ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

ศีลบันดาลสมบัติทั้งทางโลกและทางธรรม

Dhamma for people
 ธรรมะเพื่อประชาชน
 
DP0224_02.jpg
ศีลบันดาลสมบัติทั้งทางโลกและทางธรรม
(อานิสงส์รักษาศีลจนตลอดชีวิต) 
          ความไม่ประมาทเป็นยอดแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย  ใครก็ตามที่มีความไม่ประมาท ตระหนักแน่นอยู่ในใจ ความคิด คำพูดและการกระทำของผู้นั้น ย่อมจะถูกต้องร่องรอยในธรรมของพระอริยเจ้าทั้งหลาย  ความไม่ประมาทนี้ได้ชื่อว่า เป็นที่ประชุมรวมแห่งธรรมในพระพุทธศาสนา  เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายในพื้นชมพูทวีป ย่อมรวมลงในรอยเท้าช้างฉันใด ความไม่ประมาทก็เป็นที่รวมลงแห่งธรรมทั้งหลายฉันนั้น  หากเรามีความไม่ประมาทฝังลึกอยู่ในใจแล้ว เราก็จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า ชีวิตของเราก็จะสมบูรณ์บริบูรณ์ได้อย่างแท้จริง  ซึ่งความไม่ประมาทที่แท้จริงนั้น คือการมีสติอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตลอดเวลา  ทำใจหยุดใจนิ่งอยู่กลางพระธรรมกายหรือกลางสภาวธรรมที่ได้เข้าถึง  หากทำได้อย่างนี้เราก็จะได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาทอย่างแท้จริง
 
 
DP0224_03.jpg
               * มีธรรมภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน ปัญจสมาทานิยเถราปทาน ความว่า
 
               “เรารักษาศีลห้าแล้ว ย่อมได้เหตุ ๓ ประการ คือ เราเป็นผู้ที่มีอายุยืนนาน ๑ มีโภคสมบัติมาก ๑ มีปัญญาคมกล้า ๑  เบญจศีลอันเราผู้เป็นคนรับจ้าง มีความเพียรประพฤติแล้ว  เราพ้นจากเครื่องผูกทั้งปวงได้ในวันนี้  ด้วยศีลนั้น เรารักษาศีลห้าแล้ว ไม่รู้จักทุคติเลย ตลอดกัปอันนับประมาณมิได้  นี้เป็นผลแห่งการรักษาศีลนั้น”
 
               อานิสงส์แห่งการรักษาศีลนั้นมีมากมายมหาศาล  มีภาษิตได้กล่าวเอาไว้ว่า ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้งและเป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใดรักษาศีลได้สะอาดหมดจดบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว จะเป็นทางมาแห่งมหาสมบัติ ทั้งที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระ  ดังนั้นผู้มีศีลบริสุทธิ์ จะดึงดูดมหาสมบัติใหญ่ทั้งหลาย ให้บังเกิดขึ้นอย่างไม่ยากเย็นอะไร ชีวิตก็จะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม เจริญรุ่งเรืองตลอดเส้นทางที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด เพื่อสั่งสมบารมี มีตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับประวัติการสร้างบารมี ของเหล่านักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน
 
 DP0224_04.jpg
               เหมือนเรื่องราวของนักสร้างบารมีท่านหนึ่ง ที่ไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาในชีวิต  ท่านได้ขวนขวายสร้างความดีด้วยการตั้งใจรักษาศีล เพราะไม่มีทรัพย์ที่จะทำทาน  จนกระทั่งคว้าชัยชนะได้ในวันสุดท้ายของชีวิต  ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก  ในยุคนั้นเป็นยุคที่โลกสว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรม  ทุกวันจะมีนักสร้างบารมีเดินทางไปฟังธรรมที่พระวิหาร และได้พากันสร้างบุญเป็นหมู่เป็นคณะ ต่างคนต่างขวนขวายเอาบุญกับพระศาสดาอย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น  
 
 
DP0224_10.jpg
               ในยุคนั้น มีชายยากจนคนหนึ่ง มีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น หาเช้ากินคํ่า  ต้องทำงานด้วยการรับจ้างเลี้ยงชีวิต แต่แม้จะเป็นคนที่ยากจนเข็ญใจ  แต่หัวใจท่านก็ไม่เคยขัดสนในเรื่องของศรัทธา  ท่านพยายามหาโอกาสที่จะสร้างบุญอยู่เสมอ แม้อาหารที่ได้จากการรับจ้างจะมีปริมาณเพียงน้อยนิด ไม่มีโอกาสที่จะสร้างบุญถวายทานได้อย่างเต็มอิ่ม  ก็พยายามเจียดอาหารที่ไม่ประณีตนั้น ให้ทานตามวาระโอกาสต่างๆ มีอยู่วันหนึ่งก็คิดว่า “เราใช้ชีวิตทำงานรับจ้างไปวันๆ ทรัพย์จะทำทานก็ไม่มี  มีแต่อาหารที่ไม่ประณีตเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น กรที่เราสร้างบุญเพียงเท่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเลย เราควรจะหาบุญโดยวิธีอื่นบ้าง สร้างบุญอื่นเพิ่มเติมให้มากกว่านี้”
 
 DP0224_11.jpg
                เนื่องจากท่านเป็นผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร  เมื่อคิดได้อย่างนี้ท่านจึงเข้าไปหาพระอัครสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านามว่า พระนิสภะเถรเจ้า ใจจริงของท่านนั้นอยากจะบวช แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะมีภาระครอบครัว จึงตั้งใจสมาทานศีล ๕ กับพระเถระ  จากนั้นพระเถระก็ได้ให้โอวาทกับท่านว่า “การรักษาศีลมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล สามารถปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์และนิพพานได้  ขอให้ท่านตั้งใจรักษาศีลให้ดี  อย่าให้ขาด อย่าให้ด่างพร้อย จะได้เป็นบุญใหญ่ติดตัวไปทุกภพทุกชาติ”
 
                 พอฟังโอวาทจากพระอัครสาวกเถระเจ้า ท่านก็น้อมรับด้วยความเคารพ ตั้งแต่วันนั้นมา แม้ว่าจะต้องทำงานรับจ้างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใดก็ตาม  ท่านก็จะนึกถึงศีลของตนเองที่ได้ประคองรักษาอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง จนเวลาล่วงมาถึงหนึ่งแสนปี  เมื่อวาระสุดท้ายแห่งชีวิตมาถึง  ท่านก็ได้ระลึกถึงศีลของตนเอง ทำให้เกิดมหาปีติว่า “ศีลที่เราสมาทานและได้รักษาอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ แม้นอนอยู่บนเตียงคนป่วย เราก็มีใจชื่นบาน ไม่หวั่นไหวต่อมรณภัยเลย”
 
 DP0224_12.jpg
               จากนั้นเทวดาที่อยู่บนสวรรค์ทั้งหกชั้น ต่างมาอัญเชิญท่านให้ไปบังเกิดในชั้นของตน  แต่ท่านยังมีความผูกพันกับครอบครัวอยู่ จึงเลือกที่จะไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่เกิดขึ้น จากการรักษาศีล ๕ อย่างดีแล้วนั้น  ได้ส่งผลให้ท่านมีความสุขอยู่ในสุคติโลกสวรรค์ยาวนานมาก  ได้เข้าถึงความเป็นท้าวสักกะ ๓๐ ครั้ง  ได้บังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้สมบูรณ์ด้วยมหาสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องถึง ๗๕ ครั้ง และได้เป็นพระราชาประเทศราชเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีอีกนับชาติไม่ถ้วน
 
 
DP0224_06.jpg
               หลังจากที่เสวยสุขในสองภพภูมิมายาวนานแล้ว ด้วยอานุภาพบุญที่หนุนนำ ทำให้ท่านมาบังเกิดในสมัยของพระพุทธเจ้าของเรา ท่านได้มาบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่มั่งคั่ง รํ่ารวย สมบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติ  เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองเวสาลี  ท่านเป็นที่รักของมารดาบิดาและหมู่ญาติทั้งหลาย เป็นเหมือนดวงใจในครอบครัวทีเดียว จนกระทั่งอายุได้ ๕ ขวบบุญในตัวก็ตักเตือนท่านให้แสวงหาสรณะในชีวิต
 
 DP0224_07.jpg
                วันหนึ่ง เป็นช่วงเข้าพรรษา แม้มารดาบิดาเป็นผู้ที่มีวรรณะพราหมณ์  แต่ก็มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้พาลูกน้อยสุดที่รักไปที่พระวิหาร ด้วยความคิดว่าจะปลูกฝังคุณธรรมในพระพุทธศาสนาให้กับลูกน้อยตั้งแต่ยังเยาว์วัย  ในขณะที่มารดาบิดานั่งรับศีลจากพระเถระรูปหนึ่งนั้น  หนูน้อยก็ได้สมาทานศีลนั้นด้วย  ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ท่านได้รักษาศีลมาอย่างดีตลอดแสนปีในอดีตชาติ  ทำให้ท่านสามารถระลึกถึงศีลอันบริสุทธิ์ของตนเองได้  แล้วยังสามารถทำความบริสุทธิ์เข้าสู่ภายในไปตามลำดับ  จนกระทั่งบรรลุอรหัตผล ณ ที่ตรงนั้นเอง
 
 
DP0224_08.jpg
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่องราวของอรหันต์ ๕ ขวบด้วยพุทธานุภาพ ได้ตรัสเรียกหนูน้อยให้เข้ามาหา ทรงประกาศคุณของพระอรหันต์วัย ๕ ขวบท่ามกลางพระอริยสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย  แล้วพระองค์ก็ประทานอุปสมบทให้เป็นกรณีพิเศษ  คุณของพระเถระน้อยผู้บรรลุพระอรหันต์ตั้งแต่เยาว์วัยนี้ ได้แพร่ขยายขจรขจายไปทั่ว  ทำให้สาธุชนทั้งหลายต่างปลื้มปีติและเชื่อมั่นในผลแห่งบุญมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดกระแสแห่งการทำความดี  ต่างพากันตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์และก่อให้เกิดกำลังใจในการสร้างบารมียิ่งๆ ขึ้นไป
 
 DP_0224_01.jpg
               พระเถระผู้ทรงคุณวิเศษได้ย้อนระลึกดูบุพกรรมของตนเอง ก็ปลื้มอกปลื้มใจ ถึงกับประกาศอานิสงส์แห่งการรักษาศีลของท่านให้ทุกคนมั่นใจว่า “ด้วยอานุภาพแห่งศีลที่รักษาอย่างดีแล้ว ทำให้ไม่เคยไปสู่ทุคติเลย มีแต่ท่องเที่ยวอยู่ในสองภูมิคือมนุษย์และเทวโลกเท่านั้น และมหาสมบัติทั้งหลายที่เป็นโลกียะและอริยะได้บังเกิดขึ้นกับเราแล้ว”
 
 DP_0224_09.jpg
               เราจะเห็นว่า ศีลที่รักษาอย่างดีแล้วเป็นทางมาแห่งมหาสมบัติ ทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกก็จะได้โลกียทรัพย์  ทางธรรมจะได้อริยทรัพย์คือเข้าถึงพระธรรมกาย ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  ศีลที่เราสมาทานจะเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ นำความสุขที่เป็นบรมสุขให้บังเกิดขึ้น ดังตัวอย่างที่น่าอนุโมทนาที่ได้เล่าในตอนต้น  ฉะนั้นขอให้ทุกคนตั้งใจมั่นว่า เราจะต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ตลอดชีวิต  ชีวิตเราจะได้มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป ทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งเข้าสู่นิพพาน
 

พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

* มก. เล่ม ๗๑ หน้า ๙๗
 
 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -
 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล