆ จะลงตัวตามไปเองซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หลักการในเรื่องเตรียมการด้านการเงินไว้ใน " ทีฆชาณุสูตร " 

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " The Lover รักเป็นจะเห็นใจ "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ