คลื่นความคิดกับการรักษาโรค

วันที่ 19 มิย. พ.ศ.2561

คลื่นความคิดกับการรักษาโรค

คลื่นความคิดกับการรักษาโรค

        คนเราไม่ได้มีกายอย่างเดียวแต่มีใจด้วย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ส่งผลเนื่องถึงกัน ถ้าหากจิตใจผ่องใสสดชื่น ร่างกายก็จะพลอยแข็งแรงไปด้วย แต่ถ้าเมื่อใดจิตใจหดหู่เศร้าหมอง มีเรื่องกลุ้มใจมากๆ ร่างกายก็จะพลอยป่วยตาม

        เคยมีการทดลอง เอาคนป่วยสองคน ป่วยด้วยโรคเดียวกัน อาการหนักเบาใกล้เคียงกัน จากนั้นให้ผู้ป่วยแยกอยู่กันคนล่ะห้อง ห้องผู้ป่วยคนหนึ่งปลายเตียงเขียนว่า “วันนี้เราแข็งแรงขึ้นอีกนิดแล้ว” อีกห้องหนึ่ง ที่ปลายเตียงเขียนว่า “วันนี้เราทรุดลงอีกหน่อยแล้ว” เมื่อผู้ป่วยมองไปที่ปลายเตียง ก็จะเห็นคำพูดนี้เสมอ  ปรากฏว่าผ่านไปแค่สองสัปดาห์ อาการคนไข้สองคนนี้ต่างกัน คนที่เขียนว่าเราแข็งแรงขึ้น ป2รากฏว่าเกือบจะหายป่วย แต่ห้องที่เขียนว่าเราทุดลง ปรากฏว่าอาการทรุดหนักลงไปกว่าเก่า เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องแปลก แต่เป็นสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่า ใจมีผลต่อกายแน่นอน จิตใจที่ได้สมดุลจะทำให้ร่วงกายพลอยเข้าสู่สมดุลได้ง่าย แต่ถ้าใจเสียสมดุลเมื่อไร ร่างกายก็จะเสียสมดุลตาม แล้วอาการป่วยก็จะตามมา
           
        ดังนั้นไม่ว่าเราจะพบอุปสรรคใหญ่เท่าใด สถานการณ์ที่ย่ำแย่แค่ไหน ขอให้รักษาใจเราไว้ให้ได้เถิด ทำใจเราให้นิ่งสงบไว้ก่อน แล้วคิดไปในทางที่สร้างสรรค์ คิดไปในทางดี มีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถแก้ไขได้ แล้วค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ แก้ทีละเปลาะ ๆ สุดท้ายปัญหาทั้งหลายก็จะคลี่คลายไปได้จริงๆ