บทความระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ : ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีลอยอังคาร

ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีลอยอังคาร

วันที่ 26 พค. พ.ศ.2561

ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีศพ
ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีลอยอังคาร
 

พระรัตนตรัย , พุทธศาสนิกชน , ระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ , วัฒนธรรมชาวพุทธ , ชาวพุทธ , ประเพณีชาวพุทธ , culture , ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีศพ , ระเบียบปฏิบัติการเชิญผู้มีเกียรติขึ้นทอดผ้าบังสุกุลที่เมรุ , ที่บูชาพระรัตนตรัย , หิ้งพระ , ที่บูชาพระ , ห้องพระ , พระพุทธเจ้า , พระสงฆ์ , พระธรรม , Buddhist practice  , สมาธิ , Meditation  , ทำบุญ , อัฐิ , ทำบุญบรรจุอัฐิ , พิธีลอยอังคาร , ระเบียบปฏิบัติการประกอบพิธีลอยอังคาร


การกำหนดวันประกอบพิธีลอยอังคาร
         การกำหนดวันประกอบพิธีลอยอังคารนั้น นิยมปฏิบัติกันโดยมาก แบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ คือ

                   ๑. การประกอบพิธีลอยอังคาร ในวันทำบุญฉลองอัฐิ
                   ๒. การประกอบพิธีลอยอังคาร เมื่อมีความพร้อมวันใดวันหนึ่ง


สิ่งของที่ควรเตรียมไปใช้ในการลอยอังคาร
         ๑. พวงมาลัยดอกไม้สด อย่างน้อย ๑ พวง (ส่วนพวงหรีดไม่นิยมนำไป)
         ๒. ธูป นิยมใช้ธูปหอม สำหรับจุดสักการบูชาอังคารมีจำนวนมากเพียงพอแก่ผู้ไปร่วมพิธี (คนละ ๑ ดอก)
         ๓. กระถางธูป ๑ ลูก มีขนาดใหญ่พอสมควร
         ๔. ด้ายสายสิญจน์ ๑ กลุ่ม สำหรับใช้ผูกโยงลุ้งหย่อนลงสู่ท้องทะเล
         ๕. กลีบดอกกุหลาบสด จัดใส่พาน มีจำนวนมากพอสมควร
         ๖. ก้อนหิน สัก ๒-๓ ก้อน มีน้ำหนักพอจะถ่วงลุ้งให้จมลงสู่ท้องทะเล


วิธีปฏิบัติในการลอยอังคาร
         อัฐิที่เหลือจากการเก็บอัฐิพร้อมทั้งอังคาร (ชี้เก้า) ที่กวาดรวมใส่กล่องโลหะ คือ ลุ้ง หรือหีบไม้ไว้นั้น นิยมนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ หรือนำไปลอยเสียในกระแสน้ำไหล เช่น ในทะเลหรือในแม่น้ำ แต่โดยมากนิยมนำไปลอยลงในทะเลเพื่อให้ห่างไกลชุมชน

         เมื่อได้ทำบุญฉลองอัฐิและอังคาร โดยการนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน ๕ รูป ๗ รูป ๑๐ รูป หรือนิมนต์พระสงฆ์หมดทั้งวัดสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเช้า หรือถวายภัตตาหารเพล (ตามความสะดวก) นิมนต์พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุลอัฐิและอังคารถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนาให้พร เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นเสร็จพิธีทําบุญฉลองอัฐิและอังคารแล้ว หรือ

         ถ้าเจ้าภาพยังไม่พร้อมจะจัดงานทําบุญฉลองอัฐิ และอังคารได้ ก่อนที่จะนำอังคารไปลอยนั้น นิยมนิมนต์พระสงฆ์จำนวนตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป พิจารณาบังสุกุลอังคาร ถวายเครื่องไทยธรรมพระสงฆ์อนุโมทนาให้พร เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว

         คณะเจ้าภาพซึ่งมีบุตรธิดาพร้อมด้วยญาติสนิทมิตรสหายพร้อมภันอัญเชิญอังคารนำลงเรือไปยังสถานที่สมควรจะลอยอังคารในทะเลแล้ว

         ก่อนที่จะอัญเชิญอังคารลงลอยในทะเล นิยมจุดธูปแจกแก่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่ไปร่วมพิธีคนละ ๑ ดอก เพื่อให้ทำการสักการบูชาอังคาร พร้อมกับบอกกล่าวแก่เทพยดาผู้รักษาทะเลหลวงให้ได้รับทราบด้วย

         ประธานพิธี (โดยมาก เป็นบุตร หรือธิดา คนหัวปี) นำด้ายสายสิญจน์มาผูกที่ลุ้ง แล้วคลี่ด้ายสายสิญจน์ไปให้ญาติสนิทมิตรสหายทุกคนถือไว้ แล้วอัญเชิญลุ้งใส่อังคาร โดยถือด้วยมือทั้งสองประคองหย่อนลงสู่ทะเล พร้อมกับด้ายสายสิญจน์ด้วยกิริยาอาการแสดงความเคารพ แล้วหย่อนพวงดอกไม้สดลงตามไปพร้อมกันนั้น บรรดาญาติสนิทมิดรสหายทั้งหลายผู้ไปร่วมพิธีก็หย่อนพวงดอกไม้สด (ถ้ามี) หรือโรยกลีบดอกกุหลาบลงตามไปในทะเล เพื่อทําการสักการบูชาอังคารเป็นวาระสุดท้ายแล้วทุกคนน้อมตัวลงยกมือไหว้ พร้อมกับกล่าวคำอวยพรแก่ท่านผู้ล่วงลับไปแล้วว่า "ขอจงไปสู่สุคติ จงอยู่เป็นสุข ๆ เถิด" ดังนี้แล้ว เป็นเสร็จพิธีการลอยอังคาร

         ส่วนเครื่องสักการบูชาต่างๆ และพวงหรีดทั้งหลายไม่นิยมทิ้งลงในทะเล เพราะจะทำให้น้ำในทะเลเกิดความสกปรกและจะทำให้เกิดความลำบากใจแก่ชาวประมงทั้งหลาย ตลอดถึงทำความลำบากใจแก่เจ้าหน้าที่เรือขุดลอกสันดอนอีกด้วย


ข้อเสนอแนะเพื่อพิจารณา
         ตามคตินิยมแต่โบราณกาลมา บรรพบูรุษของเราทั้งหลาย นิยมรวบรวมอัฐิที่เหลือและอังคาร (ขี้เล้า) ทั้งหมดนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่สร้างขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ของบรรพบุรุษ หรือนำไปบรรจุไว้ภายใต้ฐานพระพุทธรูป หรือนำไปเก็บรวมไว้ที่โคนต้นโพธิ์ซึ่งนิยมกันสืบมาว่าสถานที่เหล่านั้นเป็นสถานที่เหมาะสมโดยประการทั้งปวง เพราะเป็นสถานที่จะไม่มีใครมารบกวนเหยียบย่ำกล้ำกรายล่วงเกิน เป็นสถานที่เคารพสักการบูชา และเป็นสถานที่มีความร่มเย็นเป็นสุข โดยแท้

         สมัยปัจจุบันนี้ มักนิยมนำอัฐิที่เหลือและอังคารไปลอยน้ำในทะเลนั้น ได้ลองสอบถามดูหลายท่านด้วยกัน ได้ความเป็นทำนองเดียวกันว่า "เพื่อต้องการจะมิให้ใครมารบกวนเหยียบย่ำกล้ำกรายล่วงเกิน และเพี่อจะให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว มีความอยู่เย็นเป็นสุข เพราะอยู่ในน้ำ" ดังนี้

         แต่ความจริงปรากฎว่า "ในการขุดลอกสันดอนที่ปากน้ำเจ้าพระยาทุกวันนี้นั้น ได้มีลุ้งใส่อังคารที่พากันนำไปลอยในทะเลนั้น ติดขึ้นมาพร้อมกับดินโคลนที่ลอกขึ้นมามีจำนวนมากทำความลำบากใจให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำเรือขุดลอกสันดอนไม่น้อยเลย" ได้รับการบอกเล่ายืนยันความจริงมาอย่างนี้

         เมื่อความจริงมีอยู่เช่นนี้ ผู้ที่หวังว่า "จะให้อัฐิและอังคารบรรพบุรุษของตนๆ มีความอยู่เย็นเป็นสุข โดยไม่มีใครมารบกวนเหยียบย่ำกล้ำกรายล่วงเกิน" นั้น เห็นจะไร้ผลเสียแล้ว

         เพราะเหตุนี้ จึงขอเสนอแนะแก่ท่านผู้มั่นอยู่ในความกตัญญูกตเวที ผู้มีความหวังดีปรารถนาดีต่อบรรพบุรุษของตน ๆสมควรจะได้พินิจพิจารณาเหตุผลตามความเป็นจริงแล้วชักชวนกันหันกลับมาถือคตินิยมที่บรรพบุรุษของเราทั้งหลายได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณกาลดังกล่าวแล้วข้างต้น ทั้งนี้เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของชาติไทยเรา และเพื่อความสบายใจด้วยกันทุกฝ่ายพร้อมทั้งเพื่อเป็นการประหยัดอีกด้วย