
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

บุญเขตในพระพุทธศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในขุททกนิกายธรรมบทว่า
บุคคลใดพึงบูชาสิ่งอื่นนอกจากพระรัตนตรัย ด้วยทรัพย์ ๑,๐๐๐ ทุกๆ เดือนตลอดทั้งปี แม้เป็นเวลานานถึง ๑๐๐ ปี การบูชาของเขามีอานิสงส์เทียบได้เพียงนิดเดียว กับการบูชาของผู้บูชาพระอริยบุคคล ซึ่งฝึกตนดีแล้วแม้เพียงชั่วเวลาครู่เดียวไม่ได้เลย
การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา เป็นทางมาแห่งมหากุศล แม้จะเป็นการบูชาด้วยไทยธรรมเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าบูชาถูกทักขิไนยบุคคลแล้ว การบูชานั้นย่อมมีอานิสงส์ใหญ่ เป็นอสงไขยอัปปมานัง นับว่าเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก เหมือนการลงทุนทำธุรกิจ ที่ลงทุนน้อยจะให้ได้กำไรมาก ฉะนั้นการดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก็เช่นกัน ต้องดำเนินให้มีกำไรชีวิต เคยมีความสุขในโลกนี้ เมื่อละโลกไปแล้วก็ให้ได้ไปเสวยสุขในโลกหน้า ถ้าบุญเต็มเปี่ยมก็หยุดเวียนว่ายตายเกิด เข้าสู่อายตนะนิพพานเสวยเอกันตบรมสุข ที่ไม่มีทุกข์เจือปนกันอย่างเดียว
สำหรับการมีชีวิตที่ขาดทุน คือชีวิตที่ขาดบุญ ซึ่งบางคนดำเนินชีวิตผิดพลาด ด้วยการทำบาปอกุศล เช่น ไปลักขโมยรถเขามาขับบ้างไปมีชู้กับภรรยาหรือสามีของคนอื่น เขาบ้าง ขายเครื่องดองของเมาหรือขายยาเสพติด เพื่อเห็นแก่เม็ดเงินที่จะมาอำนวยความสะดวกสบายให้กับตนเอง สิ่งเหล่านี้หรือว่าเป็นความสุขประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น เมื่อละโลกแล้ว ก็ต้องไปเสวยทุกข์ทรมานแสนสาหัส เป็นเวลายาวนานในมหานรก ครั้นกรรมเบาบางลง มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ ก็ต้องใช้วิบากต่อไปอีกหลายชาติ เช่นเป็นคนพิกลพิการมีสติไม่สมประกอบเป็นต้น การทำบาปเพื่อหวังความสุข แต่ต้องประสบทุกข์ข้ามชาติ มันไม่คุ้มกันเลยนะจ๊ะ นี่แหละคือชีวิตที่ขาดทุนอย่างแท้จริง
การดำเนินธุรกิจผิดพลาดทำให้ขาดทุน ยังพอแก้ไขกันได้ แต่การดำเนินชีวิตผิดพลาด ต้องแก้ไขกันข้ามภพข้ามชาติ เพราะฉะนั้นในขณะที่กำลังใช้วิบากกรรมนั้น เราต้องรู้จักสร้างกุศลกรรมควบคู่ไปด้วย และยิ่งเมื่อเรารู้แล้วว่า หน้าที่หลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ก็เพื่อสั่งสมบุญเท่านั้น ไม่ใช่มาทำอย่างอื่นเลย และการสั่งสมบุญในแต่ละครั้ง ก็ต้องทำให้ถูกเนื้อนาบุญ อย่างที่พระพุทธองค์ทรงชี้ว่า พระสงฆ์สาวกของพระองค์นี่แหละ คือเนื้อนาบุญของโลก ใครก็ตามเมื่อได้ทำบุญในบุญญาเขตนี้แล้ว จะทำให้ได้อานิสงส์มากมาย มีคนจำนวนมากอยากร่ำรวย แต่ไม่รู้วิธีหาเงินจึงรวยไม่ได้ ในทำนองเดียวกันบางคนอยากไปเกิดในสวรรค์ อยากไปพรหมโลก แต่ไม่รู้หนทางไปก็ไปไม่ถึง นอกจากไปไม่ถึงแล้วสิ่งที่กำลังประพฤติปฏิบัติอยู่นั้น อาจเป็นเส้นทางนำไปสู่อบายภูมิก็ได้
ดังนั้นการขาดกัลยาณมิตร คอยแนะนำเส้นทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ดังเช่นชีวิตของพราหมณ์ผู้เป็นลุงของพระสารีบุตรเถระ ที่หลงไปบูชาสิ่งที่ไม่ใช่พระรัตนตรัย ไม่ใช่บุญเขตในพระพุทธศาสนา แต่โชคดีได้เจอยอดกัลยาณมิตร ทำให้มีชีวิตสดใสไปทุกภพทุกชาติ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ก็มาติดตามรับฟังกันเลยนะจ๊ะ
พระสารีบุตรเถระผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านปัญญา และเป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากท่านได้บวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ทำหน้าที่ธรรมเสนาบดีอย่างเข้มแข็ง มีอยู่วันหนึ่งพระสารีบุตรได้ไปโปรดลุง ซึ่งกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ลุงของท่านคนนี้นอกจากจะมีฐานะที่ร่ำรวย แล้วก็ยังเป็นอุปัฏฐากคนสำคัญของพวกนิครนถ์อีกด้วย เมื่อพระเถระได้สนทนาสารทุกข์สุขดิบ ตามประสาลุงกับหลานที่ไม่ได้พบเจอกันนาน ก็ได้ถามลุงว่า ท่านลุงท่านได้ทำบุญกุศลอะไรเอาไว้บ้าง ลุงก็ตอบว่า หลานรักลุงยังบูชากราบไหว้นิครนถ์อยู่ลุงจะมอบปัจจัยนิครนถ์ครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะทุกเดือนไม่เคยขาดเลย
เมื่อได้ฟังดังนั้นพระเถระจึงถามว่า การทำบุญในแต่ละครั้งนั้นท่านหวังสิ่งใด คุณลุงตอบว่า พวกพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ต่างก็แนะนำให้ลุงไปบังเกิดในพรหมโลก ลุงเลยปรารถนาอยากไปพรหมโลก พระเถระจึงถามต่อไปว่าและอาจารย์ท่านหรือว่าตัวลุงเองรู้จักทางไปพรหมโลกแล้วหรือ พราหมณ์เมื่อเจอคำถามนี้ก็ตอบแบบเสียงอ่อยๆ ว่าไม่มีใครรู้จักหรอก พระเถระจึงให้ข้อคิดว่า ตามปกติแล้วผู้ที่จะไปที่ไหนจะต้องรู้จักเส้นทางนั้นเป็นอย่างดี จึงจะไปถึงจุดหมายได้ แต่ท่านน่ะไม่รู้ แม้อาจารย์ท่านเองก็ไม่รู้ แล้วท่านจะไปถึงพรหมโลกได้อย่างไร มาเถิดลุงอาตมาจะกราบทูลให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นอาจารย์ของอาตมา ตรัสบอกเส้นทางไปสู่พรหมโลกกับลุงเอง พราหมณ์ดีใจมากที่จะได้รู้ทางไปสู่พรหมโลก จึงเดินตามพระเถระไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อไปถึงพระเถระก็กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์โปรดตรัสบอกหนทางไปพรหมโลก แก่ลุงของข้าพระองค์ด้วยเถิด พระเจ้าข้า พอได้สดับคำอาราธนา พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า พราหมณ์ การถวายอาหารพอยังชีพเพียงทัพพีเดียว แก่สาวกของเราแม้เพียงรูปเดียวเท่านั้น ก็สามารถนำไปสู่พรหมโลกได้ และการถวายอาหารเพียงทัพพีเดียวนั้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าการบริจาคทรัพย์จำนวนมาก แก่นิครนถ์ทุกเดือนของท่านเสียอีก อย่าว่าแต่การถวายอาหารเลย แม้เพียงแค่การแลดูสาวกของเราด้วยจิตที่เลื่อมใสศรัทธาเพียงครู่เดียว ก็ยังได้บุญมากกว่าการกราบไหว้บูชาพวกนิครนถ์เป็นร้อยปี
จากนั้นก็ทรงชี้แจงให้พราหมณ์ ทราบได้ถึงลักษณะของเนื้อนาบุญ ว่าต้องสมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิและปัญญาอย่างไรบ้าง แล้วทรงบอกหนทางไปสู่พรหมโลกแก่พราหมณ์ ด้วยการแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อให้ได้ฌาน ซึ่งเริ่มจากการหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้บริสุทธิ์ ละนิวรณ์ทั้ง ๕ จนกระทั่งได้บรรลุปฐมฌานเรื่อยไป จนถึงจตุตถฌาน แล้วก็ถึงพระรัตนตรัยภายในที่สุด พราหมณ์ได้ส่งใจไปตามกระแสพระธรรมเทศนา พร้อมกับทำใจหยุดในหยุดนิ่งในนิ่งควบคู่ไปด้วย เมื่อจบพระธรรมเทศนา พราหมณ์ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ซึ่งประเสริฐและเลิศกว่าการได้เป็นพรหมซะอีก เพราะตั้งแต่นี้ไปท่านจะมีชีวิตที่ไม่ตกต่ำอีกเลย จะมีแต่ใจที่เกาะเกี่ยวอยู่กับพระนิพพานอันเป็นบรมสุขอย่างเดียว
เห็นไหมจ๊ะว่าการทำอะไรแต่ละอย่างนั้น ย่อมมีหลักวิชชาในการทำสิ่งนั้นๆ ให้สำฤทธิผลผู้ที่รู้หลักวิชชา ย่อมสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยง่าย การไปเกิดมาเกิดบนโลกมนุษย์ กระทั่งก้าวไปสู่ความไม่เกิดอีกหากไม่ได้คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องนำทาง น้อยคนนักที่จะก้าวไปถึงได้ ในเรื่องนี้เราดูตัวอย่างได้จากพรามหมณ์ผู้เป็นลุงของพระสารีบุตรเถระ ที่หลงเข้าใจผิดในเรื่องการทำบุญเพื่อมุ่งพรหมโลก แต่ได้อาศัยพุทธองค์ที่ทรงให้หลักวิชชาที่ถูกต้อง จึงทำให้ชีวิตเข้าถึงเป้าหมายอันสูงสุดในชีวิตไม่มีตกต่ำอีกเลย
ดังนั้นผู้รู้ทั้งหลาย จึงเลือกที่จะสั่งสมบุญ เฉพาะในบุญเขตเท่านั้นเพราะลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก เหมือนการหว่านข้าวกล้าลงในนาดี ย่อมได้ผลิตผลที่งอกงามไพบูลย์เกินควรเกินคาด และคำว่าเนื้อนาบุญก็หมายเอาถึงผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะหรือผู้ปฏิบัติเพื่อละราคะ โทสะ โมหะจนกระทั่งถึงผู้ที่ได้เข้าถึงพระธรรมกาย ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ เป็นสามเณร เป็นหญิงเป็นชาย เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าเข้าถึงธรรมกายถือว่าเป็นทักขิไนยบุคคล เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศทีเดียว ดังนั้นเมื่อปรารภจะสั่งสมบุญแล้ว ก็ทำให้ถูกหลักวิชชาจึงจะทำให้เราได้อานิสงส์ใหญ่ หวังเทวโลกก็จะได้เทวโลก หวังพรหมโลกก็จะได้ไปพรหมโลก หวังให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ก็จะสมปรารถนากันทุกคนนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)