แม่ชอบฆ่าสัตว์ทำอาหาร

วันที่ 27 มค. พ.ศ.2561

แม่ชอบฆ่าสัตว์ทำอาหาร
         คุณแม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ขี้โมโห ชอบทานอาหารที่ต้องฆ่าสัตว์สดๆ จึงจะอร่อย ลูกพยายามบอกให้ท่านเลิกเบียดเบียนชีวิตสัตว์ที่มาทำอาหาร แต่คุณแม่บอกว่ามันเกิดมาเป็นอาหาร เราฆ่ามันไม่บาปหรอกปัจจุบันคุณแม่ป่วยด้วยโรค ๙ อย่างตั้งแต่ปวดขา ปวดต้นคอ เบาหวาน ความดันโรคหัวใจ ฯลฯ และเคยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส แต่รอดตายมาได้ ลูกบอกว่าโรคเหล่านี้อาจเกิดจากกรรมปาณาติบาต แต่คุณแม่บอกว่าหลวงพ่อไม่ฆ่าสัตว์แต่ทำไมยังปวดขา ลูกจะทำอย่างไรจึงจะให้คุณแม่มีความคิดที่ถูกต้องคุณแม่ของลูกเคยเกิดอยู่ในสังคมเช่นไรจึงมีความเชื่อผิดๆ ว่าฆ่าสัตว์ทำอาหารไม่บาปที่คุณแม่บอกว่าหลวงพ่อไม่ฆ่าสัตว์แต่
ทำไมยังปวดขา ลูกควรจะตอบท่านอย่างไรและทำอย่างไรจึงจะแก้ไขให้คุณแม่มีความเชื่อที่ถูกต้องคะ

คุณครูไม่ ใหญ่
            คุณแม่ของลูกเคยเกิดในสังคมที่ไม่ได้ฟังธรรม ไม่ได้ศึกษาธรรม ไม่ได้สนทนาธรรมกับบัณฑิต จึงขาดปัญญา มีความเชื่อผิดๆที่ว่าฆ่าสัตว์ทำอาหารแล้วไม่บาปเพราะไม่ได้ศึกษา ก็คิดเอง ว่าเอง เออเอง โมเมเอง
ดังนั้นลูกควรบอกคุณแม่ว่าใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ตนจักต้องรับผลของกรรมนั้น ปลูกถั่วก็ต้องเป็นถั่ว ปลูกงาก็ต้องเป็นงา ปลูกถั่วจะเป็นงาไม่ได้ ปลูกงาเป็นถั่วไม่ได้ ยกเว้นคนตาถั่ว มองเห็นถั่วเป็นงาเห็นงาเป็นถั่ว ต่างคนต่างก็มีกรรมเป็นของตน บางอย่างก็ไม่สมกับกรรมในปัจจุบันแต่สมกับกรรมในอดีต คือ การกระทำในปัจจุบันดีแต่ในอดีตดำเนินชีวิตผิดพลาด และกรรมในอดีตมาส่งผลก่อน เหมือนอย่างหลวงพ่อเองไม่ใช่ปวดขาเพราะกรรมปัจจุบัน แต่เป็นเพราะกรรมในอดีตชาติถ้าคุณแม่ของลูกยังฆ่าสัตว์ ต่อไปในชาติเบื้องหน้าก็จะมีอายุขัยสั้น มีโรคภัยไข้เจ็บมาก ให้บอกท่านว่า เลิกเถอะแม่ เลิกเถอะ ไม่คุ้มกับวิบากที่จะส่งต่อไปในอนาคต
เลิกนะแม่นะ ไปบอกท่านด้วยความรักและปรารถนาดี

 


จากหนังสือ ที่นี่มีคำตอบ ฉบับที่ ๑๒

๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐