ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

บุญทำ กรรมแต่ง

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200621_01.jpg

บุญทำ กรรมแต่ง

                มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน กัลยาณธรรมชาดก ว่า 
                "กัลยาณธมฺโมติ ยถา ชนินฺทฺธ โลเก สมญฺญํ อนุปาปุนาติ ตสฺหา น เยถ นโร สปญฺโญ กิริยาปิ สนฺโต ทุรมาทิยํ" 


                ในการใดบุคคลได้ทำสมัญญาในโลกว่า ผู้มีกัลยาณธรรม ในการนั้นนรชนผู้มีปัญญาไม่พึงทำตนให้เสื่อมจากสมัญญานั้นเสีย 

 


                สัตบุรุษทั้งหลายย่อมรับเอาธุระนั้น ไว้ด้วยหิริและโอตตัปปะ ผู้มีกัลยาณธรรมหมายถึง ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ สมบูรณ์ด้วยศีลสมาธิปัญญา เว้นขาดจะอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการคือ งดเว้นจากกายทุจริต ๓ อย่างมีงดเว้นจากการทำปาณาติบาต ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อน แต่ใช้ร่างกายกำลังเรี่ยวแรงที่มีอยู่ เป็นไปเพื่อสร้างบุญบารมี ให้โลกนี้เกิดความสงบสุขร่มเย็น ชาวโลกเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน  

 


                เป็นผู้เว้นขาดจากการลักขโมย สิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ยินดีเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ มีอย่างไรก็ใช้อย่างนั้นไม่ฟุ่มเฟือย หรือถ้าจะหาสิ่งที่ขาดมาเพิ่ม ก็ต้องหามาด้วยสติปัญญาด้วยความสุจริต ไม่ไปแก่งแย่งหรือลักขโมยของใครมาเป็นของตัว แล้วผู้มีกัลยาณธรรมต้องไม่ประพฤติผิดในกาม ล่วงละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ให้ยินดีในคู่ครองของตัวเอง รักเดียวใจเดียวไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับภรรยาหรือสามีของคนอื่นอันจะเป็นทางมาแห่งความยุ่งยากวุ่นวาย แล้วก็นำไปสู่ความแตกแยกในครอบครัว 

 


                ส่วนผลบาปที่จะเกิดตามมาในภพชาติเบื้องหน้า ก็ยิ่งเป็นวิบากกรรมที่น่ากลัว ต้องไปรับความทุกข์ยากในอบาย แล้วต้องเว้นขาดจากวจีทุจริต ๔ อย่างคือมุสาวาท พูดจาส่อเสียด พูดจาหยาบคายและพูดเพ้อเจ้อ ทุกข์ถ้อยคำที่เปล่งออกจากปาก ควรเป็นปิยวาจา วาจาที่สมานใจสมานมิตร ยกจิตของผู้ฟังให้สูงขึ้น ฟังแล้วเป็นมงคลแก่โสตประสาททั้งของผู้ฟังและผู้พูดก็สบายใจ วาจาใดที่พูดแล้วทำให้ผู้ฟังอยากละเว้นจากบาปอกุศล มีใจใฝ่ในบุญกุศล เราก็ควรสรรหาถ้อยคำที่ดีๆ อย่างนี้มาสนทนากันให้มากๆ

 


                และประการต่อมาผู้ที่ได้ชื่อว่า มีกัลยาณธรรมประจำใจคือ ต้องเว้นจากมโนทุจริต ๓ อย่างได้แก่อภิชาไม่คิดโลภอยากได้ของคนอื่นพยาบาท ไม่คิดเบียดเบียนใครและก็มิจฉาทิฏฐิไม่เห็นผิด สำหรับในวันนี้ หลวงพ่อมีตัวอย่างของอุบาสกท่านหนึ่ง ที่ท่านกำลังฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีกัลยาณธรรม ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำได้ครบบ้างขาดบ้าง แต่พอได้ยินคนอื่นกล่าวชื่นชมตัวเองลับหลังว่า เป็นผู้มีธรรมอันงาม ก็ไม่อยากให้ชื่อเสียงอันดีงามนั้นน่ะเป็นเพียงแค่คำพูดลอยๆ จึงตัดสินใจที่จะประพฤติกัลยาณธรรมให้สมบูรณ์จนตลอดชีวิต 

 


                เรื่องของท่านก็มีอยู่ว่า ในสมัยพุทธกาลในกรุงสาวัตถี มีพุทธศาสนิกชนท่านหนึ่ง เป็นคนมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ สมาทานศีล ๕ เป็นปกติ หมั่นบำเพ็ญบุญกุศลมิได้ขาด แต่เนื่องจากชีวิตการครองเรือนนั้น จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้วก็ยาก ผู้มีบุญท่านนี้ก็พยายามฝึกฝนตนเองเรื่อยมา วันโกนและวันพระก็ไปถวายภัตตาหาร ฟังธรรมเป็นประจำ

 


                วันหนึ่งอุบาสกท่านนี้ ได้จัดแจงยารักษาโรคและน้ำปานะ พร้อมทั้งดอกไม้ของหอม และผ้าไตรจีวรอย่างดี จากนั้นก็ออกเดินทางไปฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้า ในพระวิหารเชตวัน ในเวลาเดียวกันทางด้านแม่ยายซึ่งอยู่อีกเมืองหนึ่ง ได้เดินทางไกลมาเยี่ยมลูกสาวและลูกเขย แต่แม่ยายเนี่ยเป็นคนค่อนข้างหูตึง ตกเย็นวันนั้นขณะที่แม่กำลังร่วมรับประทานอาหารกับลูกสาว ก็ได้ถามลูกสาวว่าสามีของเจ้าน่ะ ยังมีความรักความเอ็นดูต่อเจ้าเหมือนแต่ก่อนอยู่หรือ ลูกสาวก็ตอบว่าแม่พูดอะไรอย่างนั้น คนที่เพียบพร้อมไปด้วยศีลและมารยาทเหมือนกับลูกเขยของแม่นั้นน่ะหาได้ยากมาก แม้ว่าถ้าหากเขาบวชจะเป็นนักบวชที่มีจริยวัตรอันงดงาม สมบูรณ์ด้วยกริยาธรรมที่เดียว

 


                แม่ฟังคำลูกสาวไม่ถนัด ได้ยินแว่วๆ ว่าลูกของตัวเองบวช ก็ตะโกนขึ้นว่า อ้าวทำไมสามีของลูกถึงบวชเสียล่ะ พวกชาวบ้านผู้อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงพอได้ยินคำว่า สามีของนางบวช ก็พากันพูดกันปากกับปากทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ไต่ถามและไตร่ตรองให้แน่ชัดเสียก่อน ก็ประกาศไปทั่วว่า อุบาสกผู้สมบูรณ์ด้วยกัลยาณธรรม ออกบวชเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ผู้ที่เดินผ่านไปมา ระหว่างประตูเมืองได้ยินเสียงของชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือกันว่า อุบาสกผู้มีศีลออกบวชแล้ว ก็เกิดความปีติเลื่อมใสยิ่งขึ้น และอนุโมทนาในการออกบวชถือเพศบรรพชิต

 


                ฝ่ายอุบาสกนั้นครั้นสดับพระธรรมเทศนาของพระทศพลแล้ว ก็เดินทางออกจากวิหารเพื่อจะกลับบ้าน ระหว่างทางชายคนหนึ่งเดินสวนมาพบเข้าจึงทักว่า อ้าวฉันได้ข่าวว่าท่านบวชแล้วไม่ใช่หรือ บุตร ภรรยาอีกทั้งข้าทาสบริวารในบ้านของท่าน ต่างก็พากันกล่าวขานกันอย่างนั้น อุบาสกฟังครั้งแรกก็รู้สึกขำๆ พอเดินทางเข้ามาในเมืองก็ถูกคนนั้นทักคนนี้ทักว่า ข่าวว่าท่านบวชแล้วไม่ใช่หรือทำไมยังกลับมาบ้านอยู่ล่ะหรือว่าเป็นห่วงครอบครัว จึงลาสิกขาออกมาเป็นคฤหัสถ์อีก 

 


                ถ้อยคำตรงนี้ทำให้ท่านเกิดหิริโอตตัปปะขึ้นมาทันที แล้วก็เริ่มมีความคิดที่จะบวช เมื่อถูกทักหนักๆ เข้ายังไม่ทันจะกลับถึงบ้านเลยอุบาสกก็คิดไตร่ตรองมาตลอดทาง ถึงข่าวลือที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ได้สมณะสัญญาขึ้นมาว่า เอออันที่จริงเราก็ชอบชีวิตของนักบวช แล้วในชีวิตเราก็ยังไม่ได้บวชเลย นี่ขนาดเรายังไม่ได้บวช ใครๆ ก็เข้าใจว่าเราน่ะบวชแล้ว คนเหล่านี้พูดเหมือนกับว่า อยากให้เราน่ะบวชจริงๆ เห็นที่เราต้องตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมจริงๆ เสียแล้ว อย่ากระนั้นเลย ถึงอย่างไรข่าวที่เราได้ยินนี้ ก็เป็นเสียงร่ำลือที่ดี แล้วก็เป็นถ้อยคำที่เป็นสิริมงคลแก่โสตประสาทของเรา เสียงดีเกิดขึ้นกับเราแล้ว เราไม่ควรให้เสียงหายไปเราควรจะบวชในวันนี้แหละ ทั้งๆ ที่ระยะทางอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงบ้านแล้ว  

 


                 ท่านก็ตัดสินใจหันหลังกลับทีเดียว แล้วก็มุ่งหน้าตรงไปยังวัดพระเชตวัน ตรงเข้าไปกราบถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงรับสั่งตรัสถามว่า อุบาสกท่านเพิ่งจะกลับไปเมื่อสักครู่นี้เอง แล้วทำไมถึงรีบกลับมาอีกล่ะ หรือท่านลืมอะไรเอาไว้หรือเปล่า หรือมีปัญหาธรรมะข้อใดที่ยังติดค้างอยู่ในใจ อุบาสกก็ทูลเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทรงทราบ แล้วก็กราบทูลว่าธรรมดาเสียงดีเกิดขึ้นแล้วไม่ควรให้หายไป เพราะฉะนั้นกับพระองค์จึงขอบวชในวันนี้แหละพระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูอุปนิสัย และบุญกุศลที่ทำเอาไว้ในอดีต ทรงเห็นว่าบารมีแก่รอบแล้ว จึงทรงอนุญาตการบวช ครั้นอุบาสกบวชแล้ว ก็เป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ไม่นานนักก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ตัดการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏได้ในที่สุด

 


                เห็นไหมจ๊ะว่าคนมีศีลมีธรรม มีกัลยาณธรรมประจำใจ ไปที่ไหนก็จะเป็นที่ชื่นชมนิยมของคนทั่วไป แล้วก็จะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งที่ดีๆ เป็นสิริมงคล เพราะฉะนั้นพวกเราเองก็เช่นเดียวกันนะจ๊ะ ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมตนเองให้มีกัลยาณธรรมอันงาม ทำให้คุ้นเคยชินจนเป็นอุปนิสัยที่ดีติดตัวเราไปทุกคนทุกแห่งให้ได้ เราเกิดมาพบชาติหนึ่งก็ต้องเพิ่มเติมคุณธรรมเพิ่มเติมอุปนิสัยที่ดีให้กับตัวเรา และขัดกับเราแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีให้หมดไป เราต้องเลือกเอาแต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อการสร้างบารมีที่สมบูรณ์นะจ๊ะ เมื่อเราทำได้คนอื่นๆ ก็จะชื่นชมอนุโมทนา แล้วยึดเอาเราเป็นต้นแบบต้นบุญ คนดีๆ ในปัจจุบันนี้ที่สมบูรณ์จริงๆ มันหายาก ยิ่งกว่าการหาเพชรดีๆ ทีเดียว แต่เราต้องเป็นให้ได้ยิ่งกว่านั้นคือ เป็นผู้ที่มีใจใสยิ่งกว่าเพชร มีดวงธรรมหรือองค์พระภายในที่ใสเกินใสสายยิ่งกว่าเพชรสว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ให้ลูกๆ หมั่นฝึกใจกันไป ให้หยุดให้นิ่งแล้วทุกสิ่งก็จะสมปรารถนา 

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล