1. ประเด็นคำถามจากทางบ้าน ในสมัยพุทธกาล ประชาชนทั่วไปทราบได้อย่างไรว่าพระภิกษุรูปใดบรรลุเป็นพระอรหันต์? มีเพียง พระพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ เท่านั้นหรือไม่ ที่สามารถระบุหรือบอกได้ว่าใครบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว?
...อ่านต่อ
1. ประเด็นคำถามจากญาติโยม โยมถามว่า หากไม่สะดวกเดินทางมาที่วัด แต่เมื่อมีเงินเข้ามาปุ๊บ ก็นึกถึงการทำบุญและโอนเงินเข้าวัดทันที การทำบุญในลักษณะนี้จะได้อานิสงส์อย่างไร
...อ่านต่อ
1. จุดเริ่มต้นของคำถาม ผู้ถามได้ขอหลักคิดในการดำเนินชีวิตบนโลกนี้ให้มีความสุข ซึ่งพระอาจารย์ได้ปรารภว่าเป็นคำถามที่กว้างและครอบจักรวาลมาก แต่ก็สามารถสรุปหัวใจสำคัญให้ปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
...อ่านต่อ
1. ไขความเข้าใจผิดเรื่อง "หนี้ชีวิต" ความเชื่อที่คลาดเคลื่อน: หลายคนมักมีความเชื่อหรือความกังวลว่า ในอดีตชาติเราอาจจะเคยทำร้ายหรือเอาชีวิตใครไว้ ส่งผลให้ชาตินี้เราต้องเกิดมาเพื่อชดใช้หนี้ชีวิตด้วยการยอมให้ผู้อื่นฆ่าหรือทำร้ายกลับ ข้อเท็จจริงทางธรรม: พระอาจารย์ยืนยันว่า "เราไม่ได้เป็นหนี้ชีวิตใคร และไม่มีความจำเป็นต้องไปใช้หนี้ชีวิตกับใครในลักษณะนั้น" การคิดว่าเกิดมาเพื่อให้อีกฝ่ายฆ่าชดใช้กรรมเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง
...อ่านต่อ
1. วิธีการสร้างบุญเพื่อส่งต่อให้มารดาผู้ล่วงลับ การที่ลูกต้องการแสดงความกตัญญูและส่งเสริมให้มารดาได้มีโอกาสบรรลุธรรมนั้น สามารถทำได้โดยการสั่งสมบุญกุศลในทุกรูปแบบ เช่น: การปฏิบัติธรรมและเผยแผ่ธรรม: สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม หรือแม้นำธรรมะที่ได้ฟังจากพระอาจารย์มาแบ่งปันและเล่าต่อ ซึ่งก็ถือเป็นการแสดงธรรมและเป็นทางมาแห่งบุญรูปแบบหนึ่ง การให้ทานและรักษาศีล: ถวายสังฆทาน ทำบุญทอดผ้าป่า ทอดกฐิน รวมถึงการตั้งใจรักษาศีล 5 หรือศีล 8 อย่างเคร่งครัด
...อ่านต่อ
1. ไขข้อสงสัยเรื่องรุกขเทวดากับต้นไม้ ต้นไม้ทุกต้นมีรุกขเทวดาอาศัยอยู่หรือไม่: พระอาจารย์อธิบายว่า ไม่ได้มีรุกขเทวดาอาศัยอยู่บนต้นไม้ทุกต้น ส่วนใหญ่แล้วรุกขเทวดามักจะเลือกสิงสถิตอยู่ตามต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ๆ หากต้นไม้โดนตัด รุกขเทวดาต้องทำอย่างไร: เมื่อต้นไม้ที่สถิตถูกโค่นหรือตัดทิ้ง รุกขเทวดาท่านก็จำเป็นต้องอพยพเพื่อไปหาที่อยู่ (ต้นไม้) ใหม่
...อ่านต่อ
1. ตอบประเด็นคำถามหลัก: "นำดอกไม้ที่บูชาแล้วมาบูชาต่อได้ไหม?" พระอาจารย์ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า "สามารถทำได้" และไม่ได้มีข้อห้ามหรือข้อผิดธรรมวินัยใด ๆ, ในทางปฏิบัติ หากเราเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจดีย์แล้วพบว่าตัวเองไม่มีดอกไม้ติดตัวมา แต่เห็นดอกไม้ที่มีคนอื่นมาวางบูชาไว้ก่อนหน้าแล้ว เราสามารถนำดอกไม้นั้นมาประคอง อธิษฐาน และวางบูชาซ้ำอีกครั้งหนึ่งได้, การกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นการทำลายของผู้อื่น แต่เป็นการร่วมอนุโมทนาและใช้สิ่งของนั้นเป็นสื่อนำใจของเราให้เข้าถึงความเลื่อมใสต่อพระรัตนตรัย,
...อ่านต่อ
ปฏิบัติเพื่อความกลมกลืนและเป็นมารยาทสังคม: พระอาจารย์อธิบายว่า การร่วมพิธีกรรมในลักษณะนี้สามารถทำได้เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในที่ทำงาน และเป็นการให้เกียรติสถานที่และเพื่อนร่วมงาน
...อ่านต่อ
1. การเผชิญหน้ากับความผิดพลาดในอดีตและการจัดการความรู้สึก พระอาจารย์ได้ให้แนวทางในการเยียวยาจิตใจตนเองจากความรู้สึกผิด โดยแบ่งหลักคิดเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ผู้ฟังสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ดังนี้: หยุดแคะแผลในใจ (ลืมอดีตที่ผิดพลาด): ในทางจิตใจ การนึกถึงเรื่องราวบาปกรรมหรือความผิดพลาดที่ผ่านมาซ้ำ ๆ จะเป็นการตอกย้ำความล้มเหลว พระอาจารย์อุปมาเปรียบเทียบว่าเหมือนกับ "การไปแคะแผลที่กำลังตกสะเก็ด" หากเราไปแคะมันบ่อย ๆ เลือดก็จะซิปออกมาไม่หยุด และอาจติดเชื้อกลายเป็นหนองในที่สุด การนึกถึงอดีตที่แย่ ๆ จึงมีแต่จะทำให้ใจเศร้าหมองและไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ วิธีที่ถูกคือให้สรุปความผิดพลาดนั้นเป็นเพียง "บทเรียน" แล้วจบกันไป การตั้งสัจจะวาจา (ไม่ทำบาปซ้ำ): เมื่อตั้งหลักได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการประกาศเจตนารมณ์กับตัวเองอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ย้อนกลับไปทำความผิดหรือผิดศีลในเรื่องเดิม ๆ อีก การเปลี่ยนจุดโฟกัสของจิต (นึกถึงบุญกุศล): ธรรมชาติของจิตใจมักจะดึงดูดสิ่งที่นึกถึงบ่อย ๆ หากเราเปลี่ยนมานึกถึงความดี บุญกุศล หรือทานบารมีที่เราเคยทำในอดีต จิตใจจะเกิดความอิ่มเอิบ ชุ่มชื่น และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมาใหม่ว่า "คนอย่างเราก็สามารถทำความดีได้ และเอาดีได้เช่นกัน" เพื่อให้กระแสบุญนี้มาช่วยหล่อเลี้ยงใจแทนที่ความเศร้าหมอง สร้างกรรมใหม่ที่ดีขึ้น (ทำดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป): เดินหน้าทำความดีในปัจจุบันอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เพื่อให้ชีวิตขับเคลื่อนไปด้วยพลังงานบวกและดีขึ้นในทุก ๆ วัน ยกระดับจิตใจด้วยสมาธิ: พระอาจารย์เน้นย้ำข้อเสริมที่สำคัญที่สุดคือ "การนั่งสมาธิอย่างเอาจริงเอาจัง" เพื่อฝึกจิตให้สงบและก้าวข้ามสิ่งกิเลส หากฝึกจนเข้าถึงธรรม (เข้าถึงธรรมกาย) จิตใจจะมั่นคงต่อศีลและธรรมะอย่างแท้จริง
...อ่านต่อ
1. ชี้แจงข้อเท็จจริงตามพระไตรปิฎก ไม่มีเรื่องสงครามกึ่งพุทธกาล: พระอาจารย์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เรื่องราวที่ผู้คนมักพูดถึงว่า "จะเกิดสงครามใหญ่ในช่วงกึ่งพุทธกาล" นั้น ไม่มีปรากฏอยู่เลยในพระไตรปิฎก อรรถกถา หรือคัมภีร์ชั้นฎีกาใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่เล่าลือและว่ากันไปเรื่อยเปื่อยในภายหลังเท่านั้น คำว่า "กึ่งพุทธกาล" ก็ไม่มีอยู่จริง: แม้กระทั่งคำว่า "กึ่งพุทธกาล" ที่เราคุ้นหูกันดี ก็เป็นคำที่ไม่มีการบันทึกไว้ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเช่นกัน
...อ่านต่อ
จริงๆเราจับดีคือเราสังเกตความดีเนี่ยโดยไม่รู้ตัวนะความดีของเขามันก็จะเป็นภาพที่ปั๊มมาในใจของเรา  เพราะฉะนั้นเนี่ยพอเราสังเกตความดีคนอื่นเขาเยอะๆ 
...อ่านต่อ
ภาคที่ 1: มุมมองทางวิทยาศาสตร์ (ทันโลก) โดย นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต และคุณชุลีพร ช่วงรังสิ ได้อธิบายว่า ในทางวิทยาศาสตร์ ความรักคือ "ผลรวมของสารเคมีและสารสื่อประสาทในสมอง" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลัก ๆ
...อ่านต่อ
ความสำคัญขององค์พระ: พระอาจารย์อธิบายว่าตัวหิ้งพระนั้นไม่ได้มีประเด็นอะไรมากนัก แต่สำหรับ "องค์พระพุทธรูป" ถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นสัญลักษณ์และรูปปฏิมาแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...อ่านต่อ
1. ได้บุญอย่างแน่นอนและเป็นมหากุศล พระอาจารย์ได้ไขข้อสงสัยไว้อย่างชัดเจนว่า การทำกับข้าวหรือเตรียมอาหารให้คุณพ่อคุณแม่รับประทานนั้น ได้บุญอย่างแน่นอน และถือเป็นบุญใหญ่ด้วย เนื่องจากพ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูก การดูแลอุปัฏฐากท่านในเรื่องปัจจัยสี่ (ซึ่งรวมถึงอาหารการกิน) จึงเป็นมงคลชีวิตและเป็นหน้าที่ของลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทิตา
...อ่านต่อ
1. ปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในชีวิตการทำงาน หลายคนอาจตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อพบว่าองค์กรหรือบริษัทที่ตนเองสังกัดอยู่นั้น มีพฤติกรรมหรือการดำเนินงานที่ผิดกฎหมาย ผิดศิลธรรม หรือไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบของสังคม ตัวอย่างเช่น: การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยไม่ผ่านการบำบัด การปล่อยควันพิษหรือมลภาวะทางอากาศออกสู่ธรรมชาติ การดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชนรอบข้าง
...อ่านต่อ
มี 2 อย่างนะ  อย่างแรกก็คือว่ากรรมในอดีต  อันที่ 2 เป็นกรรมปัจจุบัน  ถ้ากรรมในอดีตก็คือว่าเออ  ในอดีตเนี่ยเราอาจจะมีบางทีไปทำอะไรเนี่ย  โดยเจตนาบ้าง
...อ่านต่อ
กลไกและผลกระทบของคำสาปแช่ง: พระอาจารย์อธิบายว่า "คำสาปแช่ง" มีผลจริงในลักษณะที่เป็นเหมือนการ "เอาบุญมาหักกัน" เมื่อมีความโกรธแค้นและสาปแช่งเกิดขึ้นอย่างแรงกล้า ผู้แช่งจะใช้บุญของตนเองไปตัดทอนหรือหักล้างบุญของอีกฝ่าย ยิ่งผู้สาปแช่งมีความโกรธแค้นและมีความตั้งใจแน่วแน่มากเท่าไหร่ มันจะยิ่งกลายสภาพเป็น "ผังวิบากกรรม" ที่ผูกพันข้ามภพข้ามชาติ ผลเสียจะเกิดกับ "ผู้สาปแช่ง" ก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะจิตใจที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นจะแผดเผาตัวเองและทำให้จิตใจเศร้าหมองลง
...อ่านต่อ
สาเหตุที่แท้จริงของอาการความจำเสื่อม: พระอาจารย์ได้อธิบายว่า อาการหลงลืมหรือความจำเสื่อมในผู้สูงอายุนั้น แท้จริงแล้วเป็น "อาการป่วยทางร่างกาย" เกิดจากระบบการทำงานของสมอง ฮอร์โมน หรือสารเคมีที่หลั่งในสมองมีความผิดปกติและทำงานรวน ส่งผลให้ผู้ป่วยค่อย ๆ ลืมสิ่งต่าง ๆ ทีละเล็กทีละน้อยและลืมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน
...อ่านต่อ
กรณีแรก ยมทูตมารับตัวผิดตัว: รูปแบบนี้มีเกิดขึ้นจริงเนื่องมาจากชื่อและนามสกุลอาจจะซ้ำกัน
...อ่านต่อ
1. ความเสี่ยงและวิบากกรรมจากการวิจารณ์พระ ข่าวสารอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด: ในบางครั้งข่าวสารที่ออกตามหน้าสื่ออาจมีการใส่สีตีไข่ หรือเนื้อหาจริง ๆ อาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง มีทั้งกรณีที่พระภิกษุทำผิดจริงและไม่จริง  หากพระไม่ได้ผิดจริง: ถ้าเราไปวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเติมโดยที่ยังไม่รู้ความจริง จะได้รับวิบากกรรมอย่างแน่นอน  ดังนั้นหากเรายังไม่รู้เรื่องราวจริงแท้ แค่รับฟังข่าวสารไว้ก็พอ ไม่ควรเข้าไปร่วมวิพากษ์วิจารณ์ 
...อ่านต่อ
1. ข้อสงสัยเรื่องโลกคู่ขนาน สุญกัป และการเวียนว่ายตายเกิด คำถาม: ในกัปที่เป็น "สุญกัป" (กัปที่ว่างเว้นจากพระพุทธเจ้า) เราจะสามารถย้ายไปเกิดในโลกคู่ขนานหรือทวีปอื่นที่มีพระพุทธเจ้าตรัสรู้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการทำบาปตกนรกได้หรือไม่? คำตอบ/แก่นธรรม: ในท้ายรายการพิธีกรได้ช่วยสรุปแนวคิดนี้ว่า สำหรับผู้ที่มี "ศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย" หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และชอบฟังธรรมอยู่เป็นนิจ บุญกุศลเหล่านี้จะช่วยประคองจิตทำให้เราแคล้วคลาดจากการไปเกิดในสุญกัป หรือในที่ที่ไม่มีพระพุทธศาสนา โดยจะนำพาไปเกิดในยุคสมัยและดินแดนที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเพื่อสร้างบารมีต่อไป
...อ่านต่อ

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร


ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล