ดีท็อกซ์อารมณ์

วันที่ 05 กพ. พ.ศ.2569

5-2-69-3-b.jpg

ดีท็อกซ์อารมณ์

 

โยม : พระอาจารย์คะ เราฝึกให้อภัยคน เป็นการดีท็อกซ์อารมณ์ ให้ง่ายขึ้นไหมคะ

 

พระอาจารย์ : ถ้าเราฝึกให้อภัยคนเป็นปกติ ไม่ถือโทษ โกรธเคืองใคร ไม่ผูกอาฆาตพยาบาทใครเนี่ย อารมณ์ของเราจะโปร่ง อารมณ์โปร่งสบายเนี่ย มันก็เหมือนกับดีท็อกอารมณ์  สิ่งที่เสียๆ ก็หลุดออกไปจากใจเเล้ว 

 

                       เเต่คนไหน เป็นคนอาฆาตพยาบาทเนี่ย โอโห้ อะไรกระทบนิดเดียวเนี่ยผูกใจเจ็บไม่ยอมเลยนี่นา  มันเหมือนกับตรึงตัวเองไว้กับอกุศลน่ะ  เคยมีเหตุเกิดขึ้นมาแล้วว่า

 

                     ครั้งหนึ่งนะมีเศรษฐีคนนึงจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วเนี่ยเดินผ่านศาลาคนเดินทางสมัยก่อนยังไม่มีโรงแรมเลยใช่ไหม  คนเดินทางเข้าไปพักศาลาคนเดินทางบ้าง  แล้วเห็นคนนอนอยู่เอาผ้าคลุมคลุมไปเท้าเปื้อนโคลนอยู่เนี่ย  เศรษฐีเป็นคนฉลาดไง  เห็นเท้าพวกเนี่ยบอกเลยว่าคนคนนี้สงสัยไปทำอะไรไม่เข้าท่า ไปทำอะไรกลางคืนมา จริงๆคนนี้ไปปล้นเขาเป็นโจร  พอเศรษฐีเดินคล้อยให้ไป  เจ้าหมอนั่นเนี่ยเอาผ้าห่มลงมาจากหัวแล้วชะโงกดูว่าใครพูด  พอเห็นเป็นเศรษฐีปั๊บเนี่ยนะผูกอาฆาตก็ถือว่าเศรษฐีเนี่ยพูดดูถูกตัวเองทั้งที่จริงๆแล้วเป็นเรื่องจริงนะ

 

                     สุดท้ายไปเผาบ้านเศรษฐีทั้งปล้น ทั้งเผา 7 รอบ  หรือยังไม่หายแค้นเลย  แล้วก็พอรู้ว่าเศรษฐีชอบอะไรมาก  ก็โหเศรษฐีสร้างคันธกุฏีถวายพระพุทธเจ้าไปเผาคันธกุฏีนะ  เศรษฐีแทนที่จะโกรธกับนึกว่า  เอ้ยดีจังเลยเนี่ย  เรามีโอกาสได้ทำบุญอีกครั้งนึง   เศรษฐีก็รู้อ่ะไอ้คนที่ทำนั้นคนเดียวกัน  มาเผาคันธกุฏีพระพุทธเจ้านี่ก็คนเดียวกันอีก  

 

                       สร้างเสร็จปั๊บ  กลับนึกไปในเเง่ดีว่า ทำให้เรามีโอกาสสร้างกุฏิถวายพระพุทธเจ้าอีกรอบนึง  ถึงเวลาถวาย  เจ้าโจรคนนั้นมันก็คิดไปว่า หากเศรษฐีพูดอะไรพาดพิงถึงตัวแล้วจะแทงให้ตายเลยนะ  เศรษฐีกับกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า มีคนที่มาทั้งขโมยโค ทั้งเผาเรือน เผานาอะไรข้าพเจ้า 7 รอบแล้วก็ยังมาเผากุฏิพระองค์อีกเนี่ย  บุญใดที่เกิดขึ้นจากการสร้างกุฏินี้เนี่ย  ขอให้บุญนี้ไปถึงเขาคนนั้นด้วย  


 

                          เจ้าโจรคนนั้นเนี่ยฟังแล้วเนี่ย  เหมือนสายฟ้าผ่าลงมา  ที่กลางศีรษะมากโอ้โห  เศรษฐีไม่โกรธเราเลย   กลับให้บุญกับเราอีกเนี่ย   ถ้าเราเองไม่ไปขอขมาเศรษฐีแล้วมีหวังศีรษะเราแตกเป็น 7 เสี่ยงแน่  ถูกฟ้าลงทันแน่เลย  จึงไปกราบขอขมาเศรษฐีบอกสารภาพว่าตัวเองเป็นคนทำเองแล้วจะขอเป็นทาสรับใช้เศรษฐี   เศรษฐีจะรับไหม  เศรษฐีว่าอย่างไรรู้ไหม เศรษฐีว่าสิ่งที่บอก เออ ขออภัยแล้วเราก็ไม่ถือสาหรอกนะ  ให้อภัยไม่ถือหรอก   แต่มาเป็นทาสหรือไม่ต้องหรอก   ฉันไม่กล้าใช้เธอหรอกแค่พูดถึงว่าเท้าเปื้อนโคลนเนี่ยมันเผาบ้าน 7 รอบ  แล้วก็เอามาขโมยโค  เผากุฏิพระพุทธเจ้าอีก เกิดฉันใช้เธอ พูดอะไรผิด เธอมีหวังมาลุยคืนฉันย่ำเเย่เเน่ เธอจะไปทำอะไรทำก็ไปเถอะ ฉันไม่ถือโกรธหรอก

 

                           คนที่คิดอาฆาตมันถึงขนาดนั้นมันมีจริงๆนะ คนปกติอย่างเรา คิดไม่ถึงเลยว่าจะอาฆาตอะไรกันหนักหนาขนาดนั้น  เพราะฉะนั้นเนี่ย ผูกใจเจ็บใครแล้วไม่ยอมเขา  ต้องหาทางเอาคืนให้ได้ อย่างนี้ก็มีอยู่ อย่างนี้เนี่ยอารมณ์เขาไม่สบายหรอก  แล้วจะเป็นเหตุให้เกิดวิบากกรรมเยอะแยะเลยแต่คนไหนที่ไม่ถือโทษโกรธเคือง ให้อภัยเเบบเศรษฐี  ขนาดเผาบ้านถึง 7 รอบนี้นะ ยังไม่ถือโทษโกรธเคือง คนเเบบนี้อารมณ์สบาย เเละมีความสุขตลอด  

 

เจริญพร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.019110933939616 Mins