สวดพระปาฏิโมกข์ ตายนคาถา

วันที่ 19 มค. พ.ศ.2559

สวดพระปาฏิโมกข์
ตายนคาถา

สวดพระปาฏิโมกข์ ตายนคาถา

 

ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม กาเม ปนูท พฺราหฺมณ
นปฺปหาย มุนิ กาเม เนกตฺตมุปปชฺชติ.
กยิรา เจ กยิราเถนํ ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม
สิถิโล หิ ปริพฺพาโช ภิยฺโย อากิรเต รชํ.
อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกฏํ
กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.
กุโส ยถา ทุคฺคหิโต หตฺถเมวานุกนฺตติ
สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ นิรยายูปกฑฺฒติ.
ยงฺกิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ สงฺกิลิฏฺฐญฺจ ยํ วตํ
สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ น ตํ โหติ มหปฺผลนฺติ.

 

คำแปล ความหมาย

คาถาตายนเทพบุตร
      ท่านจงพยายามตัดตัณหาเพียงดังกระแสน้ำเสีย  จงถ่ายถอนกามทั้งหลายเสียเถิดนะพราหมณ์ เพราะพระมุนีไม่ละกามทั้งหลายแล้ว จะเข้าถึงความเป็นคนผู้เดียวไม่ได้  ถ้าจะทําก็พึงทํากิจนั้นเถิดแต่พึงบากบั่นทํากิจนั้นให้จริง  เพราะสมณธรรมเครื่องละเว้นที่ย่อหย่อน ยิ่งโปรยโทษดุจธุลีความชั่วไม่ทําเสียเลยดีกว่า   เพราะความชั่วย่อมเผาผลาญในภายหลัง ความดีทํานั่นแหละดีกว่าเพราะทําแล้วย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง  หญ้าคาอันบุคคลจับไม่ดี  ย่อมบาดมือนั่นเองฉันใดคุณเครื่องเป็นสมณะอันบรรพชิตลูบคลําแล้วชั่ว  ย่อมฉุดไปนรกฉันนั้นการงานอันใดอันหนึ่งที่ย่อหย่อนด้วย   วัตรอันใดที่เศร้าหมองแล้วด้วย พรหมจรรย์อันใด ที่ตนระลึกด้วยความรังเกียจด้วย กิจ ๓ อย่างนั้น ย่อมเป็นของไม่มีผลมาก  ดังนี้..

 

 


อ้างอิงบทสวดและคำแปลจาก 
http://www.dmc.tv/forum/uploads/post-323-1156305445.ipb