
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

ทานเนื่องด้วยพุทธองค์อานิสงส์ใหญ่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในขุททกนิกาย ขุททกปาฐะว่า
กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท
การบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก
เพราะกว่าที่จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง มาบังเกิดขึ้นในโลกนี้เป็นสิ่งที่ยากมากๆ บางกัปก็ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นเลย ดังนั้นในการทำบุญแต่ละครั้ง เราจึงต้องอธิษฐานจิตกำกับไว้เสมอว่า ด้วยอานิสงส์แห่งบุญนี้ขอให้มีโอกาสได้ทำบุญกับเนื้อนาบุญ ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลอันเลิศ อย่าได้เสียเวลาไปทำบุญนอกบุญเขต ให้ได้ทำบุญอยู่ในพระพุทธศาสนา
เพราะการที่พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์จะมาบังเกิดนั้นเป็นการยาก ชีวิตเรากว่าจะได้มาเกิดสร้างบารมีก็ยากเช่นกัน แล้วเมื่อเกิดมาแล้วกว่าจะได้ทรัพย์มาสร้างบารมี ก็ได้มาด้วยความยากลำบาก ดังนั้นต้องนำมาใช้ให้คุ้มค่า ด้วยการสร้างบารมีกับเนื้อนาบุญอันประเสริฐ
ดังเช่นเรื่องของพระเถระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านได้มีจังหวะชีวิตที่ดี ที่ได้โอกาสทำบุญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต เรื่องก็มีอยู่ว่าในยุคสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี สมัยนั้นท่านเสนกะได้เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียง พอโตเป็นหนุ่มแล้ว วันหนึ่งท่านได้เห็นพระบรมศาสดาผู้งดงาม ด้วยมหาปุริสลักษณะในเวลาที่ทรงทำพุทธกิจใดๆ ก็มีพุทธจริยาจึงงดงามหน้าเลื่อมใส พระวรกายที่เปล่งปลั่งด้วยพระรัศมี ย่อมนำมาซึ่งความเจริญตาและเจริญใจแก่ผู้ที่ได้ทัศนาเป็นยิ่งนัก
ท่านเสนกะในสมัยนั้น เมื่อได้เห็นแล้ว ก็มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธองค์ จึงบูชาพระองค์ด้วยกำหางนกยูง ด้วยบุญนี้ทำให้ท่านเวียนเกิดเวียนตายอยู่สองภพภูมิเท่านั้นคือ ได้เกิดเป็นเทวดาและมนุษย์เท่านั้น ไม่ไปสู่อัตภาพอื่นเลยโดยที่บาปกรรมใดๆ ที่ทำไว้ในอดีต ก็ไม่ได้ช่องเพื่อจะส่งผลเลย เพราะบุญที่ทำกับทักขิไณยบุคคลผู้เลิศนั้น เป็นบุญใหญ่ไม่มีประมาณ ถือได้ว่าการทำทานในครั้งนั้น เป็นทานที่เปรียบเสมือนสะพานชีวิต ที่ทำให้ท่านเดินทอดไปในเส้นทางที่ดีตลอดทุกภพทุกชาติ แล้วเป็นสะพานข้ามวัฏฏะที่เชื่อมต่อจากภพ ๓ สู่พระนิพพานทีเดียว
ครั้นพอมาถึงในยุคสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ด้วยอานุภาพแห่งบุญนั้น ก็ได้ดลบันดาลให้ท่านได้มาบังเกิดในตระกูลของพราหมณ์ เป็นลูกน้องสาวของพระอุรุเวลกัสสปะ แล้วก็ได้รับการขนานนามว่า เสนกะ ครั้นพอเติบใหญ่เจริญวัยแล้วก็ได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาของพวกพราหมณ์ แล้วก็ได้ใช้ชีวิตเหมือนกับพราหมณ์ทั่วไปอยู่ระยะหนึ่ง
ต่อมาในงานมหรสพนักขัตฤกษ์ ซึ่งเป็นพิธีสรงน้ำของพราหมณ์ ที่ริมฝั่งแม่น้ำคยา เวลานั้นพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่ท่าน้ำแห่งนั้น เพื่อจะทรงอนุเคราะห์ผู้มีบุญที่จะได้บรรลุธรรมในวันนั้นเช่นกัน พอท่านเสนกะกำลังจะสรงสนานที่ท่าน้ำ ก็ได้เห็นพระบรมศาสดากำลังแสดงธรรมอยู่ จึงตัดสินใจเข้าไปฟังธรรมจากพระพุทธองค์ก่อน แต่พอได้ฟังธรรมก็เกิดความเลื่อมใสในคำสอนของพระบรมศาสดา จึงตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่นำไปสู่ความสุขและความบริสุทธิ์บริบูรณ์คือ ท่านได้ตัดสินใจออกบวช แล้วเมื่อบวชแล้วก็มุ่งหน้าประพฤติธรรมไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัตผล
เมื่อท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ได้กล่าวธรรมอันเป็นอนุสติแก่ผู้ที่จะสร้างบารมีตามมาในภายหลังว่าเราถือกรรมหางนกยูงเข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์ ผู้เป็นผู้นำของโลก เรามีจิตเริ่มใสได้ถวายกำหางนกยูงนั้น และด้วยการตั้งเจตนาไว้ ไฟคือราคะ โทสะและโมหะทั้ง ๓ กองของเราดับสนิทแล้ว เราได้สุขอันไพบูลย์ พุทธองค์ทรงเป็นที่พึ่งที่ทำให้เราบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ความเป็นพระอรหันต์ เราได้ถวายทาน แด่ทักขิไณยบุคคลอันเลิศแล้ว เราจึงได้ความสุขอันไพบูลย์ ถอนภพทั้งหลายขึ้นได้หมดแล้ว อาสวะทั้งปวงหมดสิ้นแล้ว
บัดนี้ภพใหม่มิได้มีในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยผลแห่งทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย คำสอนของพระพุทธองค์เราได้ทำเสร็จแล้ว ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้วก็พิจารณาการปฏิบัติของตนเอง ในเส้นทางแห่งความดีก็เกิดความปีติโสมนัส จึงเปล่งอุทานขึ้นว่าการที่เราได้มาที่ท่าน้ำคยาแห่งนี้เป็นการมาดีแล้วหนอ เพราะได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง ผู้แสดงธรรมอันสูงสุด มีพระรัศมีสว่างไสวเป็นผู้ถึงความเป็นผู้เลิศ เป็นบรมครูของมนุษยโลกพร้อมทั้งหมดโลก เป็นพระผู้ชนะมารผู้อำนวยการเห็นอย่างยอดเยี่ยม จะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบมิได้มีอานุภาพมาก เป็นมหาวีระบุรุษผู้รุ่งเรือง ไม่มีอาสวะ ทรงสิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว พระผู้มีภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงปลดเปลื้องเราผู้เศร้าหมอมานาน ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง
นี้เป็นคำอุทานของพระอรหันต์ผู้ได้บรรลุวิมุตติสุขได้ถึงฟังแห่งความสุขจะเป็นนิรันดร์แล้วซึ่งระดับของความสุข ได้ถึงฝั่งแห่งความสุขที่เป็นนิรันด์แล้ว ซึ่งระดับของความสุขมีอยู่ ๕ คือความสุขที่เกิดจากอารมณ์ที่น่าปรารถนาต่างๆ เช่นได้เห็นรูปสวยๆ ได้ฟังเสียงเพราะๆ เป็นต้นเรียกว่ากามสุข ความสุขที่เกิดจากการออกบวชไม่ต้องมาขวนขวายในกิจการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำมาหากิน เรื่องครอบครัวเป็นต้นเรียกว่าเนกขัมมสุข ความสุขที่เกิดจากการได้อยู่ในที่เงียบๆแล้วทำให้ใจสงบเรียกว่าปะวิเวกสุข ความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม จนใจหยุดใจนิ่งเรียกว่าอุปสมสุข และความสุขระดับสุดท้ายซึ่งเป็นระดับสูงสุดคือความสุขที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมจนใจหยุดใจนิ่ง ที่ยิ่งกว่าอุปสมบทหยุดในหยุดเรื่อยไป จนกระทั่งได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ผู้สิ้นอาสวะกิเลสทั้งหลายเรียกว่าสัมโพธิสุข เป็นความสุขที่เกิดจากการหลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งปวง
พระเสนกเถระท่านได้ผ่านความสุขทั้ง ๕ ระดับมาแล้ว โดยมีบุญที่ได้ถวายทานถูกเนื้อนาบุญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งเชื่อมโยง เราจะเห็นได้ว่า บุญเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิต มีอานุภาพเป็นอจินไตย แม้ทำเพียงครั้งเดียวแต่ทำถูกเนื้อนาบุญ อานิสงส์นั้นก็จะมากมายจะนับจะประมาณไม่ได้ทีเดียว บัดนี้แม้พระพุทธองค์จะทรงดับขันธปรินิพพานเป็นนานแล้ว แต่เรายังโชคดีจะได้เกิดมาทันพระศาสนาของพระองค์ เพราะยังมีเนื้อนาบุญคือ พระภิกษุสามเณรให้เราได้ทำบุญ ได้กราบไหว้บูชา การเห็นสมณะเป็นมงคล เมื่อได้พบเห็นก็เป็นบุญตา ยิ่งได้เจรจาและทำบุญด้วย ก็ยิ่งเป็นบุญกุศลกับตัวเรา และอีกประการหนึ่งทรัพย์สมบัติของเราที่มีอยู่ในโลกนี้ จะเป็นของของเราได้อย่างแท้จริงนั้นก็มีหลักวิชชาอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ ต้องนำเอาออกมาทำบุญ เปลี่ยนโลกียทรัพย์ให้เป็นอริยสัจ และบุญก็จะเป็นที่พึ่งให้กับเราทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แล้วจะทำให้เราได้เข้าถึงพระธรรมกาย กระทั่งเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่ฝั่งพระนิพพานกันนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)