บทความผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย : อานุภาพ พระของขวัญวัดปากนํ้า

อานุภาพ พระของขวัญวัดปากนํ้า

วันที่ 07 สค. พ.ศ.2560

อานุภาพพระของขวัญวัดปากนํ้า

 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , วิสุทธิวาจา , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , รวมพระธรรมเทศนา หลวงพ่อวัดปากน้ำ ,  สมาธิ , วิปัสสนา , สัมมาอะระหัง , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , อานุภาพพระของขวัญวัดปากนํ้า

 

      ในวงการของผู้นิยมสะสมบูชาพระเครื่องในเมืองไทยนี้ เห็นจะไม่มีใครเลยที่จะไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ พระของขวัญวัดปากนํ้าอันเป็นที่เลื่องลือกันมาแล้วทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หรือการได้รับโชคลาภอย่างมหัศจรรย์ของบรรดาผู้ที่มีพระของขวัญวัดปากนํ้าไว้บูชา และในปัจจุบันก็นับว่าเป็นพระเครื่องที่ค่อนข้างจะหาได้ยากสักหน่อย เพราะมีผู้นิยมกันมาก

        พระของขวัญวัดปากน้ำนี้ พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) ได้สร้างไว้รวม ๓ รุ่นด้วยกัน มีจํานวนรุ่นละ ๘๔,๐๐๐ องค์ และได้แจกหมดไปแล้วทั้งสามรุ่น ส่วนประกอบที่สำคัญของพระผงชนิดนี้ ได้แก่ ดอกมะลิแห้งที่มีผู้นําไปบูชา และหลวงพ่อได้เก็บสะสมเอาไว้กับเส้นผมของท่านที่เก็บไว้จากการปลงผม นอกจากนี้ยังมีผงวิเศษอื่นอีกมากมาย

    การแจกพระของขวัญวัดปากน้ำนี้ หลวงพ่อท่านได้แจกให้กับมือของทุก ๆ คน ที่มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนการกุศลของวัดปากน้ำโดยท่านถือว่าเป็นการมอบของขวัญตอบแทนการบริจาคนั้นๆ และการแจกดังกล่าวนี้จะรับแทนหรือมอบหมายให้คนอื่นรับไม่ใด้ ซึ่งวิธีปฏิบัติดังกล่าวนี้ก็ยังใช้ต่อมาภายหลังที่หลวงพ่อได้มรณภาพแล้ว โดยท่านได้มอบหมายให้ท่าน พระครูสมณธรรมสมาทาน เป็นผู้แจกแค่เพียงรูปเดียว ไม่ยอมให้มีการรับแทนเช่นเดียวกัน

  ทุกครั้งก่อนที่หลวงพ่อจะแจกพระของขวัญนั้น ท่านได้อธิบายให้ผู้ที่จะรับพระของขวัญ ได้ทราบถึงวิธีอาราธนาและใช้พระของขวัญให้ได้สัมฤทธิผล และต่อมาสมัยหลังก็ได้ใช้เครื่องบันทึกเสียงแทนเพราะวันหนึ่งๆ ท่านต้องรับแขกและมีศาสนกิจอืนๆ อีกมาก

        ต่อไปนี้ จะขอนําคําเทศนาอธิบายพระของขวัญของท่านที่ได้แสดงไว้ ดังนี้...

 

อาราธนาพระพุทธเจ้ามาสร้าง

    บัดนี้ ท่านทังหลายทั้งหญิงและขาย ได้เสียเวลาสละใหเป็นส่วนพุทธศาสนาโดยตรง มาสมทบทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติ ที่ท่านได้เสียสละโลกยทรัพย์สร้างโรงเรียนพระปริยัติอย่างนี้ ได้ขื่อว่าท่าถาวรวัตถุไว้ให้ไนพระพุทธศาสนา เรียกว่าเปีน ศาสนสมบัติ เมื่อสร้างสมบัติให้ศาสนาแล้ว ท่านผู้สร้างสมบดิให้ศาสนานั่นแหละ จักเป็นเหตุเป็นที่ตั้งให้มีสมบัติไม่รู้จักสิ้นเสื่อม

       เหตุนี้ ท่านทั้งหลายที่เสียสละทรัพย์ลงไปแล้ว ๒๕ บาท ๓๐ บาท ๔๐ บาท ๕๐ บาท ตามศรัทธาของตนที่สละไปนั้น ก็ได้ชื่อว่าทำผลถาวรให้แก่เจ้าของ เจ้าของทรัพย์นั้นเองได้รับผลต่อไปไนภายหน้าที่ ฝังฝากไว้ในพระพุทธศาสนาเช่นนี้ไม่เสื่อมทรามนับขาตินับภพไม่ถ้วน เพราะทานบริจาคของท่านที่สละทรัพย์นั้นจะส่งผลให้ท่านในมนุษย์ ก็ จะส่งผลของมนุษย์ให้ ในทิพย์ก็จะส่งผลที่เป็นทิพย์ให้ ในกามภพนี้จะได้สมบัติในภายหน้านับประมาณมีได้ เหตุนี้ นัดนี้ท่านทังหลายได้เป็นผู้อุปถัมภ์พระศาสนาเช่นนี้ ฝ่ายทางพระศาสนาที่ได้รับสมบัติของท่าน ก็จะมีของตอบแทนแก่ท่าน คือของศักดิ์สิทธิขนาดนี้ อาจจะเป็นได้จริงหรือคาดคะเนไม่ถูก ผู้พูดนี้เองเป็นผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าในนิพพานมีธรรมกายมากด้วยกัน ได้ไปอาราธนาพระพุทธเจ้ามานบพระนิพพานไม่ถ้วน นับอสงไขยก็ไม่ถ้วน มาผลิตของขวัญนี้ให้ปรากฎขึ้นให้แก่มนุษย์ธรรมกายในมนุษย์นี้ ก็ได้เจ้าสมทบด้วย ดู แลการงานนั้นๆ ท่านทําอย่างไรก็ทําไปตามท่าน พระพุทธเจ้าท่านจัดแจงทําทั้งนั้น ตั้งแต่วันเจ้าพรรษา จนกระทั้งถึงวันออกพรรษาวินาทีหนึ่งนิได้หยุดเลย ท่านกระทําความศักดิ์สิทธิของท่าน พอออกพรรษาแล้ว พอได้อรุณก็สําเร็จความประสงภ์ของท่านในการผลิตของขวัญองค์ด้นทรงรับสั่งว่า "ของศักดิ์สิทธิขนาดนี้เพิ่งบังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก" แล้วก็นับพระโอษฐ์ทีเดียว


เปล่งรัศมีรักษาโรค
     ผู้พูดก็ได้ลงมีอแจกในวันแรม ๖ คํ่า เป็นวันเกิดของผู้พูดนี้ ได้แจกของขวัญออกไป อัศจรรย์ต่างๆ ความศักดิ์สิทธิของขวัญนี้ ผู้ที่ได้รับไป นางเขียว บางไผ่ เป็นผู้หญงอายุ ๘๐ ปีกว่า ได้รับพระไปแล้วเอาไปไว้บนหลังมุ้ง พอคํ่าลงเท่านั้นเปล่งรัศมีสว่างเต็มบ้านเต็มช่อง พากันตกตะลึงเพราะไม่รู้เรื่องอะไร ทะเลื้อกทะลั๊กไปถามกันพักใหญ่นานอยู่แล้วแสงนั้นก็ต่อยโทรมลงไป ก็มาสว่างรวมอยู่ที่หลังมุ้ง นางเขียวก็รู้ว่าพระของขวัญเอาไว้ที่นั้น แสงสว่างนี้ออกจากของขวัญนั้นเอง แต่เจ้าเชียวมาหาผู้พูดนี้ บอกว่า "ท่าน เมื่อคืนนี้แสงสว่างเกิดที่บ้านดิฉันพระท่านเปล่งรัศมีสว่างเชียว เดิมทีก็ไม่รู้อะไร แล้วก็มารวมอยู่ที่พระจึงรู้ว่าพระ" รูปร่างนางเชียว เมื่อวันรับพระของขวัญนั้นมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นประจําอยู่ คืนเดิยวเท่านั้น เวลามาบอกเช้าร่างกายเปล่งปลั่งไปหมด แปลกกว่าปกติเดิมทีเดียว ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ดูสะอาดสะล้านผ่องใส เขารู้สึกว่าของขวัญนี้อัศจรรย์ แปลชั่วเป็นดีได้ขนาดนี้เชียวหนอ


ปาฏิหาริย์ลอยได้
       เรารู้สิกว่าสักคิ้สิทธิ้เพียงแค่นี้แลหรือ ยังไม่ใช่เพียงเท่านี้ อีกหลายรายที่ได้รับของขวัญไป มี เด็กหญิงคนหนึ่ง อายุยังไม่ถึง ๑๓ ปี รับของขวัญไปจากวัดปากน้ำ แล้วบ้านอยู่ทาง ถนนตก พอไปถึงบ้านพระออกจากตัวไป ลอยเรื่อยไปในอากาศ ตัวก็เห็นเรื่อยไป แล้วไปเข้าบ้านนู้นเข้าไปในห้องพระ แล้วเข้าไปในที่บูชานั้น เข้าไปในครอบพระที่เขาบูชานั้น ตัวก็ตามเข้าไปจะเอาให้ได้ เขาก็ไม่ยอมให้เข้าไป เขาบอกว่าห้องพระนั้นคนอื่นมาเกี่ยวข้องไม่ได้ เขาคนเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรไม่ต้องเข้าไป เด็กก็จะเข้าไป เกิดเถียงกัน เด็กเมื่อไม่ให้เข้ามันก็ร้อง เขาว่าถ้าจะเข้าไปก็ต้องไปบอกมารดาเอ็งก่อน ให้ไปบอกผู้ใหญ่มาก่อน เด็กไปบอกมารดา เขาก็ให้เข้าไปเปิดดู เปิดเข้าไปในห้องพระ ก็เห็นพระของขวัญนั้นอยู่ในครอบพระจริง ๆ เจ้าของบ้านก็รับรองว่าไม่ใช่ของ ๆ เขา เขาก็ให้แก่เด็กนั้นมา นี่ก็อัศจรรย์ นึกว่าของตาย ๆ ดิน ๆ อย่างนี้แหละ ลอยไปก้ได้ น่าอัศจรรย์นัก นี่อัศจรรย์อย่างนี้


พูดช่วยชีวิต
     ...มีนายทหารเรือผู้หนึ่ง (เจ้าตัวต้องการสงวนนาม) เมื่อวันที่ ๒๙ ทหารเรือนัดประชุมเลี้ยงอาหารในกองสัญญาณ เมื่อเลี้ยงอาหารเสร็จแล้ว คืนนั้น พอแจกปืนเท่านั้น พระซึ่งอยู่ในหน้าอกของทหารเรือผู้นั้น เสียงบอกลั่นออกมาว่า ทิ้งปืนเสีย อย่าอยู่ นายทหารผู้นั้นคิดแต่ในใจว่า ไม่รู้จะไปทางไหน ไปทางวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวนาราม) นายทหารผู้นั้นจึงทิ้งปืนแล้วไปทางวัดแจ้ง เขาก็ห้อมล้อมหมด เอ้ นี่เราจะต้องถูกยิงทิ้งละซี เขากั้นไว้หมด พระบอกว่า ไปซ่อนตัวในที่ลับ ๆ เสีย ดังขึ้นอีก นายทหารเรือผู้นั้นก็ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตามพระ พระว่าอย่างไรก็ไปอย่างนั้น สัดพักใหญ่พระก็ว่าไปทางนั้น ทางนั้น ไปเรื่อยไป ไปตามพระเรื่อย หลุดพ้นมาได้ ครั้นเขาสงบลงไป นายทหารเรือผู้นั้นก็เข้าไปรายงานตัว พอรายงานตัวผู้ใหญ่เขาก็ให้สวมลงไปที่หน้าที่ราชองครักษ์ ขาดผู้ใหญ่ไป นายทหารเรือผู้นั้นเลยเป็นใหญ่ ในหน้าที่ราชองครักษ์  ทั้งลาภทั้งยศไป ๙ วัน เขาจึงได้มาหาฉัน เมื่อครั้งก่อน ๆ เกิดเรื่องอะไร เขาเคยมาเล่าให้ฟัง เคยบอก ทีนี้ไปได้ ๙ วัน ไปทางไหนหายไป พอมาถึงเขาก็ว่า หลวงพ่อให้ผมกราบตีนสักนิดเถิด เอาตีนยื่นมาให้ผมกราบเถิด ถามว่าเป็นอย่างไรเล่า เขาก็จะกราบตีนท่าเดียว ก็ว่าเป็นอย่างไรว่าให้ฟังซิ เขาก็เล่าให้ฟังดังกล่าวแล้วทุกประการ นี่เป็นเรื่องของนายทหารเรือผู้นั้น ในเวลานี้เขาเป็นนายพลจัตวาแล้ว ดูแลอยู่ในราชองครักษ์นั้น นี่พูดได้


พูดให้ลาภ
     พูดได้ไม่ใช่คนเดียวเท่านั้น มีอีก คุณนายทองคํา พระของคุณนายทองคํานั้นก็พูดได้อีก  ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่สอง ๔๕,๐๐๐ บาท ไม่รู้ว่าเอาสลากกินแบ่งนั้นไปไว้ที่ไหน หาไม่ได้ ค้นหาเท่าไรๆ ก็ไม่ได้เวลาก็จวนจะหมดเต็มทีแล้ว จวนจะครบกําหนดของเขา ก็นึกแด่ว่าจะทําอย่างไร เขาก็เล่าลือกันว่า วัดปากน้ำแจกของขวัญศักดิ์สิทธิ์นัก ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงละก็ ขอให้ไค้สลากกินแบ่งที่หายไปนั้นลงมาทีเดียว สมทบทุนสร้างโรงเรียน สร้างแล้วก็ตั้งใจของเขาอย่างนั้น พอได้แล้วเขาก็กลับไป พอคํ่ามืดนานๆ สักหน่อยไปในรถมันก็ง่วง พอง่วงๆ ได้หน่อย ๆ เท่านั้น บอกแล้วดังเขาไปในหน้าอกนี้ ที่กลัดพระไว้ในกระเป๋าที่หน้าอกนั้น ดังขึ้นมาว่า สลากกินแบ่งของเอ็งมันอยู่ไนลิ้นชักของดำ ๆ ปิดอยู่ ชักลิ้นชักออกเปิดของคําขึ้นก็เห็น อยากให้ถึงบ้านเดี๋ยวนั้นทีเดียว
เพื่อจะไปชักลิ้นชักดู แต่ก็ไปไม่ถึงเดี๋ยวนั้นดอก ถึงกําหนดไปถึงก็ตรงเข้าไปชักดูทีเดียว ก็เหมือนบอกไม่มีผิด ชักออกมาแล้วก็เปิดของดํา ๆ นั้นออกก็เห็นสลาก เขายังมาบอกฉันเองนี่ บอกว่าท่าน ซองใหม่เอี่ยมเชียว พอเห็นเข้าก็ดีใจ นี่ลองคิดชิว่าเขาเชื่อแค่ไหน

       ความเชื่อของเขาจะเชื่อแค่ไหน ๑๐๐ % นั้นเต็มแน่ละ แต่ฉันให้ชื่อมันว่า มันเชื่อจนตาลาย เชื่อจนตาลายอย่างนั้น เชื่ออย่างไร พอเอาสลากมันไปเบิกเงินมาได้แล้ว ก็คิดอ่านจะถูกต่อไปใหม่อีก มันก็เอาของขวัญมาดู ก็เห็นลอตเตอรี่ที่พระของขวัญนั้นเป็นแถว ๆ นั้นเห็นไหมล่ะ? ตามันลายแล้ว มันเชื่อจนตาลาย เห็นลอตเตอรี่เป็นแถวๆ ที่พระของขวัญ แล้วไปถูกลอตเตอรี่อีก ๔ ครั้ง เถ้าแก่ที่อยู่ในบุรีรัมย์ใกล้ ๆ กันนั้น เขาเล่าลือกันว่าคุณนายทองคําถูกลอตเตอรี่มากนัก เถ้าแก่เขาคิดว่าคุณนายทองคํานี้คงจะมีของดีอะไร จงถามพอได้ความก็ขอซื้อ ขอซื้อพันสองพันเรื่อยขึ้นไป เขาก็ไม่ยอมขายให้ ตั้งถึงหมื่นสองหนี่น สองหมื่นก็ไม่ยอม เขาว่าก้าเถ้าแก่อยากได้จริง ๆ วัดปากน้ำนั้นท่านยังแจกอยู่แต่ว่าฉันท่านไม่ให้อีกแล้ว ท่านให้องค์เดียว คนหนึ่งได้องค์เดียวเท่านั้น
ถ้าว่าหายหรือเป็นอย่างไรไปไม่ให้อีก ให้องค์เดียวเท่านั้น ถ้าอยากได้ก็ไปทำบุญสร้างโรงเรียนกับท่าน แล้วท่านก็จะแจกให้เอง

       นี่เรื่องนี้ พระพูดได้แปลกประหลาดนัก ไม่น่าจะพูดได้ นิดเดียวเท่านั้น พูดดังเหลือเกิน ดังเหมือนวิทยุมาก


รถทับ รถชนไม่ตาย
      ไม่ใช่แต่เราเท่านั้น รถทับ ท่านขุนคนหนึ่ง ลืมชื่อแกเสียแล้วอธิบายให้เขาฟังที่เขารับไปบอกว่า เอาไปเถิดของขวัญชิ้นนี้นั้น รถทับก็ไม่ตาย พอพูดเสร็จท่านขุนนั้นก็โผล่ขึ้น ผมนี่แหละขอรับ รถทับ แล้วก็ให้แกเล่าให้ฟังว่าทับอย่างไร รถรางทับพืดเข้าไป คนข้างนอกเห็นแล้วว่าแหลกเหลวตายแน่ กว่ามันจะเบรคได้ไปตั้งสามวา พอเบรคหยุดแกก็ออกมา แกมาเล่าไห้ฟัง แกบอกว่าพอทับเข้าไปแล้ว แล้วเข้าไปในท้องรถแล้วไปคว้าเอาเหล็กได้ดุ้นหนึ่ง กลมๆ เท่าข้อมือที่ใต้รถนั้น เกร็งตัวไว้ไม่ให้ไถไปกับดิน ไม่ถูกอะไรเลย พอรถหยุดก็ผลุดออกมา เครื่องนุ่งห่มก็ดีๆ ไม่เป็นอะไรเลย มันเป็นอย่างนี้แหละ มี รถทับไม่ตาย

      นายเฮง หน้าวัดตรงข้ามนี่ รถมอเตอร์ไชค์ใหญ่ๆ ทับพืดเข้าไปล้มหงายท้อง ทับไปบนตัวตามยาว รถก็แล่นทับหัวหูไปอย่างนั้นแดงๆ ที่จมูกนิดหนี่ง ไม่เป็นอันตรายเลย แล้วนายเฮงก็ลุกเดินไปตามเรื่องของนายเฮง นี่อัศจรรย์อีกเหมือนกัน อัศจรรย์หลายประการ


ถูกระเบิดที่เกาหลี..รอดตายคนเดียว
   ถ้าจะเล่าเรื่องศักดิ์สทธิ์ให้ฟังสามชั่วโมงเห็นจะไม่จบ เขาเล่าให้ฟังมากมายก่ายกอง ที่ เขาเล่าในทาง เกาหลี ทหารอังกฤษ อเมริกันทหารฝรั่งเศสกําลังคุยกันอยู่ มีทหารไทยอยู่บ้าง ลูกระเบิดทําลายมันตกกลางประชุมกําลังคุยกันนั้น ปึงเดียวเท่านั้นตายหมด เหลือตายคนเดียวที่อยู่ในนั้น เหลือไทยคนเคียว นอกนั้นไม่เหลือ ตายหมด ไทยคนเดียวมีพระของขวัญอยู่ในตัว ฝรั่งให้เหรียญกล้าหาญ ใท้เหรียญกล้าหาญแก่ไทยคนนั้นยังปรากฎอยู่ นี่ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น


ตกต้นมะพร้าวแปดวา...เฉย
       ตกต้นมะพร้าวลงมา อําเภออัมพวา บางแค ราว ๆ สักเจ็ดแปดวาลงมานอนนิ่งอยู่ ประเดี๋ยวลุกขึ้นไต้ ลุกขึ้นดูโน่นดูนี่เรียบร้อยแล้วเขาบอกว่ากระบอกแตกไปใบหนึ่งกลับขึ้นไปอีก ไปทํานํ้าตาลตามหน้าที่ของเขา ไม่เป็นอะไรเลย ชาวบางแคหลามมาทีเดียว มากันเรื่อย ของศักดิ์สิทธิ์ ตกต้นมะพร้าวไม่ตาย


บูชาเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต
   เมื่อรู้จักว่าของขวัญนี้เป็นของสำคัญขนาดไหน เริ่มต้นเมื่อเราได้รับของขวัญเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว ขณะนั้นสมบัติติดตัวเราพันล้าน ที่เราสมทบทุนสร้างโรงเรียนปริยัติเป็น โลกียสมบัติ สิ่งนั้นจะกลับมาเป็นอริยสมบัติ ติดตัวของเขาพันล้าน พันล้านนี่แหละชาตินี้สมบัติติดตัวพันล้าน เลิกจน จะไปนอนในป่า จะตาย ก็มีคนเอาข้าวเอาน้ำไปให้กิน ไม่อดตายเด็ดขาด เมื่อรู้จักคุณของบุญกุศลสามารถเช่นนี้แล้วใหตั้งใจแน่วแน่รักษาพระของขวัญนี้ไว้ ให้ปฏิบัติตามดังกล่าวแล้วนั้นทุกประการ ให้ศักดิ์สิทธิ์ให้เห็นแจ่มจนกระทั่งเป็น พระแก้ว ละวิเศษประเสริฐนัก ถ้าแม้ว่าจะได้ผลช้า เราจะค้าขาย ชายก็จะค้าขายเอาผลในทางค้าขาย ขอพระองค์ได้ทรงโปรดข้าพระพุทธเจ้า หญิงก็หม่อมฉันเป็นแม่ค้า การค้าขายของข้าพระพุทธเจ้า ขอให้กว้างขวางเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไทย ขอให้ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพานส่งผังกว้างขวางเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไทย ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงามเต็มตัวเรา ก่อนจะไปค้าขายทำอย่างนี้ทุกคราวไป ค้าง่ายขายคล่องสะดวก เหมือนเทน้ำเทท่า

   ถ้ารับราชการ ชายก็ว่า ช้าพระพุทธเจ้ารับราชการ หญิงก็ว่า หม่อมฉันรับราชการ หน้าที่ราชการของพระพุทธเจ้าขอให้ราบรื่นเรียบร้อย ไม่เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของผู้ใหญ่ ขอได้นิยมชมชอบต่อข้าพระพุทธเจ้าให้เป็นข้าราชการชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอกสูงสุดในสายนี้ นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังราชการสูงสุดมาเต็มตัวเรา ทำกิจการงานด้วยเรี่ยวแรงของตน ด้วยกำลังทรัพย์ของตน ขอพระองค์ทรงโปรดข้าพระพุทธเจ้า เป็นผู้ประกอบกิจการงานดังนี้ การงานของข้าพระพุทธเจ้าที่ทำนี้ ขอให้ทำง่ายทำดายทำสะดวก ได้ผลเกินควรเกินค่า นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังเกินควรเกินค่ามาเต็มตัวเรา

        ก่อนจะไปทํานาทําสวนทําไร่ก็ทำอย่างนี้เสมอไป ทํานาทําสวนทําไร่เป็นรวยทีเดียว

      ถ้าจะเดินทางไปทางบกทางน้ำทางอากาศ ขออาราธนาพระองค์ได้ทรงโปรด ข้าพระพุทธเจ้าจําเป็นต้องไปทางบกทางน้ำทางอากาศ หม่อมฉันจําเป็นต้องไปทางบกทางน้ำทางอากาศ ขออาราธนาพระองค์ได้ทรง
พระกรุณาไปดีมาดีสวัสดีมีชัย นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังไปดีมาดีมีชัยมาเต็มตัวเรา จะไปตกเรือบินก็ไปตกเถิด จะไปตกเรือยนต์กลไฟ จะแตกทลายในท่ามกลางมหาสมุทร ไม่ตาย ที่ตกเรือบินตกมาแล้ว เรือไฟแตกก็ แตกมาแล้ว กลับบ้านได้ ไม่ตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย เป็นมาแล้วทั้งนั้นรถทับนั้นก็ทับมามากแล้ว ชนก็ชนมามากไม่เป็นอันตราย เรือล่มในน้ำว่ายน้ำไม่เป็นแท้ๆ ไม่จม แปลกประหลาดนัก มีชายคนหนึ่งอายุ ๑๙ ปี มาบอกผู้พูดนี้เอง แปลกจริง ๆ หลวงพ่อ ผมว่ายนํ้าไม่เป็น แต่ผมก็ไม่จมนํ้า คนที่ไม่จมน้ำนั้นได้ไปบอกพี่น้องให้มารับพระของขวัญอีกหลายคน


มีแล้วไม่หมั่นบูชา...หาย
      บัดนี้ ของขวัญนี้ไม่ใช่เป็นของพอดีพอร้าย ของหายากนัก เราเกิดมาเป็นมนุษย์ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ยังไม่พบ บัดนี้ เรามาพบแล้วพระพุทธเจ้าทรงรับสังว่า "ตั้งแต่มีธาตุมีธรรมมาของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เพิ่งบังเกิดขึ้นในโลก" เราจะได้รับเดี๋ยวนี้แล้ว ได้รับแล้วไปปฎิบัติไว้ให้ดี รักษาไว้ให้ดี เป็นของสําสัญนัก ถ้าแม้ว่าไปทอดทิ้งธุระไม่เอาใจใส่ไม่อยู่ด้วยก็หายไป หายเสีย หายไป ไม่อยู่ด้วยหายไปเลย ถ้าว่าอ้อนวอนหนักเข้าปฎิบัติบูชาหนักเข้า อาราธนาหนักเข้า กลับมาอยู่ด้วยอีกนี่ก็แปลกหลายคนต่อหลายคนเรื่องนี้มี หมอโสภณ เดิมบวชเป็น พระครูราชวรวิหาร อยู่วัดเบญจมบพิตร สึกออกมาเป็นหมออยู่ พอได้ของขวัญไปก็ศักดิ์สิทธิ์ดี ใช้ๆ ไปอย่างไร ไปพลั้งเพลออย่างไร หายไปเสียไม่มีแล้วมาบอกฉันเอง แล้วก็อาราธนาเข้าซิ อาราธนาเข้าให้ถูกส่วนเถิด สมัครรักใคร่ในท่าน อ้อนวอนท่านเข้า ท่านก็จะกลับอีก เขาไปทําตาม ปีนี้แหละไปฉันที่บ้านเขา เขาก็เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า หลวงพ่อพระของกระผมทั้งพวงคอมาอยู่ที่ที่บูชานี้ ผมได้แล้วขอรับ กลับมาแล้ว นี่หมอโสภณ

    บัดนี้เราได้ของศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้ไปรักษาชีวิตของเรา จะให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ในชาตินี้ จะเป็นบุญสิริของเราอย่างสำคัญในชาตินี้ ไปบูชาไว้ให้ดี ให้ได้ตามสั่งตามบอก อย่าให้เคลื่อนคลาดได้


สู้ไม่ได้. ..ตายเถอะ
      หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านรู้วาระจิตของคน เป็นการรู้จากความแก่อ่อนของธาตุธรรมของคนว่า บัดนี้ ถึงวาระที่จะเข้าถึงธรรมหรือยัง ท่านมีวิธีฝึกที่ชาญฉลาด

     เรื่องนี้หลวงพ่อทัตตชีโว ได้ฟังมาจาก ท่านเจ้าคุณราชโมฬี รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรส บัดนี้มรณภาพแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ท่านเจ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

    เวลาบ่ายวันหนี่ง ขณะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกําลังรับแขกอยู่ตามปกติ มีแขกจริงๆ เป็นชาวอินเดียคนหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์หลวงพ่อวัดปากน้ำก็มาหา เห็นหลวงพ่อก็เข้าไปกราบ แล้วถามว่า สติปัญญาอย่างตน ถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมจะมีโอกาสเข้าถึงธรรมกายไหม หลวงพ่อตอบว่ามี เพราะการที่ได้มาเจอหลวงพ่อก็แสดงว่ามีบุญเยอะแล้ว

      อาบังคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าญาณทัสนะของหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่แน่จริงก็คงเสียท่าแล้ว เพราะเจ้าบังถามว่าสักกี่วันถึงจะได้

        หลวงพ่อท่านนั่งเข้าที่ แล้วตอบว่า

        "ถ้าบังนั่งวันละชั่วโมง ไม่กี่เดือนก็ได้"

        บังว่า "อะไร เป็นเดือนเชียวหรือ? พรุ่งนี้ผมจะกสับอินเดียแล้วเอาไห้ได้ธรรมะวันนี้ไม่ได้หรือ?"

        หลวงพ่อนั่งเข้าที่อีกครู่หนึ่ง แล้วลืมตาขึ้นมา

        "ได้ แต่มีข้อแม้นะ เอ็งต้องนั่งกับหลวงพ่อตรงนี้ ถ้าหลวงพ่อไม่เลิก เอ็งต้องไม่เลิก ห้ามขยับด้วย"

        "ได้" บังรับคำ

        หลวงพ่อจึงบอกให้บังไปล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้วสอนให้นั่งสมาธิ ท่านยังยํ้าอีกว่า

      "ถ้าพ่อไม่ลุก เอ็งห้ามขยับนะ เพราะธาตุของเอ็งยังต้องบ่มอีกระยะหนึ่ง ถ้าเอ็งจะเอาวันนี้ มันต้องบ่มเป็นพิเศษด้วยวิธีเฉพาะ"

       หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้บังนั่ง บังก็ตั้งใจนั่งจริง ๆ อยากเขาถึงธรรม  สักราวครึ่งชั่วโมง บังลืมตา เห็นหลวงพ่อนั่งเฉย ก็หลับตาต่อสักชั่วโมงหนึ่ง บังลืมตาอีก ตานี้เหงือโชกเลย บังก็อดทน นั่งต่อ นั่งสักชั่วโมงเศษ  บังเนี้อสั่นเลย แข้งขาสั่น เพราะไม่เคยนั่งนาน บังหรี่ตาขึ้นเห็นหลวงพ่อนั่งเฉยอยู่ เจ้าบังอายุราว ๔๐ ปีกว่า เกือบ ๕๐ ปี ส่วนหลวงพ่ออายุ ๗๐ แล้ว บังคงตัดใจ เห็นท่านเฉย นั่งนิ่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส ไม่แสดงอาการปวดเมื่อย บังจึงตัดใจ นั่งตัวสั่นต่อไปอีกราวชั่วโมงหนึ่ง คราวนี้บังตัวนิ่ง เหงือที่ไหลหลั่งก็หยุด บังคงตัดใจได้ ราว ๆ บ่าย ๓ โมงครึ่ง ผิวเจ้าบังผุดผ่องขึ้นมาเอง ทั้งที่ผิวดำ ๆ อย่างนั้นน่ะ อาการปวดเมื่อยหายไป ท่าทางที่เกรงก็กลับผ่อนคลายไปโดยอัตโนมัติ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามบังว่า 

        "เห็นความสว่างชัดไหม?"

        "ชัดมั่ง ไม่ชัดมั่ง...เดี๋ยวเห็น เดี๋ยวหาย" บังตอบ

       "ประคองนิ่งไว้กลางท้องที่ฐานที่ ๗" หลวงพ่อบอกวิธี     ขณะนั้นพวกที่นั่งอยู่ด้วยหลายคนค่อยๆ ทยอยกลับไป เหลือคนเก่าๆ ไม่กี่คน

      สักพัก เจ้าบังบอกเห็นชัดเลย หลวงพ่อจึงให้มองเข้าไปกลางดวงใสสว่างที่กลางท้อง คือดวงปฐมมรรค นั้นสักพัก เจ้าบังถาม

        "หลวงพ่อ ทําไมตัวผมมานั่งอยู่ในท้อง?"

        "เข้ากลางไป" หลวงพ่อสอนต่อ

        "ผมเห็นพระพุทธเจ้าอยู่ในท้องครับ" บังบอกถึงความก้าวหน้าไปตามลําดับของตน

        "นั่นแหละ เข้าถึง ธรรมกาย แล้ว"

       จากบ่ายโมงถึง ๔ โมงเย็น เจ้าบังเข้าถึงธรรมกาย บังกราบก้นโด่งเลย จากนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำถามว่าจะกลับกี่โมง ท่านจะไปส่งท่านเจ้าคุณซึ่งนั่งฟังอยู่สงลัยว่าหลวงพ่อไม่เคยไปส่งใคร ทํา ไมจึงไปส่งเจ้าบัง

        ๓-๔ เดือนต่อมา เจ้าบังมาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำอีก มีของมาห่อหนึ่ง ก็เข้ามากราบ

        "หลวงพ่อ ผมไปอินเดียมา ขากลับเลยซื้ออของมาฝาก หลวงพ่อทายซิว่าในนี้อะไร?"

        หลวงพ่อบัวเราะห็ๆ แล้วตอบว่า "ไอ้อย่างนี้หลวงพ่อชอบ แอปเปิ้ลไง"

        ปรากฎว่าคนนั่งรอบ ๆ ตื่นใจกันใหญ่ เจ้าปังถามหลวงพ่อต่อไปว่า

       "หลวงพ่อ วันที่ผมไปถึงดอนเมือง หลวงพ่อยืนอยู่ที่เชิงบันไดเครื่องบิน  พอผมไหว้หลวงพ่อเสร็จ  หลวงพ่อหายไปไหน"

        "กายมนุษย์ละเอียด ของหลวงพ่อไปส่ง ตัวหลวงพ่อไม่ได้ไปหรอก" หลวงพ่อตอบ

        "พอไปถึงอินเดีย ผมก็เห็นหลวงพ่อไปรับ" บังเล่าต่อ

        มีคนสงสัยถามว่า ทําไมบังถึงนั่งรวดเดียวได้ บังบอกว่า

        "เห็นหลวงพ่ออายุมากกว่าตั้งเยอะ เลยคิดว่าทหารออกไปรบ รู้ว่าจะต้องไปตายยังสู้ เราแค่สู้กับความเมื่อย ถ้าสู้ไม่ได้ตายเถอะ!"

 

 


จากหนังสือ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

หนังสือธรรมะแจกฟรี .pdf