ทำอย่างไรจึง "มีจาคะ"

วันที่ 15 ธค. พ.ศ.2559

ทำอย่างไรจึง "มีจาคะ"

สูตรสำเร็จการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจ , กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา , DOU , พระพุทธศาสนา , วัดพระธรรมกาย , เรียนพระพุทธศาสนา , หนังสือเรียน DOU , พระโพธิสัตว์ , ความรู้พื้นฐานทางพระพุทธศาสนา , มงคลชีวิต , พุทธวิธี , ทำอย่างไรจึง "มีจาคะ" , จาคะ , ทาน

การเป็นคนมีจาคะมีวิธีการดังนี้

1)  ต้องรู้ความสำคัญของการให้ทาน

      จาคะ แปลว่า ละ คือ การ ละสิ่งของ ของตนให้แก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ

ความสำคัญของจาคะ คือ
    นัยที่หนึ่ง เป็นการสั่งสมบุญกุศลให้กับตนเอง เพื่อเป็นหลักประกันว่าเกิดมาในภพชาติหน้า จะไม่ต้องมาลำบากยากจนอีก

    นัยที่สอง เป็นการพันาจิตใจของตนให้สูงขึ้น เป็นการขจัดความตระหนี่ ความโลภออกไปจากจิตใจ ฝึกตนเองให้มีความเอื้อเฟอเผื่อแผ่กับบุคคลต่างๆ ตามที่เขาจำเป็น

      นัยที่สาม เป็นการให้ความช่วยเหลือกับบุคคลต่างๆ ที่กำลังสร้างตัวสร้างฐานะให้สามารถสร้างตัวสร้างฐานะได้สำเร็จ

2) ต้องมีต้นแบบในการทำทาน
     บุคคลต้นแบบที่ทำทานอย่างถูกวิธีที่ควรศึกษาและนำมาเป็นแบบอย่างในสมัยพุทธกาลคือ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสำหรับ ฝ่ายชาย และ มหาอุบาสิกาวิสาขาสำหรับฝ่ายหญิง เพราะทั้งสองท่าน เป็นผู้ที่ได้รับการสรรเสริญจากพระพุทธองค์ว่า เป็นผู้เลิศในฝ่ายอุบาสกและอุบาสิกา

     บุคคลทั้งสองท่าน มควรที่ชาวพุทธควรที่จะนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพราะแม้ในช่วงชีวิตจะมีอุปสรรคเกิดขึ้นอยู่บ้าง ก็ไม่เคยท้อถอยต่อการสร้างบุญบารมี และเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนาแม้แต่น้อย

3) ต้องรู้จักวิธีการให้ทานที่ได้บุญมาก
      การทำทานให้ได้บุญมาก พระพุทธองค์ทรงให้วิธีการ เรียกว่า การให้ทานอย่างสัตบุรุษ คือ

1. ให้ของสะอาด
2. ให้ของประณีต
3. ให้ตามกาล
4. ให้ของสมควร
5. เลือกให้
6. ให้ประจำ
7. กำลังให้จิตผ่องใส
8. ให้แล้วดีใจ
การให้ทานทั้ง 8 วิธีดังกล่าวผู้ทำย่อมประสบบุญมาก

4) ต้องเห็นคุณประโยชน์ของการให้ทาน
     อานิสงส์ของการให้ทาน มีมากมายสามารถกล่าวโดยย่อได้ดังนี้ผู้ใดให้โภชนะโดยเคารพตามกาลอันควรแก่ท่านผู้สำรวมแล้ว ผู้บริโภคโภชนะที่ผู้อื่นให้เป็นอยู่ ผู้นั้นชื่อว่าให้ฐานะ 4 คือ อายุ วรรณะสุข พละ นรชนผู้มีปกติให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มีบริวารยศในทุกที่ที่ตนเกิด

5) ต้องเห็นโทษของการไม่ให้ทาน
    การไม่ให้ทาน เป็นนิสัยของคนตระหนี่ พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงวิบากกรรมของผู้ที่มีความตระหนี่กับเทวดาที่มาทูลถามปรากฏใน มัจฉริสูตร ว่าคนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ดีแต่ว่าเขา ทำการกีดขวางคนอื่นผู้ให้

     คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ถ้าถึงความเป็นมนุษย์ ก็เกิดใน กุลคนยากจนจะหาท่อนผ้า อาหาร ความร่าเริง ความสนุกสนานได้โดยยาก คนพาลเหล่านั้นต้องประสงค์สิ่งใดจากผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้สิ่งนั้นสมความปรารถนา นั่นเป็นผลในภพนี้ และภพหน้าก็ยังมีทุคติเป็นที่ไปอีกด้วย

    การไม่ให้ทานมีผลน่ากลัวอย่างนี้ ชาวพุทธทราบอย่างนี้แล้ว ต้องขจัดความตระหนี่ออกไปจากใจ หันมาทำความดี โดยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาให้มากยิ่งขึ้นไปด้วย


 


GB 304 สูตรสำเร็จการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจ
กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา