ลูกศิษย์ขอความเป็นธรรมให้พระเทพญาณมหามุนี

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2559

ลูกศิษย์ขอความเป็นธรรมให้พระเทพญาณมหามุนี
 

พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส

      วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มลูกศิษย์พระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกกล่าวหาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศ 

       พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มลูกศิษย์พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกกล่าวหาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ว่า กลุ่มองค์กรชาวพุทธและลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นธรรมต่อพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) จึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มลูกศิษย์ในจังหวัด ปทุมธานี สระบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และยะลา เป็น 5 จังหวัดนำร่อง ได้ไปยื่นหนังสือขอความเป็น ในวันที่ 3 – 4 พฤกษภานี้

      สำหรับการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมครั้งนี้ เพื่อช่วยปกป้องให้ความเป็นธรรมแก่พระเทพญาณมหามุนี  โดยไม่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี ในคดีพิเศษที่ 27/2559  ตามรายละเอียดดังนี้

1. ในสำนวนคดีพิเศษที่ 146/2556 พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) มีฐานะเป็นพยานในคดี (เอกสารแนบที่ 1)  

2. นายธรรมนูญ อัตโชติ  ได้กล่าวหานายศุภชัย ศรีศุภอักษร  ว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน และกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี ว่ากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมทั้งร่วมกันรับของโจร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ทำสำนวนแยกขึ้นมาเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559  อีกคดีหนึ่ง  โดยซ้ำซ้อนกันกับคดีพิเศษที่ 146/2556  และ 63/2557  ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนไม่ทำตามคำสั่งของพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ โดยการที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แยกมูลคดีบางส่วนออกจากคดีเดิม มาตั้งเป็นสำนวนคดีพิเศษใหม่ที่ 27/2559   จึงเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน  ขัดต่อหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”  ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เอกสารที่ 1)

3. พระเทพญาณมหามุนี รับบริจาคโดยเปิดเผย ท่ามกลางคนจำนวนมาก และการรับบริจาค                 ของวัด ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศล และพระภิกษุ ซึ่งเป็นบุคลากรสาธารณกุศล เพื่อนำปัจจัยที่ได้รับบริจาคไปใช้ในกิจการทางศาสนา เช่น สร้างศาสนสถาน หรือศาสนวัตถุ ซึ่งในกรณีนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้รับบริจาค และผู้บริจาค อันเป็นกิจการโดยทั่วไปที่เกี่ยวกับศาสนาโดยเปิดเผย และบุคคลทั่วไปรวมทั้งผู้บริจาคสามารถตรวจสอบได้ ย่อมไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงิน หรือรับของโจร (เอกสารแนบที่ 2)

4. นายศุภชัย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เงินที่นำมาบริจาคทำบุญให้กับวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นเงินยืมมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ  และได้ใช้คืนเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ครบถ้วนแล้ว (เอกสารแนบที่ 3)

5. คณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี ได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้รับเงินไปแล้วทั้งหมด 684.78 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 370.78 ล้านบาท คณะศิษยานุศิษย์ฯ ได้มอบเช็คให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ไปเรียบร้อยแล้ว  และทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จึงถอนฟ้องพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย  พร้อมทั้งทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและทางอาญากับพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย และได้ทำหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี (เอกสารแนบที่ 4)