ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

ชาดก 500 ชาติ
สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

         ในสมัยที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่พระเชตวัน นครสาวัตถี มีภิกษุลูกชายเศรษฐีออกบวชได้ ๑๒ ปี ยังไม่บรรลุธรรม ครอบครัวของภิกษุหนุ่มนี้ทำการค้าแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ล้มละลาย ทำให้บิดามารดาของภิกษุหนุ่มต้องตกทุกข์ได้ยากเที่ยวขอทานเพื่อดำรงชีวิต
         “ น่าสงสารตากับยายคู่นี้จัง แก่แล้วยังต้องมานั่งขอทานอีก นี่จ้า เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ นะจ๊ะ คงพอซื้อข้าวได้บ้างนะ ” “ เจริญ ๆ นะแม่หนู่เอ้ย ” “ ขอบใจมาก ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        ด้วยความกตัญญูภิกษุหนุ่มจึงบิณฑบาตเลี้ยงดูบิดามารดาทั้งสองเสมอมา “ โยมพ่อกับโยมแม่ ทานอาหารนี้เถอะ ” “ ช่างเป็นบุญของเราจริง ๆ นะพ่อ ” “ ใช่จ๊ะแม่ มื้อนี้ได้กินอิ่มกันสะที เฮ้อ อดอยากมานาน ”

       การปฏิบัติของภิกษุหนุ่มกลายเป็นข้อสนทนาของภิกษุอื่น ๆ เพราะอาหารต่าง ๆ ที่ชาวบ้านนำมาบิณฑบาตด้วยศรัทธา แต่ภิกษุหนุ่มกลับนำอาหารเหล่านั้นไปให้กับบิดามารดาต่อ “ ท่านว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติหรือไม่ ในเมื่อภัตตาหารเหล่านั้นชาวบ้านบิณฑบาตให้ด้วยความศรัทธาในศาสนา ” “ แต่การเลี่ยงดูบิดามารดาเป็นสิ่งที่ลูกควรทำไม่ใช่เหรอ ” “ นั่นนะสิ แล้วเรื่องนี้จะผิดหรือไม่ผิดกันแน่ ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        ในครั้งนั้นพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายให้หายข้องใจ “ สาธุ สาธุ สาธุ สาธุ เป็นการดีแล้วที่เธอตอบแทนคุณบิดามารดา ไม่ถือว่าผิดหรอก เราอนุญาตให้ภิกษุเลี้ยงดูบิดามารดาได้ แม้ในอดีตเราก็ประพฤติเช่นนี้เหมือนกัน ” แล้วองค์พระศาสดาก็ตรัสเล่าสุวรรณสามชาดกดังนี้ 
         ในอดีตกาลนานมาแล้วมีนายพรานที่เป็นเพื่อนรักตกลงกันไว้ว่า ถ้าฝ่ายใดมีลูกสาวและลูกชายจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน “ เกลอเอ๋ยเราทั้งสองก็ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขช่วยเหลือกันมานาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นญาติ แต่เราก็รักกันยิ่งกว่าญาติเสียอีก ” “ เออ ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเป็นญาติกันเสียเลยสิ เจ้าก็มีลูกสาว ส่วนข้าก็มีลูกชาย เราก็ให้เกี่ยวดองกันสะเลยไม่ดีกว่ารึ ” “ ดี ๆ ลูกข้าได้ลูกเจ้ามาดูแลข้าก็เบาใจ หึ หึ ดี ๆ ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        ต่อมาเมื่อลูกสาวและลูกชายของนายพรานทั้งสองเติบใหญ่เป็นหนุ่มสาว เมื่อรู้ความต้องการของพ่อ ที่จะให้ร่วมประเวณีกันก็ไม่ได้พอใจ ด้วยเห็นว่าเป็นพ่อเกิดแห่งทุกข์ “ ทำอย่างไรดีละพี่ พ่อของเราอยากให้เราเป็นคู่กัน ”
        “ พี่ก็หนักใจอยู่เหมือนกัน พี่ตั้งใจจะออกบวช ไม่คิดจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีแต่กิเลสตัณหาอย่างนี้ ” “ น้องก็เช่นกัน ” “ ในเมื่อเราสองคนก็คิดเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราก็ออกบวชกันเถอะ ” “ ดีจ๊ะพี่ ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวมีความเห็นตรงกัน จึงตัดสินใจออกบวชเป็นฤาษีและฤาษิณีอยู่ในป่าหิมพานต์ พระอินทร์ล่วงรู้ว่าอนาคตต่อไปฤาษีและฤาษิณีจะได้รับอุบัติเหตุด้วยผลกรรมตาบอดไม่มีใครดูแลจึงลงมาบอกให้ทั้งสองมีลูก “ กาลข้างหน้าต่อไปเจ้าสองคนจะต้องลำบาก ฉะนั้นควรมีลูกไว้พึ่งพายามยาก ” “ ด้วยเราทั้งสองจะออกบวชประพฤติธรรม จะสามารถมีลูกได้เช่นไร ” “ ได้สิ เราจะช่วยเจ้าทั้งสองเอง ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        พระอินทร์ให้ฤาษีลูบท้องของฤาษิณีในเวลาที่มีฤดู แล้วตั้งจิตภาวนาให้มีลูก ฤาษีและฤาษิณีเห็นว่าไม่ได้ประพฤติผิดพรหมจรรย์จึงปฏิบัติตาม ต่อมาฤาษิณีก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดเด็กชายผิวพรรณงดงาม นามว่า สุวรรณสาม สุวรรณสามเป็นเด็กจิตใจดี โอบอ้อมอารีมีเมตตากรุณาสูงส่ง
        สรรพสัตว์ในป่าล้วนเป็นมิตรกับสุวรรณสาม เวลาพ่อแม่ออกไปเก็บผลไม้ในป่าก็มีพวกนางกินรีมาคอยดูแลและเป็นเพื่อนเล่น “ ฮ่า ฮ่า เจ้ากระต่ายรอเราด้วยรอด้วยสิ ” อยู่มาวันหนึ่งฤาษีและฤาษิณีออกไปเก็บผลไม้ ขากลับฝนตกหนักจึงเข้าไปหลบฝนที่ต้นไม้

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       “ เฮ้ย ฝนตกลงมาสะได้ ไม่รู้ว่าสุวรรณสามจะเป็นอย่างไรบ้าง ” “ ไม่เป็นไรหรอก เจ้าอย่าเป็นห่วงเลย ” ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ต้นไม้ที่ฤาษีและฤาษิณีหลบฝนอยู่นั้นมีงูเห่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่

      งูเง่าเมื่อเห็นนักบวชทั้งสองก็พ่นพิษใส่เพื่อป้องกันตัว ฤาษีและฤาษิณีตาบอดทันที ทั้งนี้เนื่องจากผลแห่งกรรมเก่าในอดีตชาติที่เคยเป็นหมอรักษาโรคตา คนไข้คนหนึ่งที่ไม่ยอมจ่ายเงิน ภรรยาหมอแนะให้ปรุงยาทำลายตาของชายนั้นเสีย ด้วยวิบากกรรมนั้นเองเป็นเหตุให้ทั้งสองตาบอดทันที “ โอ้ย แสบ แสบตาเหลือเกิน ” “ โอ้ยปวดตา โอ้ย มองไม่เห็นอะไรเลย โอ้ย ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

         สุวรรณสามเมื่อไม่เห็นพ่อกับแม่กลับมาอาศรมสักที จึงออกตามหาด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ต้องตกใจกับภาพที่ได้เห็น “ พ่อ แม่ ตาบอดได้อย่างไรกัน ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ” สุวรรณสามร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสาร แต่แล้วเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เป็นที่สงสัยของฤาษีและฤาษิณียิ่งนัก “ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ” “ เจ้าเป็นอะไรหรือสุวรรณสาม เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ ” “ นั่นนะสิ ทำไมถึงหัวเราะดีใจละลูก ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        “ ท่านพ่อ ท่านแม่ ที่ผมร้องไห้เพราะว่าสงสารพ่อแม่ที่ตาบอด แต่ที่หัวเราะดีใจเพราะจะได้มีโอกาสรับใช้เลี้ยงดูพ่อแม่อย่างเต็มที่สะที ” ตั้งแต่นั้นมาสุวรรณสามก็ตั้งใจปรนนิบัติดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี ตั้งแต่จัดน้ำล้างหน้า เก็บที่นอน จัดเตรียมผลไม้และน้ำดื่มน้ำใช้ไว้พร้อม “ พ่อกับแม่ใช้น้ำนี้ล้างหน้านะจ๊ะ ลูกเตรียมไว้ให้แล้ว ”
       
นอกจากนั้นสุวรรณสามยังจัดแจงผูกเชือกโยงจากอาศรมไปยังที่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ที่ปฏิบัติธรรมและที่เดินจงกรมเพื่อให้บิดามารดาเดินไปได้สะดวกในเวลาที่ตนออกไปหาผลไม้ในป่า อยู่มาวันหนึ่งขณะที่สุวรรณสามกำลังตักน้ำที่ท่าเดียวกันกับฝูงกวางและสัตว์อื่น ๆ ที่กำลังกินน้ำอยู่นั้นก็พลันเกิดเรื่องร้ายขึ้น

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        “ พวกเจ้า ก็หิวน้ำอยู่เหมือนกันเหรอ อ้าว ๆ เอ้า กินกันให้เต็มอิ่มเลยนะ ” ขณะนั้นท้าวปิลยักษ์ผู้ครองเมืองพาราณสีเสด็จออกล่ากวางในป่าหิมพานต์ตามลำพังพระองค์เดียว ทอดพระเนตรเห็นสุวรรณสาม ลงไปตักน้ำท่ามกลางฝูงสัตว์ทั้งหลายก็ทรงแปลกใจ

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

        “ เอ้ ใครกันนะ มาอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ อืม ทำไมสัตว์น้อยใหญ่ไม่กลัวเขาเลย จะเป็นคน เป็นเทวดา หรือเป็นนาคกันแน่ มีทางเดียวที่จะรู้ เราต้องยิงด้วยธนูอาบยาพิษให้สลบ แล้วค่อยตรวจดูว่าเป็นอะไรกันแน่ ” ขณะที่สุวรรณสามยกหม้อน้ำขึ้นบ่ากำลังจะกลับอาศรมนั้นเอง ท้าวปิลยักษ์ได้ยกธนูเล็งไปที่สุวรรณสาม หมายจะให้รู้ความจริงว่าเป็นคนหรือไม่

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       ลูกธนูพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ถูกตรงสีข้างด้านขวาของสุวรรณสาม สุวรรณสามทรุดตัวลงเลือดไหลนอง ฝูงสัตว์แตกตื่นตกใจวิ่งหนีไปหมด สุวรรณสามค่อยประคองวางหม้อน้ำแล้วล้มลงนอนหันศีรษะไปทางอาศรมที่บิดามารดาอยู่ สะกดกลั้นความเจ็บปวดแล้วถามหาผู้คิดร้าย
 
       “ โอ้ย ใคร ใครเหรอประทุษร้ายเรา ในป่านี้เราไม่เคยมีศัตรูเลย เรามัวแต่ตักน้ำ จนลืมเจริญเมตตาไปชั่วขณะ ท่านผู้ยิงเราเป็นใครหนอ ธรรมดาคนฆ่าเสือก็เพราะต้องการหนัง ฆ่าช้างเพราะต้องการงา เนื้อหนังของเรานี้ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ไฉนท่านจึงยิงเรา ซ้ำยังหลบหน้าไม่ยอมให้เรารู้จักขอให้ท่านออกจากที่ซ่อนเสียเถิด ”

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       “ ชายหนุ่มนี้ถูกเรายิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ เจ็บหนักขนาดนี้แล้วยังไม่คิดร้ายต่อเราอีก กลับเรียกหาเราด้วยถ้อยคำอ่อนหวานอีกด้วย ” “ เราเองเป็นคนยิงท่าน แล้วท่านเป็นใครกันแน่ ทำไมท่านถึงแปลกออกไปจากคนอื่นละ ” “ ข้าพเจ้าเป็นบุตรฤาษี ชื่อว่าสุวรรณสาม บัดนี้บาดเจ็บสาหัสต้องตายด้วยคมศรของท่าน ทุกข์อันสาหัสนี้เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เกิดในโลก ข้าพเจ้าจึงไม่ได้โกรธเคืองท่าน สงสารแต่บิดามารดาผู้ตาบอด ซึ่งมีเพียงข้าพเจ้าเท่านั้นที่ดูแล เมื่อขาดอาหารและน้ำท่านทั้งสองก็คงต้องตายตาม ทุกข์ที่พลัดพรากจากบิดามารดาผู้ไร้คนดูแลนั้นยิ่งใหญ่กว่าทุกข์ที่จะต้องตายด้วยคมศรนี้หลายเท่านัก ”
         พระเจ้าปิลยักษ์รู้สึกสำนึกถึงความผิดอันมหันต์ของพระองค์ยิ่งนัก “ หะ เราขอโทษด้วย เราช่างทำสิ่งที่ผิดมหันต์ยิ่งนัก ต่อจากนี้ไป เราจะดูแลพ่อและแม่ของเจ้าเอง จะทำให้ดีเหมือนที่เจ้าเคยทำมา ” สุวรรณสามบอกทางไปอาศรมให้แล้วก็สิ้นสติลง พระเจ้าปิลยักษ์เมื่อทรงเห็นว่าสุวรรณสามหมดลมหายใจแล้ว จึงวางลงแล้วเดินทางไปยังอาศรมของฤาษี 

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       ท้าวปิลยักษ์สารภาพความผิดของตน แล้วรับอาสาเลี้ยงดู ฤาษีทั้งสองเมื่อรู้ข่าวเรื่องบุตรชาย ฤาษีทั้งสองก็ไม่ได้โกรธแค้นปิลยักษ์แต่อย่างใด นอกจากร้องไห้คร่ำครวญ “ สุวรรณสามลูกแม่ ทำไมเจ้ามาจากแม่ไปอย่างนี้ ” “ ท่านช่วยพาเราสองคนไปหาสุวรรณสามได้ไหม เราอยากเจอลูก ได้โปรดเถอะ ”
        ท้าวปิลยักได้พาฤาษีและฤาษิณีมายังร่างของสุวรรณสามที่นอนอยู่ ฤาษิณีตรวจดูร่างกายของลูกชายเห็นว่ายังไม่ตายเพียงแต่สลบไปเท่านั้น จึงตั้งสัจอธิษฐานถึงความดีงามที่สุวรรณสามประพฤติมาอย่างสม่ำเสมอ นางปสุนทรีเทพธิดาผู้เป็นมารดาของสุวรรณสามมาแล้วถึง ๗ ชาติ ก็อธิษฐานขอให้พิษร้ายหายไปจากร่างของสุวรรณสามเช่นกัน

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       พอสิ้นคำอธิษฐานความมหัศจรรย์ก็บังเกิด สุวรรณสามฟื้นขึ้นมาแล้ว “ ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกไม่เป็นอะไรแล้ว ” ตาของทั้งสองฤาษีและฤาษิณีหายบอดกลับมามองเห็นได้อย่างเดิม “ หะ ตา ตาของเรามองเห็นแล้ว ลูก ลูกสุวรรณสามก็ฟื้นแล้ว ” “ ตา ตาของเราก็มองเห็นแล้วเช่นกัน ” พระอาทิตย์ทอแสงยามอรุณพอดี สุวรรณสาม

ชาดก 500 ชาติ สุวรรณสามชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้บำเพ็ญเมตตาบารมี

       บิดามารดาทั้งสองและท้าวปิลยักษ์ก็ลอยขึ้นไปในอากาศมาลงที่อาศรม “ บุคคลใด เลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรม เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมแก้ไขคุ้มครองบุตรผู้เลี้ยงดูบิดามารดานั้น บุคคลใดเลี้ยงดูบิดามารดาโดยธรรม นักปราชญ์ทั้งหลายย่อมสรรเสริญบุคคลผู้นั้นในโลกนี้ แม้เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว เขาย่อมบันเทิงอยู่ในสวรรค์ ”
              สุวรรณสามแสดงธรรมแก่พระเจ้ากปิลยัก แล้วทูลขอให้พระองค์ทรงตั้งอยู่ในทศพิศราชธรรม  พระเจ้าปิลยักษ์รับรองว่าจะปฏิบัติตาม แล้วก็ตรัสอำลาเสด็จกลับกรุงพาราณสี สุวรรณสามพร้อมด้วยบิดามารดาตั้งใจบำเพ็ญสมณะธรรมจนบรรลุฌานสมาบัติ เมื่อสิ้นอายุขัยก็ไปเกิดในพรหมโลก

พระราชาปิลยักษ์ ได้มาเป็น พระอานนท์
ฤาษีผู้เป็นบิดา ได้มาเป็น พระมหากัสสะปะ
ฤาษิณีผู้เป็นมารดา ได้มาเป็นภิกษุณี ภัททกาปิลานี
สุวรรณสามบัณฑิต เสวยพระชาติเป็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *