การกำเนิดจักรวาล โลก และมนุษย์

วันที่ 21 พย. พ.ศ.2562

การกำเนิดจักรวาล โลก และมนุษย์

     ความยาวนานในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปของจักรวาล
จักรวาล โลกสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย มีขั้นตอนความเป็นมาที่ยาวนาน มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่
และเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นๆ หากจะนับระยะเวลาในขั้นตอนการกำเนิดขึ้น
ตั้งอยู่หรือเสื่อมไปของจักรวาลและสิ่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากจะใช้การคำนวณ ทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ ก็สามารถคำนวณได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น คงไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงทั้งหมด
แต่ในทางพระพุทธศาสนามีหน่วยวัดเวลาที่ใช้ในการนับการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายของจักรวาล
ซึ่งน่าสนใจใคร่ศึกษาต่อไป

 

    หน่วยวัดเวลาของจักรวาล
จากการค้นพบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังที่กล่าวไว้แล้ว พระองค์ทรงพบว่าระยะเวลาในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปของจักรวาลนั้นยาวนานมาก ไม่ใช่ร้อยปี ไม่ใช่พันปี ไม่ใช่แสนปี
ไม่ใช่ล้านปี แต่นานกว่านั้นมาก จนต้องใช้คำว่า อสงไขย1 (มีค่าเท่ากับ 10104) เป็นตัวนับ ซึ่งคำนี้ เป็นคำที่มี
เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น


          ดังนั้น การที่เราจะนับการกำเนิด การตั้งอยู่ และการเสื่อมสลายไปของจักรวาล ไม่สามารถที่จะนับเป็นหน่วยวัดอย่างที่ใช้กันในปัจจุบันได้ เพราะเป็นหน่วยที่เล็กเกินไป หน่วยวัดที่มีปรากฏในพระพุทธศาสนา
คือคำว่า กัป มี 4 อย่างดังนี้ คือ


    1 อายุกัป หมายถึง อายุขัยของสัตว์ที่เกิดในภูมินั้นๆ เช่น โลกมนุษย์เรานี้ เมื่อสมัยพุทธกาล                  คนส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 100 ปี ก็นับเอา 100 ปี เป็นอายุกัป ปัจจุบันอายุมนุษย์เฉลี่ย 75 ปี ก็นับเอา 75 ปี

เป็นอายุกัป ในส่วนเทวภูมิ เช่น จาตุมหาราชิกามีอายุขัย 500 ปีทิพย์ ก็นับเอาจำนวนดังกล่าวเป็นอายุกัป
แม้ในภูมิอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

 

    2 อันตรกัป มีวิธีนับดังนี้ คือ เมื่อสมัยต้นกัป มนุษย์มีอายุยืนถึงอสงไขยปี ต่อมาอายุมนุษย์ค่อยลดลงตามอำนาจอกุศลกรรม ลดลงเรื่อยๆ จนถึงอายุ 10 ปี แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกุศลกรรม จนถึงอสงไขยปี ครบเวลาไขอายุลงและไขอายุขึ้นรอบหนึ่ง เรียกระยะเวลาดังกล่าวว่า 1 อันตรกัป


   3 อสงไขยกัป จำนวนเวลาของอันตรกัปที่กล่าวแล้วข้างต้น 64 อันตรกัป เรียกว่า 1 อสงไขยกัป
ซึ่งมีปรากฏใน กัปปสูตร ว่าด้วยอสงไขย 4 แห่งกัป ซึ่งจะขอสรุปเป็นสำนวนที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้


   1 สังวัฏอสงไขยกัป คือ ระยะกาลเมื่อกัปเสื่อม คือขณะที่จักรวาลกำลังถูกทำลายอยู่
เป็นระยะเวลา 1 อสงไขยกัป


   2 สังวัฏฏัฏฐายีอสงไขยกัป คือ ระยะกาลเมื่อกัปอยู่ในระหว่างพินาศ คือ ระยะเวลาที่
จักรวาลถูกทำลายหมดสิ้น ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยมีแต่ความว่างเปล่า เป็นระยะเวลา 1 อสงไขยกัป

 

    3 วิวัฏอสงไขยกัป คือ ระยะกาลเมื่อกัปกลับเจริญ คือเมื่อจักรวาลถูกทำลายจนหมดไปแล้วนับเวลาที่เริ่มต้นขึ้นใหม่อีก เป็นระยะเวลา 1 อสงไขยกัป


    4 วิวัฏฏัฏฐายีอสงไขยกัป คือ ระยะกาลเมื่อกัปอยู่ในระหว่างเจริญ คือระยะเวลาที่จักรวาลเริ่มต้นขึ้นใหม่ จนตั้งขึ้นเรียบร้อยเป็นปกติตามเดิมทั่วแสนโกฏิจักรวาล มีพื้นดิน ภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ มหาสมุทรพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวต่างๆ คนสัตว์ ปรากฏพร้อมขึ้นทุกอย่าง เป็นระยะเวลา 1 อสงไขยกัป

 

     4 มหากัป วัฏจักรที่จักรวาลกำลังเสื่อมอยู่ระหว่างพินาศ กลับเจริญขึ้นอีกและอยู่ระหว่างเจริญครบ
1 รอบ เป็นเวลา 4 อสงไขยกัป เรารวมเรียกเป็น 1 มหากัป ระยะเวลาในมหากัปหนึ่งๆ นั้นนานมากไม่สามารถกำหนดนับได้ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุปมาไว้ใน  สาสปสูตร
ว่า


                          "ดูก่อนภิกษุ เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็กยาวหนึ่งโยชน์ กว้างหนึ่งโยชน์

สูงหนึ่งโยชน์ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีเมล็ดพันธุ์  ผักกาดรวมกัน เป็นกลุ่มก้อน บุรุษพึงหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้น โดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด เมล็ดพันธุ์ผักกาด กองใหญ่นั้น พึงถึงความสิ้นไปหมดไป เพราะความพยายามนี้  ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไปหมดไป  กัปนานอย่างนี้แล"

  อีกอุปมาหนึ่งใน ปัพพตสูตร ว่า


                          "ดูก่อนภิกษุ เหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่งสูงโยชน์หนึ่ง ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบ บุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น 100 ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไปสิ้นไปยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไปสิ้นไป   กัปนาน อย่างนี้แล"


               จากความหมายของกัปแต่ละอย่าง คงจะทำให้ทราบวงจรการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปของจักรวาลว่า แต่ละขั้นตอนต้องใช้ระยะเวลายาวนานนับไม่ถ้วน แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงอุปมาให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แต่ความยาวนานของกัปยังยาวนานไปกว่านั้นอีก และวงจรการเกิดขึ้นตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปของจักรวาลจะวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่สิ้นสุด เกิด ดับ เกิด ดับ นับครั้งไม่ถ้วนควรแก่การเบื่อหน่าย    คลายกำหนัด เร่งปฏิบัติธรรมตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ยิ่งๆขึ้นไป

   จากหนังสือ DOU
           วิชา GL 101 จักรวาลวิทยา 
                                 กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต