พุทธะอุทานะคาถา

วันที่ 11 เมย. พ.ศ.2559

พุทธะอุทานะคาถา

 

พุทธะอุทานะคาถา

        ยะทา หะเว ปาตุภะวันติธัมมา
อาตาปิโน ฌายะโต พราหมะณัสสะ
อะถัสสะกังขา วะปะยันติสัพพา
ยะโต ปะชานาติสะเหตุธัมมังฯ
        ยะทา หะเว ปาตุภะวันติธัมมา
อาตาปิโน ฌายะโต พราหมะณัสสะ
อะถัสสะกังขา วะปะยันติสัพพา
ยะโต ขะยัง ปัจจะยานัง อะเวทิฯ
       ยะทา หะเว ปาตุภะวันติธัมมา
อาตาปิโน ฌายะโต พราหมะณัสสะ
วิธูปะยัง ติฏฐะติมาระเสนัง
สูโรวะโอภาสะยะมันตะลิกขันติ

 

 

พุทธอุทานคาถา

      เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ณ โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ ก็ประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั้น ตลอด ๗ วัน โดยไม่ได้เสด็จลุกจากที่ประทับ ได้ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปยาท คือ เหตุที่ทำให้กองุทข์ทั้งปวงเกิดขึ้น และการดับไปแห่งกองทุกข์ ทั้งปวง ตลอดทั้ง ๓ ยามแห่งราตรี สิ้นเวลา ๗ วัน ครั้นทรงทราบแน่ชัดแล้ว จึงได้ทรงเปล่งพระอุทานขึ้นดังนี้. 

         เมื่อสิ้นปฐมยามแห่งราตรี ทรงเปล่งพระอุทานขึ้นว่า 

       เมื่อใดธรรมทั้งหลาย คือ อริยสัจทั้ง ๔ ปรากฎชัดแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ด้วยฌาณและปัญญา เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมอันตรธานหายไป เพราะพราหมณ์นั้น มารู้แจ้งซึ่งธรรมว่า อวิชชาเป็นต้นเหตุให้เกิดมีสังขารอันเป็นต้นเหตุให้เกิดกอวทุกข์ทั้งปวง ฯ

 

         เมื่อสิ้นมัชฌิมยามแห่งราตรี ทรงเปล่งพระอุทานขึ้นว่า 

      เมื่อใดธรรมทั้งหลาย คือ อริยสัจทั้ง ๔ ปรากฎชัดแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ด้วยฌาณและปัญญา เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมอันตรธานหายไป เพราะพราหมณ์นั้นได้รู้แจ้งแล้วว่า เหตุที่ทำให้กองทุกข์ทั้งปวงเกิดขึ้นนั้น ได้สิ้นไปแล้ว ฯ

 

          เมื่อสิ้นปัจฉิมยามแห่งราตรี ทรงเปล่งพระอุทานขึ้นว่า 

      เมื่อใดธรรมทั้งหลาย คือ อริยสัจทั้ง ๔ ปรากฎชัดแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ด้วยฌาณและปัญญา พราหมณ์นั้นย่อมกำจัดเสนามารให้พินาศไปเสียได้ ย่อมดำรงจิตอยู่ด้วยความรู้แจ้งสว่างโพลง ประดุจดังพระอาทิตย์ทำให้อากาศในท้องฟ้า สว่างอยู่ด้วยรัศมีฉะนั้นแล ฯ

 

 


** อ้างอิงจาก หนังสือสวดมนต์แปล วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี