
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

บุญนำพาความสำเร็จ
มีวาระพระบาลี ที่ปรากฏในขุททกนิกายธรรมบทความว่า
ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา
กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ
ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ฯ
บุรุษพึงหมั่นทำบุญ แล้วพึงหมั่นทำบุญนั้นบ่อยๆ พึงหมั่นทำความพอใจในบุญนั้น เพราะการสั่งสมบุญนำความสุขมาให้ บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งปวง บางคนเห็นผู้อื่นประสบความสุขและความสำเร็จในชีวิตอย่างง่ายๆ ก็อยากจะประสบความสำเร็จอย่างนั้นบ้าง จึงพยายามศึกษาเส้นทางสู่ความสำเร็จแล้วก็นำไปปฏิบัติ
แต่เมื่อทำแล้วแม้จะขยันหมั่นเพียรเพียงใด ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที จะติดต่อธุรกิจการงานอะไรก็ติดขัดไปหมด เพราะขาดมงคลข้อ ปุพเพกตบุญญตา คือไม่ได้สั่งสมบุญเอาไว้ในปางก่อนนั่นเอง
บุญคือฉากหลังของความสำเร็จของทุกๆ ชีวิต เพราะฉะนั้นการจะประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีบุญถึงด้วย บุญเป็นหลักเป็นประธานในทุกๆ สิ่งถ้าเราปรารถนาความสำเร็จบ่อยๆ ก็ต้องหมั้นทำบุญบ่อยๆ เหมือนน้ำฝนที่หยดลงมาทีละหยด สามารถเติมตุ่มให้เต็มได้ฉันใด บุญที่เราสั่งสมบ่อยๆ ก็จะเต็มเปี่ยมได้ฉันนั้น พุทธองค์ทรงสอนให้หมั่นทำบุญบ่อยๆ
พุทธองค์ทรงสอนให้หมั่นทำบุญบ่อยๆ ไม่ให้เบื่อหน่ายในการสั่งสมบุญบารมี อีกทั้งยังให้ทำความพึงพอใจในการทำบุญ ทั้งก่อนทำก็ให้ดีใจ ปีติใจ ในขณะทำก็ให้เลื่อมใสใจเป็นบุญเป็นกุศลล้วนๆ ทำบุญแล้วก็ให้ปลื้มใจ เมื่อระลึกนึกถึงคราใดก็ให้มีแต่ความสุขความเบิกบานเสมอ
เหมือนดังเรื่องที่หลวงพ่อจะได้นำมาเล่าสู่ลูกๆ ให้ได้รับฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของพระเถระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของผู้ที่สั่งสมบุญบ่อยๆ และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะถวายทานกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นคนแรกโดยปราศจากความลังเลใจเรื่องราวจะเป็นอย่างไร เรามาติดตามรับฟังกันเลยนะจ๊ะ
ย้อนกลับไปในกัปที่ ๓๑ จากภัทรกัปนี้ ในยุคสมัยที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดเป็นแสงสว่างแก่โลก ได้มีอุบาสกผู้มีใจงดงามท่านหนึ่ง มีโอกาสได้ถวายผลไม้แด่พระปัจเจกพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุมนะ ด้วยบุญกุศลที่ท่านทำด้วยความศรัทธาเลื่อมใสและทำถูกเนื้อนาบุญ ก็ส่งผลให้ท่านเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสองภพภูมิคือ ในมนุษยโลกและในเทวโลกเท่านั้น
และในระหว่างที่เวียนว่ายตายเกิดนี้เอง มีอยู่ชาติหนึ่งท่านได้เกิดในตระกูลพ่อค้าเกวียน ในเมืองอรุณวดีซึ่งตรงกับยุคที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอุบัติเป็นที่พึ่งให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วเมื่อท่านทราบข่าวการถวายภัตตาหาร แด่พระพุทธองค์เป็นคนแรกของพ่อค้าสองคน ก็เกิดแรงบันดาลใจมีความคิดตรงกันกับเพื่อนว่า พวกเราต้องเป็นบุคคลชุดแรก ที่ได้ถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์ อย่างที่พ่อค้าทั้งสองนั้นทำแล้วบ้าง
ครั้นปรึกษากันแล้วทั้งสองท่าน จึงได้กราบอาราธนาพระบรมศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ให้ไปเสวยภัตตาหารเช้าที่บ้าน พอรุ่งเช้าหลังจากพระองค์เสวยเสร็จเรียบร้อย อุบาสกทั้งสองได้ทูลบอกวัตถุประสงค์ของการถวายทานในครั้งนี้ว่า ด้วยกุศลผลบุญที่ข้าพระองค์ทั้งสองถวายทานในครั้งนี้ ขอจงเป็นพลวปัจจัยส่งผลให้มีโอกาสได้ถวายทานเป็นคนแรก กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้าด้วยเถิด ด้วยกุศลผลบุญที่ได้ทำในครั้งนั้น ได้ส่งผลให้ท่านทั้งสองเวียนว่ายตายเกิดอยู่แต่ในสุคติเรื่อยมา
ครั้นพอมาในสมัยพุทธกาล ก็ลงมาเกิดเป็นพี่น้องในตระกูลเศรษฐี คนพี่มีชื่อว่าตปุสสะส่วนคนน้องชื่อว่าภัลลิกะ คนทั้งสองเติบโตได้ประกอบอาชีพค้าขาย ครั้งหนึ่งได้บรรทุกสินค้า ๕๐๐ เล่มเกวียนไปขายยังต่างเมือง ช่วงนั้นก็เป็นโอกาสเดียวกันที่สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ และทรงประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข ในสัปดาห์ที่ ๘ ที่โคนต้นเกด (ต้นราชายตนะ)
ฉะนั้นเมื่อพ่อค้าสองพี่น้อง นำกองคาราวานผ่านบริเวณป่าแถบนั้น กองเกวียนก็เกิดหยุดกระทันหัน ขยับเขยื้อนไม่ได้ทั้งๆ ที่ถนนหนทางก็กราบเรียบ ไม่มีหลุมไม่มีบ่อไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ทำให้พ่อค้าสองพี่น้องและหมู่คณะ เกิดความสงสัยไปต่างๆ นานา
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เทวดาที่เคยเกิดเป็นญาติพี่น้องร่วมกันในชาติก่อน ก็มาปรากฏกายให้เห็นที่คาคบไม้แล้วบอกว่า บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว และพระพุทธองค์ก็ยังไม่ได้เสวยพระกระยาหาร จนถึงสัปดาห์ที่ ๘ แล้ว ขณะนี้พระองค์ประทับนั่งอยู่ที่โคนต้นเกด ถ้าพวกท่านทั้งสองต้องการบุญใหญ่ ก็จงรีบนำอาหารเข้าไปถวายพระพุทธองค์เถิด เพราะอานิสงส์ผลบุญในครั้งนี้ จะทำให้พวกท่านมีแต่ความสุขความเจริญตลอดกาลนาน
เมื่อพ่อค้าทั้งสองได้ฟังข่าวอันเป็นมหามงคลก็ปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง จึงปรึกษากันว่า ถ้าพวกเรามัวแต่จัดอาหารไปถวาย ก็จะเนิ่นช้าเกินไป จึงเอาอาหารที่เตรียมไว้สำหรับเดินทางคือสัตตุผงและสัตตุก้อน น้อมนำเข้าไปถวายทันที หลังจากได้ถวายแล้วจึงได้ทูลขอถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นที่พึ่งก่อนใครๆ แล้วพ่อค้าทั้งสอนยังได้รับพระเกศาธาตจากพุทธองค์ไปบูชาอีกด้วย จากนั้นก็นำกองเกวียนเดินทางไปค้าขายกันต่อไป
อมาเมื่ออุบาสกทั้งสองทราบข่าวว่า พุทธองค์กำลังโปรดสรรพสัตว์อยู่ที่เมืองราชคฤห์ จึงพากันเดินทางไปเข้าเฝ้า ครั้นได้สดับพระธรรมเทศนาแล้ว อุบาสกตปุสสะผู้เป็นพี่ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ส่วนอุบาสกภัลลิกะคนน้องแม้ยังไม่ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคล แต่ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างท่วมท้น ได้ขอบวชกับพระพุทธองค์ เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมจนกระทั่งได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ผู้ทรงอภิญญา ท่านได้ระลึกชาติย้อนไปดูภาพแห่งการสั่งสมบุญในอดีตรู้ว่า เคยสั่งสมบุญในอดีตเอาไว้มาก โดยเฉพาะเคยถวายผลไม้กับพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ด้วยบุญนั้นยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านได้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ได้ประสบความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิตนี้ได้
ต่อมาวันหนึ่งมารต้องการจะแกล้งท่าน จึงได้มาปรากฏกายแสดงรูปร่างหน้ากลัวต่างๆ เพื่อให้พระเถระเกิดความกลัว แต่ท่านเห็นแล้วกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แล้วได้กล่าวขึ้นว่า ผู้ใดกำจัดเสนาแห่งมัจจุราชได้ เหมือนห้วงน้ำใหญ่ทำลายสะพานไม้อ้อเก่า ทรุดโทรมให้พังทลายไป ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ชนะมาร มีจิตใจมั่นคงดับกิเลสและความเร่าร้อนได้แล้ว ทำให้มารรู้ว่าท่านไม่ได้อยู่ในวิสัยของตนแล้ว จึงหายตัวไปจากถิ่นนั้นทันที
เห็นไหมจ๊ะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสำเร็จได้ด้วยบุญ อำนาจแห่งบุญกุศลที่สั่งสมมาดีแล้วนี้ จะบันดาลความสำเร็จให้อย่างเป็นอัศจรรย์ ดังนั้นใครจะประกอบธุรกิจการงานใดๆ ก็ตามที่จะให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยบุญทั้งสิ้น เพราะบุญจะอยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จทั้งมวล เพราะฉะนั้นพวกเราไม่ควรประมาทในการสั่งสมบุญกุศล ไม่ว่าจะเป็นการทำทานรักษาศีลหรือเจริญภาวนาก็ทำให้เต็มที่ ก็จะเป็นเสบียงบุญติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งหมดกิเลส เข้าสู่พระนิพพานกันนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)