ในฐานะลูกที่ดี

วันที่ 23 กย. พ.ศ.2558

 

ในฐานะลูกที่ดี


            พระคุณของแม่มีมากมายมหาศาล ลูกในฐานะเป็นผู้ได้รับการดูแลมาโดยตลอด ควรตอบแทนพระคุณแม่ทุกๆวัน และโดยเฉพาะโอกาสพิเศษในวันแม่ของทุกๆปีสิ่งที่จะทำให้แม่ชื่นใจที่สุดก็คือ เมื่อท่านรู้ว่าลูกรักท่านคิดถึงท่าน มีความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน เพียงเท่านี้แม่ก็มีความสุขใจมากมายแล้ว เพราะฉะนั้น ในวาระพิเศษอย่างวันแม่ ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ลูกทุกคนควรทำคือ ให้พี่น้องชักชวนกันไปเยี่ยมเยียนแม่ ให้ท่านรู้สึกอบอุ่นใจ แล้วพาลูกหลานไปด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตากัน


            ลูกหลานของเราจะได้เห็นว่า แม่ของเขาปฏิบัติต่อปู่ย่าตายายอย่างไร แล้วสิ่งที่เรากระทำนั้นเอง จะเป็นแบบอย่างกับลูกหลานของเรา ในอนาคตพอเขาโตขึ้น เขาจะปฏิบัติกับเราเช่นนั้นเหมือนกัน เรามีโอกาสทำให้แม่ชื่นใจ ในขณะเดียวกันก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลานของเราด้วย


           ในกรณีที่แม่ละโลกนี้ไปแล้ว พอถึงวันแม่ วันเกิดของท่านหรือวันละสังขารของท่าน ให้เราพี่น้องชักชวนกันไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน เหล่านี้คือหน้าที่ของลูกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ ถ้าบุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตนคนละข้าง ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านั้น ป้อนข้าวป้อนน้ำ ให้ท่านถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบนบ่านั้น แม้บุตรจะมีอายุถึง 100 ปีแล้วปรนนิบัติท่านไปอย่างนี้จนตลอดชีวิตก็ยังตอบแทนพระคุณพ่อแม่ไม่หมด ”


            พระพุทธองค์ทรงเปรียบว่า ถึงลูกจะดูแลพ่อแม่อย่างดีขนาดนี้ ตลอดเวลาและตลอดชีวิตของลูก ประคับประคองท่านไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งข้าวปลาอาหาร ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างวางไว้บนบ่าของตนเอง ทั้งอุจจาระ ปัสสาวะ ของท่านก็รดลงมาที่ตนเอง แบกรับทุกอย่างยิ่งกว่าให้ท่านนอนอยู่บนเตียงเสียอีก ถึงกระนั้นแม้ลูกจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอดชีวิตถึง 100 ปีแล้วก็ยังตอบแทนพระคุณแม่ไม่หมดเลย


            มีบางท่านถึงกับเปรียบว่า ถ้าเราใช้ท้องฟ้าแทนกระดาษ เอาหมาสมุทรแทนหมึกวาด แล้วเอาเขาพระสุเมรุแทนปากกามาเขียนบรรยายพระคุณแม่ จนกระทั่งท้องฟ้าเต็มไปด้วยตัวหนังสือน้ำในมหาสมุทรแห้งเหือดไปหมด เขาพระสุเมรุสึกจนเตียน ก็ยังบรรยายพระคุณแม่ไม่หมด


            ย้ำให้เรารู้ชัดเจนว่า แม่มีพระคุณมหาศาล ถ้าเราอยากจะตอบแทนพระคุณท่านให้ได้เต็มที่ มีวิธีคือ ถ้าท่านยังไม่ได้ให้ทานชักนำท่านให้ทานให้ได้ ถ้าท่านยังไม่ได้รักษาศีล เราต้องทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรชักนำทุกวิถีทางให้ท่านมีศีลให้ได้ ถ้าท่านยังไม่ได้ทำสมาธิเจริญภาวนา ให้เราหาวิธีการทุกอย่างโดยใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ ด้วยความอดทนวิริยะอุตสาหะ ให้ท่านได้ปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนาให้ได้ เพราะทาน ศีล ภาวนานี้เองจะเป็นทางมาแห่งบุญให้แม่ได้มีบุญหล่อเลี้ยงใจ แล้วจากโลกนี้ไปสู่สุคติบนโลกสวรรค์เพราะมีเราท่านจึงต้องไปทำบาปตั้งเท่าไร พอมีลูกยุงจะมากัดลูกแม่ก็ทนไม่ได้ ตบยุงตายผิดศีล5ข้อที่ 1 คือ ปาณาติปาตา เวรมณี... ซึ่งหมายถึงการละเว้นจากการฆ่าสัตว์ไปแล้ว อยู่บ้านนอกกลัวลูกไม่มีอะไรกิน ก็ออกไปตกปลาจับกบจับเขียดมาทำอาหารผิดศีลอีกแล้ว


            แม่ต้องทำบาปมากมายเพื่อเรา วิธีการทดแทนพระคุณท่านคือให้ท่านอยู่ในบุญ เพราะสิ่งนี้มีคุณค่าต่อท่านมากยิ่งกว่าทำอย่างอื่น ส่วนการดูแลเลี้ยงดูท่านในชาตินี้เราก็ต้องทำ แต่อย่าหยุดอยู่แค่นั้น เราต้องดูต่อด้วยว่า เมื่อท่านละโลกไปแล้วจะมีเสบียงบุญติดตัวข้ามภพข้ามชาติไปหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือการตอบแทนพระคุณแม่ที่ดีที่สุด ให้ท่านได้ให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาไม่ขาด 


            คนที่มีความกตัญญูต่อแม่นั้น ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งต่อชีวิต เพราะจะทำให้เรามีกำลังใจในการทำความดี ถ้าเผลอถลำไปทำในสิ่งไม่ดี ก็ยังมีความยับยั้งชั่งใจได้ เพราะเราเกรงว่าแม่จะเสียใจลูกทุกคนเกิดมามีแม่ด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าท่านยังอยู่กับเราหรือจากโลกนี้ไปแล้ว คนที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่ชีวิต เพราะจะทำให้เขามีกำลังใจในการทำความดี และไม่ถลำไปทำในสิ่งที่ไม่ดี เพราะเกรงว่าแม่จะเสียใจ กลัวว่าท่านจะไม่สบายใจ ครั้นจะทำเรื่องดีๆ ใจก็นึกถึงแม่ เกิดแรงผลักดันให้เราทำในสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จโดยง่าย เพราะใจเราอยากให้แม่ชื่นใจ ความรักความกตัญญูที่เรามีต่อท่าน จึงเป็นพลังขับเคลื่อนในทางสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี


            เราพบว่าเด็กเอเชียในสหรัฐอเมริกามีผลการเรียนที่ค่อนข้างดีกว่าเด็กผิวขาว เหตุผลเพราะว่าสถาบันครอบครัวของคนเอเชียแข็งแรงกว่า ชาวยุโรปส่วนใหญ่พอลูกอายุครบ 18 ปี จบมัธยมปลายก็ออกจากบ้านได้แล้ว พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็หางานทำช่วยเหลือตัวเอง แม่ถือว่าหมดภาระและเป็นอิสระแล้ว พอลูกเริ่มดูแลตนเองได้พ่อแม่ก็ไปเที่ยวพักผ่อน ได้ทำอะไรตามใจตนเองแล้ว


            ส่วนคนเอเชียนั้นแม่ลูกมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นมากกว่า เพราะฉะนั้น จึงทำให้เป็นพลังขับเคลื่อนให้เด็กๆ ตั้งใจเรียน พอเผลอไปทำอะไรไม่ดีก็นึกถึงแม่ แล้วไม่ทำเพราะฉุกคิดได้ เนื่องจากมีสถาบันครอบครัวที่แข็งแรงกว่าชาวยุโรป ผลออกมาคือส่งให้เด็กได้ดีกว่านั่นเอง แต่คนที่คิดว่ามีแม่คอยดูอยู่ใกล้ๆ แล้วอึดอัด คิดว่าถ้าเข้าเรียนอุดมศึกษาได้เมื่อใดจะย้ายออกไปอยู่หอพัก เราจะได้ไม่มีแม่คอยจ้ำจี้จ้ำไช และมีอิสระเสรีเหนืออื่นใด ใครที่กำลังคิดอย่างนี้มีโอกาสเสียคนสูง เพราะมองผิดประเด็น


            แต่ลูกบางคนที่แม้จะจากแม่ไปไกลแค่ไหนก็ตาม ก็ยังมีท่านอยู่ในใจ เช่นบางคนพกรูปแม่ติดกระเป๋าเสื้อ หรือบนหัวเตียงก็มีรูปพ่อแม่ตั้งอยู่ ก่อนนอนไหว้พระเสร็จก็กราบท่านด้วย ใครทำได้อย่างนี้แล้ว รู้เลยว่าเขามีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตสูงทีเดียวเพราะเขามีพ่อแม่เป็นสิริมงคล เป็นแรงเหนี่ยวรั้งใจไม่ให้ทำชั่ว และมีกำลังใจทำความดี


            โดยหลักใหญ่ๆที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้นั้น มี 2 ประการคือ ความเชื่อความศรัทธาในศาสนา และสถาบันครอบครัว คนที่เคารพรักและกตัญญูต่อพ่อแม่ถือว่าได้กำไรไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นลูกๆทั้งหลายนึกถึงแม่บ่อยๆ แล้วสิริมงคลจะเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปนึกว่าท่านมาควบคุมเรา จริงๆแล้วท่านคือคนที่นำความสุขความเจริญ และสิริมงคลทั้งหลายมาสู่ลูกๆ ทุกคนที่เคารพบูชาและกตัญญูต่อท่าน


            จะเห็นได้ว่าแม่มีบุญคุณกับลูกมากมายจริงๆ ยากที่จะตอบแทนได้หมด ให้เราหมั่นชักชวนท่านมาทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้ท่านมีบุญติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ ที่สำคัญในทุกๆวันมีท่านอยู่ ก็ให้เราปรนนิบัติท่านให้ดี ให้ท่านอยู่เป็นเนื้อนาบุญของเรา เพื่อที่จะทำให้เรามีบุญติดตัวไปเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าลูกๆจะตอบแทนพระคุณแม่เฉพาะวันสำคัญๆ ที่มีการระลึกถึงเท่านั้น ทุกวันเราก็สามารถทำความดี และให้ความรักความปราถนาดีแก่ท่าน และทำตัวเป็นเด็กดีของท่านตลอดไป เพียงเท่านี้ท่านก็มีความสุขที่สุดในทุกๆวันแล้ว  

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือของสำนักพิมพ์ ทันโลกทันธรรม โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
http://www.tltpress.com/

วางแผงจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ , นายอินทร์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , คิโนะคุนิยะ , บุ๊คสไมล์ ฯลฯ