สามก๊ก 

วันที่ 16 กย. พ.ศ.2558

 

สามก๊ก 


สามก๊กเป็นวรรณกรรมยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรู้จักกันดี คติข้อคิดต่างๆ จากสามก๊กมีมากมาย ศึกษาได้ไม่รู้จบทีเดียว ในที่นี้จะหยิบยกมาฝากสัก 2 ประเด็น คือ


ประเด็นที่ 1 การดำเนินงานไปสู่ความสำเร็จ ต้องให้ความสำคัญทั้งกระบวนการและผลลัพธ์
            จากเรื่องราวในสามก๊ก เราจะเห็นสไตล์การทำงาน ที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างโจโฉและเล่าปี่
โจโฉเป็นหัวหน้าใหญ่ของวุยก๊ก และเป็นเจ้าของคำพูดที่ว่า ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่จะไม่ยอมให้ใครทรยศข้า โจโฉจึงพร้อมจะใช้กลอุบายทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตนต้องการ เรียกได้ว่าเป็นนักทำงานที่มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ โดยไม่สนใจว่าวิธีการที่ตนใช้นั้นถูกต้องดีงามหรือไม่ 
            ส่วนเล่าปี่แห่งจ๊กก๊ก ได้ชื่ว่าผู้พนมมือแด่ชนทุกชั้นในการทำงานนั้น เล่าปี่จะให้ความสำคัญที่กระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ หากความสำเร็จใดต้องแลกมาด้วยการเสื่อมเสียเกียรติเล่าปี่จะไม่ยอมกระทำ คนส่วนใหญ่มองว่าเล่าปี่เป็นผู้มีคุณธรรม แต่บางส่วนก็มองว่า เล่าปี่เก่งแต่สร้างภาพ แต่ทำอะไรไม่เป็น 
            ดังเหตุการณ์เมใอครั้งเล่าปี่ไปขอพึ่งเล่าเปียว ผู้ครองแคว้นเกงจิ๋ว เล่าเปียวได้ให้เล่าปี่ไปปกครองเมืองซินเอี๋ยง ต่อมาเล่าเปียวล้มป่วยลง และเกรงว่าแคว้นเกงจิ๋วของตนจะมีภัย เนื่องจากขณะนั้นโจโฉตั้งตัวเป็นใหญ่ ส่วนลูกของตนนั้น ฝีมือยังไม่ถึงขั้น ที่จะปกครองเกงจิ๋วได้ เล่าเปียวจึงขอให้เล่าปี่ปกครองแคว้นเกงจิ๋วต่อจากตนแต่เล่าปี่ไม่ยอมรับ เพราะเกรงจะถูกครหาว่ามาชุบมือเปิบ
            เมื่อเล่าเปียวตายลง ผู้เป็นลูกขึ้นครองเกงจิ๋วได้เพียงไม่นาน กองทัพโจโฉก็ยกทัพมาถึง ลูกของเล่าเปียวยอมสวามิภักดิ์ แต่โจโฉเกรงว่าจะเป็นหนามยอกอก ภายหน้าอาจทวงอำนาจคืน จึงสังหารคนในครอบครัวของเล่าเปียวเสียทั้งหมด แล้วยึดกองกำลังของแคว้นเกงจิ๋วกว่าสองแสนคนมาสมทบกับกองกำลังของตน ซึ่งภายหลังทหารเหล่านี้ ต้องตายในเพลิงสงครามทั้งหมด ส่วนเล่าปี่อยู่ ณ เมืองซินเอี๋ยง สามารถต้านทัพของโจโฉได้ชั่วระยะหนึ่ง เพราะมีขงเบ้งช่วยวางแผน แต่เนื่องจากเล่าปี่มีกำลังทหารเพียงหมื่นคน ในขณะที่กองทัพของโจโฉมีกำลังทหารหลายแสนคน ถึงอย่างไรก็ไม่อาจสู้กับกองทัพโจโฉได้จึงตัดสินใจอพยพหนี โดยมีชาวเมืองตามมาด้วยเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อกองทัพของโจโฉตามมาทัน ชาวเมืองเกือบทั้งหมดก็ถูกฆ่าตาย
            เมื่อมองย้อนกลับไป หากเล่าปี่รับคำร้องขอของเล่าเปียว ยอมปกครองเมืองเกงจิ๋ว คงไม่เกิดความสูญเสียถึงเพียงนี้ เพราะเกงจิ๋วเป็นเมืองใหญ่ มีชัยภูมิที่ดี มีกำลังทหารกว่าสองแสนคน ส่วนตัวเล่าปี่ก็มียอดขุนพลอย่างกวนอู เตียวหุย จูล่ง อีกทั้งมีขงเบ้งช่วยวางแผนการรบ ด้วยองค์ประกอบเช่นนี้ ย่อมสามารถต้านทานทัพโจโฉได้
            จึงมีคำถามตามมาว่า หากเล่าปี่ยอมทำในสิ่งที่เรียกว่าชุบมือเปิบ ยอมถูกครหานินทา แต่สามารถปกป้องบ้านเมือง ช่วยชีวิตผู้คนได้นับแสนจะดีกว่าไหม ในการทำงานหากมัวยึดติดวิธีการติดภาพลักษณ์ติดกรอบความคิด เท่ากับปิดกั้นความสำเร็จของตนเอง ส่วนการทำงานที่มุ่งเอาแต่ผลลัพธ์ ทำได้ทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ โดยไม่สนใจว่าวิธีการทำงานของตนจะถูกทำนองคลองธรรมหรือไม่ ก็จะมีทุกข์ภัยและศัตรูตามมา ที่เหมาะสมคือกระบวนการถูกต้อง ขณะเดียวกันผลลัพธ์ก็ต้องดีด้วย  กรณีของเล่าปี่ การที่กลัวคำครหา จนเสียการใหญ่อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เพราะยึดติดในวิธีการ รักษาภาพลักษณ์จนละเลยผลลัพธ์ที่จะตามมา ในทางตรงข้าม สมมติว่าเล่าปี่หวังว่าจะสร้างหลักปักฐาน โดยใช้วิธียึดเอาเมืองเกงจิ๋วมาเป็นของตน ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ถูกอีกเช่นกัน เพราะแม้จะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ แต่วิธีการที่ใช้นั้น ถือเป็นการเนรคุณต่อเล่าเปียว แต่กรณีที่เล่าเปียวขอร้องให้ช่วยปกครองรักษาเมือง แล้วเล่าปี่ปฏิเสธก็เป็นการติดที่วิธีการมากไปจนไม่มองถึงผลลัพธ์ 
จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับนักทำงานทุกคน ที่จะตัดสินใจว่า จุดแห่งความพอดีระหว่างวิธีการและผลลัพธ์นั้นอยู่ที่ใด เป็นเรื่องที่ต้องมองหลายๆ มุม มองไกลๆ และมองให้เป็นภาพรวม 


ประเด็นที่ 2 เมื่อคนเราประสบความสำเร็จแล้วอย่าทะนงตน เพราะจะนำไปสู่ความเสื่อม
           เรื่องราวของโจโฉวและเล่าปี่เป็นเรื่องราวสอนใจในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โจโฉเป็นคนฉลาดและนิยมคนดีมีฝีมือ เมื่อโจโฉรบชนะเมืองไหน ก็จะหาทางเกลี้ยกล่อมทหารและกุนซือที่เก่งๆ ของเมืองนั้น มาเป็นพวกของตน จะไม่ฆ่าทิ้งแม้ว่าเป็นฝ่ายศัตรู เมื่อได้คนดีมีฝีมือมาแล้ว ก็จะเลี้ยงดูอย่างดี และเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ ถึงคราวมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น โจโฉจะเปิดให้มีการระดมความคิด รับฟังความเห็นของแต่ละคน ก่อนที่ตนจะตัดสินใจ ด้วยความพร้อมเช่นนี้ โจโฉจึงประสบความสำเร็จ ชนะศึกต่างๆเป็นลำดับมา โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่โจโฉรบกับอ้วนเสี้ยวโจโฉมีทหารแค่เจ็ดหมื่นคนส่วนอ้วนเสี้ยวมีกำลังทหารถึงหกแสนคน แต่โจโฉก็สามารถเอาชนะอ้วนเสี้ยวได้ จากนั้นโจโฉก็ยกทัพรุกมาทางใต้ สามารถยึดแคว้นเกงจิ๋ว โดยไม่เสียกำลังทหารเลย จากจุดนี้ โจโฉมองเห็นความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม ด้วยตนมีกำลังทหารถึงแปดแสนคน เหลือแค่ปราบซุนกวนให้ได้ ตนก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปราบแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้สำเร็จ ด้วยความลำพองใจ โจโฉจึงบัญชาการรบโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของผู้ใด ผลสุดท้ายกองทัพผู้เกรียงไกร ถูกศัตรูเผาทำลายย่อยยับ ตัวโจโฉต้องหนีเตลิดกลับเมืองหลวง ทั้งถูกซุ่มโจมตีมาตลอดทาง สุดท้ายเหลือทหารข้างกายเพียงสิบกว่าคน 
            จากนั้นมา โจโฉแทบไม่ประสบชัยชนะในการศึกใหญ่ๆอีกเลย การสูญเสียกำลังทหารแปดแสนคนในครั้งนั้นทำให้โจโฉต้องใช้เวลายาวนาน ในการฟื้นฟูกองทัพ อีกทั้งสังขารและวัยของโจโฉก็ล่วงเลยเกินกว่าจะยาตราทัพรวบรวมแผ่นดินได้อีก เป้าหมายที่เคยอยู่ใกล้แค่เอื้อม จึงหลุดลอยไปเพราะความทะนงตัว  ด้านเล่าปี่ ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและดีใจเสียใจไม่ปรากฏบนใบหน้า สำรวมเก็บความรู้สึก เพราะชีวิตที่ลำบากมามาก ต้องระหกระเหิน ไม่มีแผ่นดินของตัวเองที่จะเป็นหลักเป็นฐาน ต่อเมื่อได้ขงเบ้งมาช่วย จึงผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามก๊ก เล่าปี่มีความเชื่อมั่นในความปราดเปรื่องของขงเบ้งอย่างมาก ดังนั้นแม้เล่าปี่จะเป็นหัวหน้า แต่ก็จะปฏิบัติตามคำแนะนำของขงเบ้งทุกอย่าง จนสามารถสถาปนาจ๊กก๊กได้สำเร็จ และมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าโจโฉ และก๊กของซุนกวน
            เมื่อเล่าปี่สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้ว ได้เกิดเหตุการณ์ที่กวนอู และเตียวหุย ซึ่งเป็นน้องร่วมสาบานของเล่าปี่ถูกฆ่าตาย ในการรบกับแคว้นซุนกวน เล่าปี่ต้องการล้างแค้นจึงคิดจะยกทัพไปปราบซุนกวน ทั้งที่ซุนกวนยินยอมส่งตัวแม่ทัพนายกองผู้ที่ฆ่ากวนอูมาให้เล่าปี่ แต่เล่าปี่ก็ไม่เปลี่ยนใจ คิดอย่างเดียวว่า จะต้องทำลายก๊กของซุนกวนให้แหลกคามือให้ได้
ฝ่ายขงเบ้งนั้นเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้โจโฉได้ตายไปแล้ว ส่วนลูกของโจโฉได้ปลดฮ่องเต้ของราชวงศ์ฮั่น แล้วตั้งตนเป็นฮ่องเต้ท่ามกลางความไม่พอใจของคนทั้งแผ่นดินเล่าปี่ควรอาศัยจังหวะนี้ รวบรวมประชากรให้เป็นปึกแผ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซุนกวนยอมอ่อนน้อมให้แล้วก็ควรจับมือกับซุนกวนปราบก๊กของโจโฉ เพื่อสถาปนาแผ่นดินให้เป็นเอกภาพ
แต่ไม่ว่าจะอธิบายยุทธศาสตร์อย่างไร เล่าปี่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ขงเบ้งได้ให้ขุนนางทั้งหมดขอร้องเล่าปี่ ทั้งตัวขงเบ้งก็รีบรุดไปดักพบเล่าปี่ที่กลางทางคุกเข่าอ้อนวอนอย่างไรเล่าปี่ก็ไม่ยอมฟังคำทัดทาน ทั้งยังไม่ยอมให้ขงเบ้งติดตามไปด้วย เพราะเล่าปี่ลำพองใจว่ามีกำลังทหารถึงเจ็ดแสนคนและถือดีว่าตนก็สามารถบัญชาการรบได้ ผลก็คือ กองทัพของเล่าปี่ถูกแม่ทัพของซุนกวนวางแผนดัดหลัง ค่ายทหารถูกเผาจนพินาศ ตัวเล่าปี่แม้จะรอดชีวิตมาได้เพราะขงเบ้งได้วางอุบายช่วยเอาไว้ แต่ก็ไม่กล้ากลับเมืองหลวง ไม่กล้าสู้หน้าใครอีกเลย เล่าปี่ได้ไปพำนักอยู่ในเมืองเล็กๆ เพียงไม่นานก็ตรอมใจตาย


ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตน ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ย่อมได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จแต่เมื่อได้เป็นใหญ่แล้ว กลับหลงลืมไปว่า ตนเติบโตมาได้อย่างไร เมื่อลืมตัวลืมฐานของตน สุดท้ายก็ต้องล้มลงมา ขอให้นักทำงานทุกคนเปิดใจให้กว้างในวิธีการทำงานและปักใจให้มั่นในผลลัพธ์ที่เรามุ่งหวังหากสองสิ่งนี้เหมาะสมลงตัวเส้นทางสู่ความสำเร็จก็จะงดงาม ปราศจากภัยพาล เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็ให้คงความอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าให้ทิฐิมานะปิดตาบังใจ ความสำเร็จก็จะอยู่กับเราอย่างยั่งยืน

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือ " ทันโลกทันธรรม 5  "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ