นิทานสอนใจวัยอนุบาล ตอนรางวัลเกียรติยศ

วันที่ 02 กพ. พ.ศ.2560

           นิทานสอนใจวัยอนุบาล ตอนรางวัลเกียรติยศ

           ยายพาจ้อยกราบพระแล้วล้มตัวลงนอน อีกไม่นานยายก็หลับสนิทเพราะยายเหนื่อยกับการรับจ้างทำงานมาทั้งวันแล้ว ส่วนจ้อยก็พยายามให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง เพราะเสียงปรบมือที่หน้าเสาธงของโรงเรียนเมื่อเช้านี้ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท

          ภาพที่จ้อยยืนอยู่หน้าเสาธงรับใบประกาศจากมือของผู้อำนวยการโรงเรียนโดยมีนักเรียนจำนวนมากยืนเรียงรายอยู่ ณ ที่นั้นแสดงความยินดีกับจ้อย เป็นภาพที่ยังติดตาอยู่ไม่หาย เสียงผู้อำนวยการให้โอวาทยังคงก้องอยู่ จ้อยจับใจความได้ว่า “เป็นรางวัลที่ทรงไว้ด้วยคุณค่า เราจะหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ เพราะไม่มีขาย แต่มีอยู่ในตัวนักเรียนเอง”

           จ้อยแอบอมยิ้ม แล้วหันไปมองยายที่นอนหลับในความมืดนั้น จ้อยกราบลงที่อกยาย มิเสียแรงที่ยายสอนให้จ้อยเป็นเด็กดี คำว่า “นักเรียนตัวอย่างของโรงเรียน” โอ้ย! ดีใจภูมิใจจนบอกไม่ถูก หัวใจมันมีความสุขเหมือนจะลอยได้ ฉันไม่ได้ฝันไปนะ นี่มันคือความจริง คิดพลางเอาใบประกาศมากอดแนบไว้กับอก จ้อยเป็นเด็กขยันเรียน สอบได้ที่1 ของห้องมาตลอด จ้อยแต่งกายสุภาพ สะอาด เรียบร้อย พูดจาไพเราะ เป็นเด็กมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ รู้กาลเทศะ มีน้ำใจกับครูอาจารย์ รวมทั้งกับเพื่อนๆพี่ๆ และบรรดารุ่นน้องในโรงเรียน ทุกคนจะรู้จักจ้อยเพราะนอกจากขยันเรียนแล้ว

            จ้อยยังขยันหารายได้พิเศษหลังเลิกเรียน จ้อยจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสมอๆ จ้อยไปรับจ้างล้างถ้วยชามในตลาด เจ้าของร้านจะให้ค่าตอบแทนวันละ 40 บาท บางวันเจ้าของร้านก็แถมกับข้าวและขนมให้จ้อยนำมาฝากยายอีกด้วย เจ้าของร้านชมจ้อยเป็นประจำว่าเป็นเด็กดี ขยัน และมีความกตัญญู แต่จ้อยไม่ได้สนใจคำชมนั้นมากนัก เพราะตั้งแต่จำความได้ยายก็สอนให้จ้อยปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด วันนี้ช่างเป็นวันที่จ้อยได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จนจ้อยอดเรียกมันไม่ได้ว่า “รางวัลเกียรติยศ”