ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

อานิสงส์บูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200517_01.jpg
อานิสงส์บูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์

                  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทีฆนิกายมหาวรรค ว่า
"...อานนฺท พหุชนา จิตฺตํ ปสาเทนฺติ, เต ตตฺถ จิตฺตํ ปสาทเทตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติฯ


                ดูก่อนอานนท์ชนเป็นอันมากยังจิตให้เลื่อมใสว่า สถานที่ตรงนี้เป็นสถูปของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น พวกเขายังจิตให้เลื่อมใสในสถูปนั้นแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์"


                ความเลื่อมใสที่ประเสริฐสุด คือความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เลื่อมใสพระธรรมคำสอนของพระองค์ และพระอริยสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ผู้ที่มีความศรัทธาไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน มีใจมั่นคงในพระรัตนตรัยย่อมได้รับอานิสงส์ใหญ่ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มหากุศลจะบังเกิดขึ้น ตลอดเวลาที่ระลึกถึงพระรัตนตรัย


                 การที่เราไปกราบไหว้บูชาแล้วสถูปหรือพระเจดีย์ ก็เป็นการเจริญพุทธานุสติ คือระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จะทำให้ใจของเราบริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อใจผ่องใสละโลกแล้วก็มีสุคติภูมิเป็นที่ไป


               วันนี้หลวงพ่อมีตัวอย่างของพระอรหันต์รูปหนึ่ง ผู้ได้ทำบุญปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าของเรามาเล่าสู่กันฟัง ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า โพธิกันก่อนนะจ๊ะ คำว่า โพธิมีความหมายหลายนัยยะ แปลว่าต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ธรรมก็ได้หมายถึงมรรคและผลก็ได้ หมายถึงสัพพัญญุตญาณก็ได้และหมายเอาพระนิพพานก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังพูดถึงประเด็นไหนนะจ๊ะ


              ต้นไม้ชนิดไหนก็ตามที่พระพุทธเจ้าแต่พระองค์ทรงอาศัยเป็นที่นั่งเจริญภาวนา เอาชนะกิเลสอาสวะได้อีกอย่างเด็ดขาด จนได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณท่านเรียกว่า ต้นโพธิ์ทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าบางพระองค์ตรัสรู้ใต้ต้นกากระทิง บางพระองค์ตรัสรู้ใต้ต้นนิโครธหรือต้นไทร ส่วนพระพุทธเจ้าของเราทรงตรัสรู้ใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์หรือต้นโพธิ์ใบ เพราะฉะนั้นก็ให้พวกเราเข้าใจตรงกันว่า ต้นไม้แห่งการตรัสรู้ธรรมนั้นมีหลายชนิดนะจ๊ะ


                ในสมัยพุทธกาลมีพระเถระชื่ออสนโพธิยะเถระ เมื่อท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ท่านก็ระลึกชาติไปดูบุพกรรมในอดีตว่า ได้ทำบุญอะไรเอาไว้ จึงได้บรรลุธรรมตั้งแต่เยาว์วัยก็พบว่า ท่านได้ทำบุญที่ต่างจากพระอรหันต์รูปอื่นๆ คือในสมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสะ พระเถระรูปนี้ได้บังเกิดเป็นลูกของเศรษฐี 


               เนื่องจากก่อนหน้านี้ท่านได้สร้างบารมีผ่านพระพุทธเจ้ามาหลายพระองค์ด้วยกัน ทำให้มีอุปนิสัยแห่งมรรคผลนิพพาน ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ พอได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก ก็มีจิตเลื่อมใสได้เข้าไปร่วมฟังธรรมกับพุทธบริษัททั้งหลาย เมื่อเสร็จสิ้นการฟังธรรม ท่านก็คิดหาวิธีที่จะให้ได้กราบพระพุทธเจ้าทุกๆ วัน แม้ว่าจะไม่ได้กราบกายเนื้อของพระองค์กับตาม เพราะจริยาวัดรของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะต้องเดินทางจารึกไปเพื่อโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ ตามสถานที่ต่างๆ การจะได้พบเห็นพระพุทธเจ้าทุกวัน จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก


                  ท่านจึงถือเอาผลของต้นโพธิ์พฤกษ์ไปปลูกบูชา ในสมัยนั้นต้นไม้แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าชื่อว่า ต้นประดู่หรือต้นอาสนะลูกเศรษฐีได้ดูแลรักษารดน้ำพรวนดินเป็นอย่างดี ท่านทำด้วยความเลื่อมใสมีปีติเบิกบานใจ เพราะถือว่าต้นไม้นี้คือ ต้นไม้แห่งการตรัสรู้ธรรม เมื่อไหว้ต้นโพธิ์พฤกษ์ ก็ส่งใจไปถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า 


                    เมื่อกาลเวลาผ่านไป ๕ ปีต้นโพธิ์ก็ใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขาสวยงามมาก แล้วต่อมาก็มีผู้มานมัสการต้นโพธิ์ต้นนี้กันมากมาย บุญใหญ่จึงเกิดขึ้นกับลูกเศรษฐี วันหนึ่งหลังจากฟังคำแล้ว ท่านก็กราบทูลเรื่องการปลูกต้นโพธิ์พฤกษ์ ให้พระพุทธองค์ทรงทราบ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงตรัสอนุโมทนาในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ว่า ผู้ใดปลูกโพธิ์พฤกษ์นี้แล้วก็ทำพุทธบูชาโดยเคารพ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ผู้นั้นจักได้เสวยเทวราชสมบัติในเทวโลกทั้งหลาย ตลอด ๓๐ กัปและจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๔ ครั้ง เมื่อเคลื่อนจากดุสิตภิภพแล้วจักรื่นรมอยู่ในความเป็นเลิศในมนุษย์ ผู้นั้นมีใจแน่วแน่เพื่อความเพียรมีใจสงบระงับ ไม่มีอุปธิกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะแล้วจะได้พระนิพพาน


                     ลูกเศรษฐีได้ฟังคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าเช่นนั้น ก็ยิ่งบังเกิดความปลื้มปีติเป็นอย่างมาก และยิ่งทำให้ตั้งใจทำนุบำรุงต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นอย่างดี เมื่อละโลกไปแล้วก็ได้เสวยสุขในดุสิตสวรรค์ตามพุทธพยากรณ์ทุกประการ ด้วยผลที่ท่านได้ปลูกต้นโพธิ์ในครั้งนั้นทำให้ท่านไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งการปลูกต้นโพธิ์พฤกษ์


                    คำว่าไม่รู้จักทุคติเลย คำนี้ไม่ใช่เป็นคำพอดีพอร้ายนะจ๊ะ เพราะในสังสารวัฏอันยาวไกล ที่หาเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุดไม่ได้นี้ บุคคลผู้ไม่เคยตกไปในอบายภูมิ หาได้ยากอย่างยิ่งแต่ตลอดแสนกัปในการเวียนว่ายตายเกิดของท่าน ท่านไม่เคยไปสู่ทุคติเลย เพราะผลแห่งบุญที่ได้บูชาบุคคลที่ควรบูชาคือพระตถาคตเจ้า นอกจากนี้ในกัปที่ ๗๔ นับจากภัทรกัปนี้ ท่านยังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงสมบูรณ์ได้รัตน ๗ ประการ มีนามปรากฏว่า ทัณฑเสน ปกครองทวีปทั้ง ๔ ให้มนุษย์สมัยนั้นอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะมนุษย์ทั้งหลายจะรักษาศีล ๕ กันหมด


                    ในกัปที่ ๗๓ แต่กัปนี้ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ครั้งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในผืนเมทนีดล มีพระนามว่า สมันตเนมิ และในกัปที่ ๒๐ ท่านก็ยังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีก แล้วก็เป็นมหาเศรษฐีอีกนับครั้งไม่ถ้วน หลังจากนั้นท่านก็เวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพภูมิเท่านั้น ได้สวรรค์สมบัติและมนุษย์สมบัติเรื่อยมา พอมาในภพชาติสุดท้ายท่านก็ได้ออกบวชตั้งแต่อายุ ๗ ขวบทันทีที่ปลงผมเสร็จ ท่านก็ได้บรรลุอรหัตตผลทันทีคุณวิเศษทั้งหลาย ตั้งแต่ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ท่านก็ทำให้แจ้งหมด 


               นี้ก็เป็นอานิสงส์ของการปลูกต้นโพธิ์เป็นพุทธบูชานะจ๊ะ อานิสงส์ของการบูชาพระพุทธเจ้านั้น มีผลเป็นอนัน มีผลบุญเป็นอจินไตย ยากที่ใครๆ จะนับคำนวณบุญที่บังเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้น อย่าได้ดูเบาในการทำจิตให้เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือการไปสักการะพระสถูป พระเจดีย์หรือต้นโพธิ์พฤกษ์แห่งการตรัสรู้ธรรมกันนะจ๊ะ

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล