สามเณรสานุ ผู้ถูกยักษิณีเข้าสิง

วันที่ 10 สค. พ.ศ.2559

สามเณรอรหันต์
สามเณรสานุ
ผู้ถูกยักษิณีเข้าสิง

สามเณรอรหันต์ สามเณรสานุ ผู้ถูกยักษิณีเข้าสิง

    สานุสามเณร แม้จะยังเยาว์ก็สามารถแสดงธรรมเทศนาได้แกล้วกล้าและไพเราะเกินตัว เทศนาทุกครั้งจะมี เทวดา ยักษ์ และอมนุษย์มาฟังด้วยเสมอ ท่านจึงเป็นที่เคารพของอมนุษย์และเทวดาจำนวนมาก ได้มียักษิณี (คือยักษ์ผู้หญิง) ตนหนึ่งซึ่งเคยเป็นมารดาในอดีตชาติของสามเณรมาฟังธรรมเทศนาของสามเณรอยู่เป็นประจำ ต่อมาวันหนึ่งสามเณรสานุเติบใหญ่ คิดจะลาสิกชา (สึก) ออกไปใช้ชีวิตฆารวาส ทำให้นางยักษิณีตนนั้นขัดขวางไม่ให้สึก เข้าสิงร่างสามเณรสานุ ทำให้สามเณรล้มทั้งยืนตาเหลือกน้ำลายฟูมปาก ดิ้นไปดิ้นมา และกล่าวว่า

     "ยักษ์จะไม่มารังแกผู้รักษาศีลประพฤติพรหมจรรย์  หากสามเณรรู้สึกตัวเมื่อไร ขอเณรอย่าได้ทำบาปในที่ลับหรือที่แจ้งและอย่าคิดสึกเด็ดขาด หากคิดจะทำหรือกำลังทำก็ตาม แม้นเหาะได้ดังนกก็มิอาจหนีพ้นจากทุกข์ได้เลย"

       เมื่อกล่าวจบก็ออกจากร่างสามเณรไป ส่วนโยมมารดาของสามเณรสานุผู้เป็นมนุษย์ก็พูดให้สติว่าการคิดสึกออกจากเพศพรหมจรรย์ก็เปรียบเหมือนกับอยากจะตกลงไปในกองเถ้าที่ร้อนอีก  สามเณรสานุคิดได้และรู้สึกสลดสังเวชใจ จึงขอบวชตลอดชีวิต ต่อมาพระภิกษุสานุได้ฟังธรรมจากพระบรมศาสดา ทำให้ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ท่านได้เป็นกำลังสำคัญยิ่งของกองทัพธรรม เป็นพระธรรมกถึกผู้เชี่ยวชาญเทศนาธรรม มีชื่อเสียงเลื่องลือกระฉ่อน ตราบจนกระทั่งปรินิพพานเมื่ออายุได้ ๑๒๐ ปี