

พุทธบูชามหาอานิสงส์
การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นการกระทำของผู้มีปัญญา เพราะการบูชาผู้ที่ควรบูชานั้น เป็นกริยาอาการของคนที่มีคุณธรรมเช่น ลูกเคารพบูชาพ่อแม่ก็แสดงว่า ลูกคนนั้นน่ะมีดวงปัญญา มองพระคุณของพ่อแม่ออก หรือลูกศิษย์เคารพบูชาครูบาอาจารย์ นี่ก็แสดงว่า ศิษย์คนนั้นน่ะมีปัญญา มองออกว่าครูบาอาจารย์มีพระคุณ ฉะนั้นการจะบูชาใคร จึงไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ หรือทำได้ทั่วไปนะจ๊ะ และการบูชานี้ก็มีไว้สำหรับ ใช้กับพระรัตนตรัยเป็นหลักเท่านั้น เพราะพระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสักการะบูชาอย่างยิ่ง ทั้งของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งการบูชานั้น ก็มาถึงการที่เราต้องนอบน้อมต่อพระรัตนตรัย ทั้งกาย วาจาและใจ โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา หมั่นทำใจของเราให้หยุดให้นิ่งเป็นประจำทุกๆ วัน ย่อมเป็นการปฏิบัติบูชาต่อพระรัตนตรัย ยิ่งถ้าเราเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราย่อมได้ชื่อว่า บูชาพระรัตนตรัยด้วยการบูชาอย่างยิ่งทีเดียวนะจ๊ะ
มีพระพุทธวจนที่ตรัสไว้ในมงคลสูตรความว่า
“ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นมงคลอย่างสูงสุด”
ทักขินัยบุคคลคือ เนื้อนาบุญสำหรับการบูชาของโลก หากพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนชีพอยู่ พระองค์ก็คือสุดยอดแห่งเนื้อนาบุญในภพทั้งสาม ไม่มีผู้ใดจะเทียบได้ เพราะทรงเป็นผู้เลิศ ด้วยพระบริสุทธิ์ที่คุณ หลุดพ้นจากอาสวะกิเลสได้ด้วยพระองค์เอง โดยไม่ต้องมีใครมาสอน และพระองค์ก็ไม่ต้องไหว้หรือบูชาใคร เพราะว่าพระองค์ทรงเปรียบเสมือนลูกไก่ตัวแรก ที่สามารถเจาะกระเปาะฟองไข่คืออวิชชาออกมาได้ก่อน และทรงทำลายอวิชชาคือความมืดในใจของสัตว์โลกทั้งหลายให้หมดสิ้นไป
ดังนั้นพระพุทธองค์จึงทรงชื่อว่า เป็นบุคคลผู้ควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง เราเป็นผู้มีบุญลาภอันประเสริฐ เพราะได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้บูชาพุทธปฏิมากรซึ่งเป็นตัวแทนของพระองค์ท่าน ก็นับได้ว่าเป็นผู้ไม่ด้อยโอกาสแล้วนะจ๊ะ เพราะทุกครั้งที่เราส่งใจตรึกระลึกถึงพระพุทธองค์ก็ได้บุญมากแล้ว ยิ่งถ้าเราปฏิบัติจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ก็ยิ่งได้บุญมากเป็นอสงไขยอัปปมานังทีเดียว หรืออย่างน้อย ถ้าเราได้บูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียนหรือประทีปโคมไฟ แม้จะเป็นเพียงอามิสบูชา แต่ก็เป็นทางมาแห่งบุญของเรากันนะจ๊ะ
ดังเช่นพระเถระรูปหนึ่งในสมัยพุทธกาลคือ พระภคุเถระที่ในอดีตท่านเคยได้ทำบุญไว้กับพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยนั้นท่านได้เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง แม้จะได้ยินข่าวการเสด็จอุบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทราบถึงพระพุทธคุณอันไม่มีประมาณ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสไปฟังธรรมจากพระพุทธองค์ เพราะยังห่วงเรื่องการทำมาหากินอยู่ ครั้นต่อมาท่านได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว จึงคิดว่า เราควรหาโอกาสไปบูชาพระสรีระกายของพระองค์ก่อนที่จะสลายร่างดีกว่า
เมื่อเกิดกุศลจิตแล้ว ก็ถือพระอบทองคำ ใส่ดอกไม้หอม นำไปบูชาพุทธองค์พร้อมด้วยเหล่าพุทธบริษัทจำนวนมาก ขณะกำลังจะก้มลงกราบนั้น ท่านก็พิจารณาพระสรีระกาย ที่อุดมไปด้วยลักษณะมหาบุรุษว่า แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงละทิ้งพระสรีระกาย และเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็ตาม แต่พระสรีระกานนี้ก็เป็นประดุจ ที่ประชุมรวมแห่งความบริสุทธิ์ และความศักดิ์สิทธิ์ มีอานุภาพไม่มีประมาณ
เพราะตั้งแต่พระองค์ทรงตรัสรู้ อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ไม่มีสรีระของผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เทวดาพรหมหรืออรูปพรหมก็ตาม ที่สามารถสร้างคุณความดีให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ ดังเช่นกับพระพุทธองค์เลย
ทรงเป็นดังดวงตะวันที่คอยส่องแสงสว่าง แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยไม่ได้คำนึงถึงความทุกข์ยากลำบาก พระวรกายของพระองค์เลย แต่กลับทรงคำนึงถึง ประโยชน์สุขของมหาชนที่รอคอยพุทธองค์อยู่ ทรงใช้พระวรกายนี้ตรากตรำงานหนักยิ่งกว่าบุรุษใดๆ ในโลก และแทนที่พระองค์จะปลีกวิเวกหลีกเร้น นั่งเสวยวิมุตติสุขเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย เพราะหมดกังวลในการไปเกิดมาเกิดแล้ว
แต่พระองค์ทรงมีมหากรุณาต่อเวไนยสัตว์ เสมือนมารดาที่คอยห่วงใยต่อบุตรน้อย ที่เกิดจากอุทธรณ์ของตนฉะนั้น พระวรกายที่อุดมด้วยลักษณะมหาบุรุษอันประเสริฐ ซึ่งประทับสีหไสยาสน์สงบนิ่งราวขุนเขาใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านให้บุคคลได้มาสักการะบูชานี้ คือสุดยอดแห่งกายเนื้อ ที่ควรค่าแก่การบูชาสักการะเป็นอย่างยิ่ง นับว่าเป็นบุญลาภของเราหนอ เป็นมงคลอันสูงสุด สำหรับชีวิตที่ได้มาบูชาพระสรีระของพระองค์นี้
เมื่อชายหนุ่มคิดเช่นนี้แล้ว ก็ได้ทำใจให้สงบนิ่ง ตรึกระลึกถึงพระพุทธคุณโดยอเนกปริยาย จากนั้นก็บูชาพระวรกายด้วยพระอบ ที่บรรจุด้วยดอกไม้หอม ด้วยบุญนี้ หลังจากเชสิ้นอายุไข ก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี สวรรค์ชั้นที่ ๕ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ทีเดียวนะจ๊ะคือ แทนที่ท่านจะเสวยเบญจกกามคุณอันเป็นทิพย์ เหมือนเทพบุตรเหล่าอื่น แต่กลับยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์ ฝนดอกไม้ทิพย์ได้ตกลงมาเพื่อบูชาท่านอยู่ตลอดเวลา
เมื่อท่านหมดอายุไข ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นพระราชาผู้มียศใหญ่ มีฝนดอกโกมุทโปรยปรายลงมาอีกเช่นกัน มีฆานปสาทที่สูดดมแต่กลิ่นหอม มีคันธารมณ์ที่เป็นสุขตลอดการ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะผลบุญ ที่เกิดจากการบูชาพระพุทธสรีระกายนั้นเอง ทำให้ท่านเกิดอยูเพียงสองภพภูมิเท่านั้น คือในเทวโลกและมนุษยโลก ไม่เคยพลัดตกไปสู่ทุคติภูมิเลย
ครั้นมาถึงสมัยพุทธกาล ท่านได้มาบังเกิดในศากยราชตระกูล มีนามว่าภคุ ภายหลังเกิดความเบื่อหน่ายในฆราวาสวิสัย จึงได้ออกบวชพร้อมกับท่านพระอนุรุทธะและพระกิมพิละ พักอยู่ในพาลกโลณการกคาม วันหนึ่งเพื่อจะบรรเทาความง่วงเหงาหาวนอน อันเกิดจากการทำความเพียรมาก จนพักผ่อนไม่เพียงพอ ท่านจึงออกจากวิหารไปเดินจงกรม ด้วยความที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ ถึงกับล้มลงจนได้รับบาดเจ็บ แต่แทนที่จะนึกถึงการรักษาพยาบาล หรือกลับไปพักผ่อน ท่านกลับอาศัยความเจ็บปวดนั้น มาเป็นพลังขับไล่ความง่วงเหงาหาวนอน และทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น โดยทำใจให้ตั้งมั่น ทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายไม่ให้คลาดเคลื่อน
เมื่อใจหยุดได้ถูกส่วน แสงสว่างก็เกิดขึ้นภายใน ความง่วงก็หายไป ในที่สุดก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถามพระเถระว่า “ดูก่อนภคุ เธอยังเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่หรือ” พระเถระกราบทูลว่า “ข้าพระองค์คอยถูกความง่วงเหงาหาวนอน เข้าครอบงำจนทรงตัวไม่อยู่ ถึงกับล้มลงในที่จงกลม แต่ข้าพระองค์ก็ยังปรารภความเพียรพระเจ้าข้า บัดนี้ข้าพระองค์เป็นผู้ตื่นแล้ว
เพราะมีจิตตั้งมั่นแล้วในภายใน แล้วได้กระทำไว้ในใจ โดยอุบายอันแยบคาย ข้าพระองค์นี้ได้เห็นทุกข์ เห็นโทษของสังสารวัฏ จึงเกิดความเบื่อหน่ายอย่างแรงกล้า จิตของข้าพระองค์หลุดพ้นแล้วจากสรรพกิเลส ข้าพระองค์ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้วได้ทำกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จสิ้นแล้ว"
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านก็ได้ทำหน้าที่เป็นกำลังหลัก ในการนำประทีปธรรมไปสู่ดวงใจของชาวโลก ทำให้ชาวโลกได้รับความสว่างไสว และมีผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุธรรมาพิศมัยตามท่านมาอีกมากมาย
เห็นไหมจ๊ะ อานิสงส์ของการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นบุญใหญ่ที่จะคอยสนับสนุน ให้เราประสบความสุขและความสำเร็จในชีวิตไปทุกภพทุกชาติ ปัจจุบันนี้แม้เราจะไม่มีโอกาสได้กราบพระวรกายอันประเสริฐ แต่หากเราหมั่นสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณ แล้วส่งใจไปถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยจิตที่เริ่มใสเป็นประจำ อานิสงส์นั้นก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันที่เดียวนะจ๊ะ เพราะพุทธานุภาพเป็นอจินไตย ดังนั้นก็ให้ลูกๆ ทุกคนหมั่นทำจิตให้เลื่อมใส ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหาโอกาสสวดมนต์ สรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยเป็นประจำ บุญนี้จะได้สนับสนุนให้เราได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน อย่างง่ายดายไปทุกภพทุกชาติกันทุกคนนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)