มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้จักตนเอง

วันที่ 01 มีค. พ.ศ.2559

 

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้จักตนเอง

 

มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้จักตนเอง

               คนเราทุกคนอยู่กับตัวเองมาตั้งแต่เกิด แต่หาคนที่จะรู้จักตัวเองได้ยากเต็มที ทั้งนี้เพราะสรีระร่างกายมนุษย์ บังคับเราให้มองออกไปแต่ข้างนอก ไม่ได้มองเข้ามาข้างในตัว เราจึงไม่เคยมองเห็นหน้าตนเองเลย เห็นแต่หน้าคนอื่น เราเลยไม่ค่อยวิจารณ์ตนเองแต่ชอบไปวิจารณ์ผู้อื่นแทน ถ้าเรารักษาศีล ฝึกสมาธิ ทำใจให้สงบจนเป็นนิสัยถึงแม้จะมองไม่เห็น หน้าตนเองเด่นชัด แต่จะมองเห็พฤติกรรมผิดชอบชั่วดี ที่ตนทำเด่นชัดขึ้นทุกวัน เพราะผลจากการรักษาศีล สวดมนต์ทำสมาธิ เป็นประจำทุกวัน ทำให้ใจของเราโล่งโปร่งเบาสบาย จิตเป็นสุขสงบ ลด ละ เลิก สิ่งเศร้าหมอง เช่น ความโลภ โกรธ หลง เหล้า บุหรี่ อบายมุข ความนึกคิดในการมองโลกจะเปลี่ยนไป เราจะรู้จักการให้อภัยและมองผู้อื่นในแง่บวกมากขึ้น ที่สำคัญจะรู้จัก
ตนเองมากขึ้นเช่นกัน

ก่อนเกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน?
              ใครคิดว่าตนเองเก่ง เจอ 3 คำถามนี้ ต้องยอมเหมือนกัน เพราะยากที่จะตอบ วันที่เราคลอดออกมาเราต่างไม่รู้ว่า เราคือใคร เรามาจากไหน เราอยู่ที่ใด พอเติบโตขึ้น ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบการศึกษาระดับต่างๆตั้งแต่การศึกษาภาคบังคับจนถึง ระดับปริญญา เราจะเรียนรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ว่า เราอยู่ในโลก โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่หมุนรอบตัวเอง และโคจรอยู่ในจักรวาลที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง แต่คำตอบที่ว่า เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน ตายอย่างไร ตายเมื่อไหร่ ตายแล้วจะกลับมาเกิดอีกหรือไม่ ต่างยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยรู้ความจริงเกี่ยวกับตนเองเลย
               แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่มนุษย์กลับไม่ชอบทุ่มเทค้นคว้าหาคำตอบ กลับมองว่าเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องลี้ลับมากเกินไป เอาเวลาที่เหลือไปศึกษาเรื่องนอกตัวที่ง่ายและสบายกว่า ต่างพากันมองข้ามเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับตนเองไปเสียสิ้น


องค์ประกอบของมนุษย์
                 มนุษย์ประกอบด้วยกายและใจ กายมนุษย์ประกอบด้วยธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประกอบกันขึ้นมาเป็นอวัยวะ น้อยใหญ่ในร่างกายมนุษย์ส่วนใจเป็นธาตุรู้อยู่ในตัวเป็นธาตุละเอียดเห็นได้ยาก ใจชอบคิดชอบเที่ยวและสามารถเปลี่ยนเรื่องคิดได้ เร็วมาก เรื่องที่หนึ่งคิดยังไม่ทันจบเรื่องที่สองเข้ามา เรื่องที่สองยังไม่ทันจบเรื่องที่สาม สี่ ห้า หก ไล่เรียงคิว คืนไหนนอนไม่หลับคิดได้ตั้ง 100 เรื่อง แต่ไม่จบสักเรื่องหนึ่ง พอเช้าตื่นขึ้นมาหน้าตาอ่อนระโหย นี่คือใจของเรา ใจเราควรจะเป็นสิ่งแรกที่เรารู้จัก แต่ปรากฏว่า เราชอบไปรู้จักใจคนอื่นมากกว่าใจตัวเอง แต่ไม่ได้รู้จักใจเขาจริงแท้แน่นอน จึงชอบมานั่งกลุ้มใจ ประเภทรู้หน้าไม่รู้ใจ

 

............................................................................

จากหนังสือ ความดีสากล
โดย " พระราชภาวนาจารย์ (เผด็จ ทตฺตชีโว)