ความดีสากลกับวิธีการกำจัดทุกข์อย่างยั่งยืน

วันที่ 24 พค. พ.ศ.2559

ความดีสากล วิธีกำจัดทุกข์แบบยั่งยืน

      ความดีสากล ๕ วิธีป้องกันและกำจัดทุกข์แบบยั่งยืน เวลาคนเรามีความทุกข์จะหาวิธีดับทุกข์แบบแปลก เช่น ไปกินเหล้าคิดว่าเมาแล้วลืม หายทุกข์แต่ผลคือไม่ยั่งยืน ตื่นขึ้นมาเมาค้างปวดหัว ทะเลาะกับภรรยา ทำของหาย เสียทรัพย์ กลับไปเพิ่มทุกข์อีก ไปเที่ยวเตร่เฮฮากับเพื่อนฝูง กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง กินลมชมวิว ลืมได้ชั่วครู่ชั่วยามเป็นทุกข์ต่อไปอีกเพราะไปแก้ที่ปลายเหตุ

ความดีสากล , วิธีกำจัดทุกข์ , พระราชภาวนาจารย์

 

    การป้องกันแก้ไขทุกข์อย่างถาวร คือ หมั่นทำใจให้ใสๆ แล้วจะเห็นทุกข์ชัด จะสามารถเห็นวิธีแก้ไข เกิดกำลังใจแก้เหตุแห่งทุกข์นั้น การหมั่นทำใจให้ใสสะอาด อานุภาพมันเหลือคณานับ ให้หมั่นท่องเอาไว้ว่า ทุกคนมีปัญหา ๔ ปัญหา ปัญหาในโลกมีเท่าไหร่ สรุปเหลือแค่ ๔ ปัญหาเท่านั้น หากไม่ถูกฝึกให้ดูแลช่วยเหลือตนเองเป็นตั้งแต่เด็ก จะเสียนิสัยและสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

๑. ปัญหาที่เกิดจากสรีระของเรา เกิดมาเป็นมนุษย์พอคลอดจากครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น เริ่มแต่ความหิวกระหาย ร้อน หนาว ปวดหนัก ปวดเบา โรคภัยไข้เจ็บสารพัด ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันจบ หมุนเวียนกันไปเช่นนี้ตลอดไป เป็นปัญหาที่ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนต้องเผชิญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ชนชั้นใดเหมือนกันหมดนี่คือทุกข์ที่เกิดจากสรีระของเราหรือจะเรียกว่าสรีรทุกข์ ก็ได้

๒. ปัญหาที่เกิดจากการอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เป็นหมู่คณะ เป็นองค์กร เมื่ออยู่ร่วมกันแล้ว ใครไม่ดูแลทุกข์ที่เกิดจากสรีระให้ดี จะเพาะนิสัยไม่ดีเอาไว้ แล้วมากระทบกระทั่งตอนอยู่ร่วมกัน หนุ่มสาวรักกันใหม่ดูทั้งหล่อทั้งสวยเหมาะสมกันดี พอแต่งงานมาอยู่ด้วยกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย เพาะนิสัยสกปรก ไม่เป็นระเบียบ ไม่ตรงต่อเวลา ไม่สุภาพ จิตใจไม่มั่นคงมาแต่บ้านอยู่กันได้ไม่นานย่อมต้องเลิกร้างกันไป เพราะทนกันไม่ได้ ไม่ได้เป็นพระเอกนางเอกอย่างที่คิด ต้นตอมาจากนิสัยไม่ดีจากการไม่ดูแลทุกข์ในสรีระนั่นเอง

๓. ปัญหาจากการทำมาหาเลี้ยงชีพ คนเราเกิดมาเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันโดยนิสัย ความขยัน สติปัญญา และปัจจัยอื่นๆอีกมากการทำมาหาเลี้ยงชีพโดยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้ทรัพย์มาใช้จ่ายเพื่อการบริโภค เพื่อซื้อหาปัจจัย๔ มาใช้มาอาศัยเพื่อการดำรงชีวิต อาชีพมีอยู่ ๒ ประเภท คือ การประกอบอาชีพโดยสุจริตกับการประกอบอาชีพโดยไม่สุจริตเราจะลำบากยากจนขนาดไหน ควรประกอบอาชีพที่สุจริต เพื่อไม่ต้องระแวงภัยจากทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สุจริต เช่น ลักขโมย จี้ ปล้น หลอกลวง ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติดค้าของเถื่อน ตัดไม้ทำลายป่า มือปืนรับจ้าง เป็นต้น ภัยจะเกิดกับตนเองและคนในครอบครัว ทั้งในชาตินี้และติดตามตัวไปชดใช้กรรมต่อในชาติหน้า ต่อไปอีกด้วย

๔. ปัญหาจากกิเลสตัวเอง เราต้องทำความเข้าใจกับคำว่า "กิเลส" ว่าคืออะไร ก่อนอื่นต้องรู้ว่าคนเราประกอบด้วยกายกับใจ    กายประกอบด้วยธาตุ ๔ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นธาตุที่เรามองไม่เห็น แต่จับต้องได้ ทันทีที่ทารกคลอดออกมาจากครรภ์มารดา กายจะมีศัตรูติดมาด้วย คือพวกเชื่อโรคต่างๆ ติดมาตั้งแต่คลอด แล้วบ่อนทำลาย ให้แก่ ให้เจ้บ และในที่สุดก็ตาย เพราะมันฝังมาตั้งแต่เกิด แต่ยังออกฤทธิ์ไม่ได้เพราะร่างกายคนเรายังมีสภาพแกร่งอยู่ วันหนึ่งเมื่อร่างกายอ่อนล้า อาการแก่ อาการเจ็บ จะกำเริบขึ้น เนื่องจากมีเชื่อโรคอย่างอื่นผสมโรงเข้าไปภายหลัง กระทำจนอาการถึงตายได้ในวันหนึ่ง

    ใจ ประกอบด้วยธาตุรู้ ซึ่งตาเนื้อมองไม่เห็น ใจเป็นธาตุรู้ มีสิ่งหนึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นธาตุละเอียดแต่สกปรกมาก เรียกว่า "กิเลส" ทำให้ใจขุ่นมัว เมื่อกิเลสเข้าไปแทรกอยู่ในใจ มันละเอียดยิ่งกว่าใจ เอากล้องจุลทรรศน์ไปส่องก็ส่องไม่เจอ เพราะโดยปกติเรามองใจไม่ค่อยจะเห็นอยู่แล้ว พิษของมันคือ เมื่อมันอาละวาดแล้ว ทำให้โลภอยากได้ของคนอื่น ทำให้โกรธ ทำให้หลง ทำให้โง่

     ใจของคนเราปกติต้องใสอย่างกับเพชร หรืออย่างแว่นที่เช็ดดีแล้ว แต่ว่าตั้งแต่เกิดมีกิเลสฝังอยู่ในใจ ทำให้ใจขุ่น ใจสกปรก ทำให้อารมณ์ไม่ดี ทำให้โดนหลอกง่าย อุปมาเหมือนแว่นเปื้อนฝุ่นอย่างหนึ่ง เปื้อนโคลนอย่างหนึ่ง เปื้อนสีหรือย้อมด้วยสีอีกอย่างหนึ่ง ย่อมทำให้มองเห็นไม่ชัด จึงถูกหลอกได้ง่าย เช่น หน้าแล้ง เอาหญ้าแห้งให้ม้ากินมันก็ไม่กิน ไม่รู้จะหาหญ้าสดที่ไหนให้มันกิน ไปเอาแว่นกระจกสีเขียวมาใส่ให้มามันกินเอาๆ ใจถ้าขุ่นทำให้เห็นไม่ตรงตามความจริง พอๆกับฝุ่นเปื้อนแว่น อาจจะเห็นสวยเกินจริง หรือน่าเกลียดเกินจริง หูได้ยินสิ่งที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง

     ในกรณีเดียวกัน รูปหล่อ ออกปานนั้น กว่าจะรู้ฤทธิ์หมดน้ำตาไปเป็นโอ่ง รสเหล้าบาดคอทุกครั้งที่ดื่มบอกว่าอร่อย กลิ่นบุหรี่เหม็นแทบตายกลายเป็นหอมเสียงไอ้หนุ่มที่ฟังแล้วเพราะกว่าเสียงเตือนของแม่ แม่บอกว่าอย่าไปไว้ใจไอ้หนุ่มคนนี้ เพราะใจขุ่น เสียงของแม่เลยกลายเป็นเสียงขัดคอไป ไม่ว่าตา หู จมูก ลิ้น สัมผัสทางกาย เมื่อกิเลสเข้าแทรกแล้วจะไม่ตรงตามความเป็นจริงทั้งสิ้น ของไม่น่าได้ก็จะเอา ของไม่น่าโกรธก็จะทำลาย ของไม่น่าหลงก็จะหมกมุ่นทำให้เสียหาย ต้องบอกว่ากิเลสเป็นตัวร้าย

     อุปมาว่ากิเลสเหมือนตะกอนที่ทำให้น้ำขุ่น เมื่อร้ำขุ่น กุ้งหอยปูปลามีอยู่ก็มองไม่เห็น กิเลสเหมือนไมฌครชิฟที่ฝั่งติดแน่นไว้ในใจตามธรรมดา นักสัตววิทยา เมื่ออยากรู้ชีวิตของสัตว์ก็เอาไปโครชิฟฝังไว้ในตัวสัตว์ป่า สัตว์ทะเลน้ำลึก จับได้แล้วก็ปล่อยคืนกลับถิ่นที่อยู่ไป เช่น เสือ สิงโต งูขนาดใหญ่ ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาฉลาม เต่าทะเล นกอินทรี เป็นต้น แล้วก็นั่งดูในจอภาพที่เชื่อมต่อสัญญาณไว้ จะเห็นว่าสัตว์แต่ละตัวไปทำอะไรบ้าง แต่ยังบังคับสัตว์ต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ได้

      แต่ไมโครชิฟที่ฝังใจในคน คือกิเลส สามารถบังคับใจให้โลภ ให้โกรธ ให้หลงได้ กลายเป็นตัวอันตรายที่อยู่ในใจเหมือนเชื้อโรคที่อยู่ในกายตลอดเวลา

    ต้องทำใจให้ใส ในเมื่อกิเลสทำให้ใจขุ่นและกิเลสฝังในใจมาตั้งแต่เกิด มันละเอียดมาก มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ จะเห็นได้ต่อเมื่อทำสมาธิ จนกระทั่งข้างในสว่างกว่าตะวันเที่ยง จึงจะเห็นหน้าเห็นตามันชัด เห็นด้วยว่าเมื่อกิเลสเข้าไปอยู่ในใจทำให้คนเราโลภ โกรธ หลง ทำให้ใจเสื่อมคุณภาพ ส่งผลให้เห็นอะไรไม่ตรงตามความเป็นจริง เมื่อเรายังต้องใช้และหาปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงชีวิต เมื่อกิเลสเข้าไปในใจทำให้เราใช้ปัจจัย ๔ ไม่เป็น ไม่ประหยัด เราก็เลยเป็นคนขี้โรค เสียทรัพย์ เหนื่อยเกินเหตุทุกวัน เช่น เรารักษาสุขภาพไม่เป็น รักษาความสะอาดไม่เป็น ทำให้เราขี้โรค เสียทรัพย์ เราไม่รู้จักพอ เห็นอะไรอยากได้ไปหมด ทำให้เราเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็น อันที่จริงทุกข์จากสรีระของเราจำเป็นต้องแก้ปัญหาก่อน ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ ในการแก้ไขปัญหาทุกชนิดให้เริ่มต้นดังนี้

ประการที่ ๑ ดูการใช้ปัจจัย ๔ ของเรา อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม บ้านที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค หรือการป้องกันโรค ให้เหมาะสมพอดี จะช่วยให้สุขภาพกายของเราแข็งแรงสมบูรณ์

ประการที่ ๒ ปฏิบัติความดีสากลไปพร้อมๆ กันเริ่มต้นที่ความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสุภาพอ่อนน้อม การตรงต่อเวลา และการมีสมาธิจิตตั้งมั่น

    ความดีสากล ทั้ง๕นี้ เป็นความดีที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้โดยง่าย นอกจากจะทำให้ตัวเองไม่เป็นทุกข์แล้ว ยังทำให้สังคมสงบสุขขึ้น รวมทั้งทำให้มีการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะความดีสากลไม่ขัดกับความเชื่อ ลัทธิ ศาสนา และศีลธรรม ไม่ขัดต่อกฏหมาย นโยบายรัฐบาล ไม่ขัดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ความดีสากลไม่ใช่ฝึกครั้งเดียวได้ เพราะความสกปรกออกจากตัวมนุษย์ทุกวัน ทุกวินาที ความสะอาดก็จะต้องรักษากันตลอดชีวิต ถ้าไม่รักษามันก็สกปรก ถ้าสกปรกเดี๋ยวก็ไม่มีระเบียบ เพราะฉะนั้นความดีสากลเริ่มที่ความสะอาด จะเป็นผลให้เกิดความมีระเบียบ ความสุภาพ การตรงต่อเวลา และการมีสมาธิจิตตั้งมั่นตลอดชาติ

     เปรียบเสมือนอะไร เราอาบน้ำทุกวัน ลองไม่อาบน้ำสักวันจะเป็นอย่างไร ถึงเบื่อก็ต้องอาบ ต้องรักษาความสะอาดกันตลอดชาติ ตราบใดยังอยู่กับคนหมู่มาก อยู่กับสังคม ต้องรักษาความเป็นระเบียบกันตลอดชาติ ต้องรักษาความสุภาพอ่อนน้อมกันตลอดชาติ ต้องรักษาการตรงต่อเวลากันตลอดชาติ ไม่อย่างนั้นสุขภาพพัง สังคมพัง เศรษฐกิจพัง ต้องรักษาการมีสมาธิจิตตั้งมั่นกันตลอดชาติ หนีไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่งานหนัก ถ้าทำได้แล้วทำกันทั้งชาติก็กลายเป็นนิสัย และพัฒนาเป็นคุณธรรม ศีลธรรม เป็นธรรมะ เป็นบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป

 

ความดีสากล ๕ ทำที่ไหน

    ต่างคนต่างทำที่ ๕ ห้องชีวิตของตัวเอง ฉันอยู่หอพัก อยู่ทาวน์เฮ้าส์ อยู่คอนโดมิเนียม ไม่ได้มีบ้านจะไปหา ๕ ห้องที่ไหน เพราะมีอยู่ห้องเดียว แม้จะอยู่ห้องเดียวแต่มันมี ๕ กิจกรรมหลักของชีวิตมนุษย์ ๕ กิจกรรมหลักนี้เป็นกลไกแห่งความเจริญ ความเสื่อมตลอดชีวิตของมนุษย์

ความดีสากล , วิธีกำจัดทุกข์ , พระราชภาวนาจารย์

    วัฏจักรชีวิตมนุษย์ เช้าตื่นขึ้นมาออกจากห้องนอนหรือเตียงนอน ถามว่าไปไหนก่อน แน่นอนต้องไปห้องน้ำก่อนอันดับแรก ไปห้องน้ำเสร็จแล้วจะไปไหน ไปห้องครัวเพราะหิวต้องกิน กินเสร็จแล้วไปไหน ไปห้องแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวสายไปทำงานไม่ทัน แต่งตัวแล้วไปไหน เดินทางไปห้องทำงาน เลิกงานแล้วไปไหน ทำธุระเสร็จแล้วต้องมาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว แล้วก็เข้าครัวเพราะหิว พออิ่มแล้วก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำทำธุระส่วนตัว เรียบร้อยเข้าห้องนอน อ่านหนังสือ ดูข่าวเตรียมนอน

     ตกลงในชีวิตมนุษย์มีอยู่ ๕ ห้อง และทั้ง ๕ ห้องนี้ก็มีกิจกรรมใหญ่มีงานใหญ่แตกต่างกันออกไป ที่เราจะต้องฝึกความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสุภาพอ่อนน้อมการตรงต่อเวลา และการมีสมาธิจิตตั้งมั่น ถ้าทำแล้วจะเกิดผลดีต่อตัวเราอย่างยิ่ง จะสามารถแก้ทุกข์ แก้ปัญหาต่างๆ ให้กับเราได้ไม่มีขีดจำกัด

 

เมื่อทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้น 

     สิ่งหนึ่งที่เราบางทีไม่ได้มอง ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ คือนิสัยของตน คนเราจะมีความรู้มากแค่ไหน การศึกษาจะสูงแค่ไหน จะร่ำรวยขนาดไหน ถ้านิสัยไม่ดีถ้าว่าอันตราย ใครคบก็อันตรายใครเข้าใกล้ก้อันตราย แต่ว่าถ้านิสัยดี ความรู้จะมีมากน้อยแค่ไหน ฐานะยากดีมีจนอย่างไร จะหล่อจะสวยจะขี้เหร่อย่างไร ทุกอย่างไม่สำคัญหมดขอให้นิสัยดีเท่านั้นและนิสัยสำคัญที่จะต้องมี ก็นิสัยที่มาจากความดีสากล ๕ ประการนี้

 

 

................................................................................................................
จากหนังสือ ความดีสากล
โดย พระราชภาวนาจารย์   วิ.(เผด็จ ทตฺตชีโว)