
ดีท็อกซ์อารมณ์
โยม : พระอาจารย์คะ เราฝึกให้อภัยคน เป็นการดีท็อกซ์อารมณ์ ให้ง่ายขึ้นไหมคะ
พระอาจารย์ : ถ้าเราฝึกให้อภัยคนเป็นปกติ ไม่ถือโทษ โกรธเคืองใคร ไม่ผูกอาฆาตพยาบาทใครเนี่ย อารมณ์ของเราจะโปร่ง อารมณ์โปร่งสบายเนี่ย มันก็เหมือนกับดีท็อกอารมณ์ สิ่งที่เสียๆ ก็หลุดออกไปจากใจเเล้ว
เเต่คนไหน เป็นคนอาฆาตพยาบาทเนี่ย โอโห้ อะไรกระทบนิดเดียวเนี่ยผูกใจเจ็บไม่ยอมเลยนี่นา มันเหมือนกับตรึงตัวเองไว้กับอกุศลน่ะ เคยมีเหตุเกิดขึ้นมาแล้วว่า
ครั้งหนึ่งนะมีเศรษฐีคนนึงจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วเนี่ยเดินผ่านศาลาคนเดินทางสมัยก่อนยังไม่มีโรงแรมเลยใช่ไหม คนเดินทางเข้าไปพักศาลาคนเดินทางบ้าง แล้วเห็นคนนอนอยู่เอาผ้าคลุมคลุมไปเท้าเปื้อนโคลนอยู่เนี่ย เศรษฐีเป็นคนฉลาดไง เห็นเท้าพวกเนี่ยบอกเลยว่าคนคนนี้สงสัยไปทำอะไรไม่เข้าท่า ไปทำอะไรกลางคืนมา จริงๆคนนี้ไปปล้นเขาเป็นโจร พอเศรษฐีเดินคล้อยให้ไป เจ้าหมอนั่นเนี่ยเอาผ้าห่มลงมาจากหัวแล้วชะโงกดูว่าใครพูด พอเห็นเป็นเศรษฐีปั๊บเนี่ยนะผูกอาฆาตก็ถือว่าเศรษฐีเนี่ยพูดดูถูกตัวเองทั้งที่จริงๆแล้วเป็นเรื่องจริงนะ
สุดท้ายไปเผาบ้านเศรษฐีทั้งปล้น ทั้งเผา 7 รอบ หรือยังไม่หายแค้นเลย แล้วก็พอรู้ว่าเศรษฐีชอบอะไรมาก ก็โหเศรษฐีสร้างคันธกุฏีถวายพระพุทธเจ้าไปเผาคันธกุฏีนะ เศรษฐีแทนที่จะโกรธกับนึกว่า เอ้ยดีจังเลยเนี่ย เรามีโอกาสได้ทำบุญอีกครั้งนึง เศรษฐีก็รู้อ่ะไอ้คนที่ทำนั้นคนเดียวกัน มาเผาคันธกุฏีพระพุทธเจ้านี่ก็คนเดียวกันอีก
สร้างเสร็จปั๊บ กลับนึกไปในเเง่ดีว่า ทำให้เรามีโอกาสสร้างกุฏิถวายพระพุทธเจ้าอีกรอบนึง ถึงเวลาถวาย เจ้าโจรคนนั้นมันก็คิดไปว่า หากเศรษฐีพูดอะไรพาดพิงถึงตัวแล้วจะแทงให้ตายเลยนะ เศรษฐีกับกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า มีคนที่มาทั้งขโมยโค ทั้งเผาเรือน เผานาอะไรข้าพเจ้า 7 รอบแล้วก็ยังมาเผากุฏิพระองค์อีกเนี่ย บุญใดที่เกิดขึ้นจากการสร้างกุฏินี้เนี่ย ขอให้บุญนี้ไปถึงเขาคนนั้นด้วย
เจ้าโจรคนนั้นเนี่ยฟังแล้วเนี่ย เหมือนสายฟ้าผ่าลงมา ที่กลางศีรษะมากโอ้โห เศรษฐีไม่โกรธเราเลย กลับให้บุญกับเราอีกเนี่ย ถ้าเราเองไม่ไปขอขมาเศรษฐีแล้วมีหวังศีรษะเราแตกเป็น 7 เสี่ยงแน่ ถูกฟ้าลงทันแน่เลย จึงไปกราบขอขมาเศรษฐีบอกสารภาพว่าตัวเองเป็นคนทำเองแล้วจะขอเป็นทาสรับใช้เศรษฐี เศรษฐีจะรับไหม เศรษฐีว่าอย่างไรรู้ไหม เศรษฐีว่าสิ่งที่บอก เออ ขออภัยแล้วเราก็ไม่ถือสาหรอกนะ ให้อภัยไม่ถือหรอก แต่มาเป็นทาสหรือไม่ต้องหรอก ฉันไม่กล้าใช้เธอหรอกแค่พูดถึงว่าเท้าเปื้อนโคลนเนี่ยมันเผาบ้าน 7 รอบ แล้วก็เอามาขโมยโค เผากุฏิพระพุทธเจ้าอีก เกิดฉันใช้เธอ พูดอะไรผิด เธอมีหวังมาลุยคืนฉันย่ำเเย่เเน่ เธอจะไปทำอะไรทำก็ไปเถอะ ฉันไม่ถือโกรธหรอก
คนที่คิดอาฆาตมันถึงขนาดนั้นมันมีจริงๆนะ คนปกติอย่างเรา คิดไม่ถึงเลยว่าจะอาฆาตอะไรกันหนักหนาขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเนี่ย ผูกใจเจ็บใครแล้วไม่ยอมเขา ต้องหาทางเอาคืนให้ได้ อย่างนี้ก็มีอยู่ อย่างนี้เนี่ยอารมณ์เขาไม่สบายหรอก แล้วจะเป็นเหตุให้เกิดวิบากกรรมเยอะแยะเลยแต่คนไหนที่ไม่ถือโทษโกรธเคือง ให้อภัยเเบบเศรษฐี ขนาดเผาบ้านถึง 7 รอบนี้นะ ยังไม่ถือโทษโกรธเคือง คนเเบบนี้อารมณ์สบาย เเละมีความสุขตลอด
เจริญพร