ภัยพิบัติและการแก้ไข

วันที่ 16 กย. พ.ศ.2558

 

ภัยพิบัติและการแก้ไข


มนุษยชาติทุกวันนี้ ต่างต้องเผชิญภัยพิบัติที่รุนแรงและน่ากลัว จนดูเหมือนว่า โลกช่างโหดร้ายต่อมนุษย์เหลือเกิน แท้จริงแล้ว โลกมิได้โหดร้ายเลย เพราะภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนมาจากฝีมือมนุษย์
เรามักจะพูดกันถึงเรื่องภาวะโลกร้อน อันทำให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ที่เคยหนาวกลับร้อน ที่เคยร้อนกลับหนาว บางท้องที่ในทวีปยุโรปแม้เข้าสู่หน้าร้อนแล้ว แต่กลับมีหิมะตกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนโลกร้อนขึ้นได้อย่างไร ถ้ามิใช่เพราะมนุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถล่มทลาย จนธรรมชาติไม่อาจปรับสมดุลได้ เกิดความผันผวนแปรปรวนกระทบกันไปหมดดังนั้นภัยธรรมชาติทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมแผ่นดินไหว หรือลมพายุล้วนเกิดจากมนุษย์ตัวเล็กๆนี่เอง
ยิ่งไปกว่านั้นการก่อการร้าย การกระทำอันเห็นแก่ตัว และความประมาทของมนุษย์ ยังก่อให้เกิดภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ดังเหตุการณ์ที่เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย เมื่อประมาณปี พ.ศ.2551-2552 ซึ่งเป็นข่าวไปทั่วโลก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตนับร้อย และสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียในขณะที่สาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ เกิดจากการที่วัยรุ่นจุดไฟเล่นเพียงเพราะอยากเห็นความโกลาหลวุ่นวายเท่านั้นเอง


ในเมืองไทยการเผาป่าก็สร้างความเสียหายไม่น้อยเช่นกัน พื้นที่ป่านับ 2,000 – 3,000 ไร่ สามารถถูกทำลายได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ผู้กระทำนั้นอาจหวังเพียงว่า เมื่อพื้นที่ป่ากลยเป็นเถ้าถ่านแล้วจากนั้นอีกไม่นานก็จะมีเห็ดงอกขึ้นมาให้เก็บไปขาย มนุษย์ทุกคนต่างมีอิทธิพลต่อโลกใบนี้ สภาพึวามเป็นไปของโลก ก็คือภาพสะท้อนจิตใจของมนุษย์นั่นเอง ยิ่งมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว ภัยพิบัติก็ยิ่งร้ายแรงเป็นเงาตามตัว 


ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าถึงมนุษย์มีจิตใจตกต่ำถึงขีดสุด จนทำให้เกิดภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัว 3 รูปแบบคือ
            1.    ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโทสะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีโทสะมากโลกก็จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งจะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ที่เผาทำลายโลกมนุษย์แล้วลุกลามไปยังสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น และรูปพรหมอีก 3 ชั้น จนมอดไหม้หมดสิ้น
            2.    น้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลราคะของมนุษย์ ยุคใดที่มนุษย์มีความโลภมาก มีราคาเกิดขึ้นท่วมท้น ถึงจุดหนึ่งจะเกิดน้ำบรรลัยกัลป์ล้างโลกสามารถทำลายล้างนับตั้งแต่โลกมนุษย์ สวรรค์ทั้ง 6 ชั้นจนถึงรูปพรหมอีก 6 ชั้น จนหมดสิ้น
            3.    ลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก มีสาเหตุมาจากกิเลสตระกูลโมหะของมนุษย์ยุคใดที่มนุษย์มีความลุมหลงมัวเมาไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ จะเกิดลมบรรลัยกัลป์ล้างโลก ซึ่งมีอำนาจทำลายยิ่งกว่าไฟและน้ำ สามารถพัดทำลายโลกมนุษย์ ตลอดจนสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น จนถึงรูปพรหมอีก 9 ชั้นจนหมดสิ้น


นี่คือภัยพิบัติ ที่บังเกิดขึ้นในยุคที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว ส่วนเรานั้นยังโชคดีที่เกิดมาในยุคที่พระพุทธศาสนายังดำรงอยู่ จึงได้รู้ว่าภัยพิบัติที่ดูเผินๆเหมือนภัยธรรมชาติจากลมน้ำ ไฟ นี้ แท้จริงเกิดจากกิเลสในใจคน ดังนั้นการแก้ไขภัยพิบัติจึงต้องเริ่มต้นที่จิตใจคน 


ในอดีตเมื่อเกิดภาวะผิดปกติเช่น เกิดภัยแล้งฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเกิดทุกข์ภัยต่างๆ พระราชาจะนำชาวเมืองทั้งหมดนุ่งขาวห่มขาว รักษาศีล และสวดมนต์เจริญภาวนาอย่างต่อเนื่อง 7 วัน 7 คืน หรือจนกระทั่งเหตุการณ์ค่อยๆ คลี่คลาย จนในที่สุดฝนฟ้ากลับมาตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารกลับมาอุดมสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนได้กระทำเป็นต้นแบบ


คนรุ่นใหม่ที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ อาจคิดว่าเป็นเพียงนิทาน แต่ขอให้ลองพิจารณาดูว่า บรรยากาศโลกของเราจะเป็นอย่างไร ถ้าคนทุกคนอยู่ในศีลในธรรม ตั้งใจทำความดี สิ่งแวดล้อมย่อมได้รับการดูแล สรรพสิ่งย่อมปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล ขอเพียงเราเริ่มต้นที่ตัวของเราเองก่อน แล้วชักชวนผู้คนรอบข้าง ให้พลังความดีขยายวงกว้างออกไป เราจะพบว่า ภับพิบัติธรรมชาติมิใช่เหตุสุดวิสัย แต่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันทำความดี

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือ " ทันโลกทันธรรม 5  "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ