ให้เขาเถอะ

วันที่ 21 ตค. พ.ศ.2558

โอวาทหลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนที่ 67 โดยสิงหล 5 ต.ค. 58

ให้เขาเถอะ

 

            สมัยก่อนเวลาฉันภัตตาหาร พวกได้ธรรมกายฉันต่างหาก เฉพาะธรรมกาย ให้จัดอาหารแยกเฉพาะส่วนที่ได้ธรรมกาย มีราวๆ 20 กว่าองค์ ใหม่ๆ วัดปากน้ำคับแคบ เราก็คิดจะไปสร้างอาณาจักรใหม่ ไปที่เมืองกาญจน์ก็ไปเจอเขาแหลม เขาใช้ถ้ำทำโบสถ์ เราก็คิดว่าที่นี่ดี เราไม่ต้องสร้างโบสถ์ เราก็คิดในใจไม่ได้บอกใคร เอาต้นไม้ เอาอะไรต่ออะไรไปปลูก มีหวังจะสร้างอาณาจักรใหม่ มีอยู่วันหนึ่ง หลังหลวงพ่อมรณภาพแล้ว  บนหอหลวงพ่อ ท่านชี้หน้าเลยบอกว่าไปไหนไม่ได้ ท่านมาเข้าในกลาง  เมื่อปีกลายไปอยู่บ้านบึง ซึ่งเป็นบ้านลูกศิษย์ ฝ่ายละเอียดเขาเตือนให้กลับ


            มีครั้งหนึ่งวันพฤหัสตอนบ่าย หลวงพ่อสอนอยู่บนศาลา มีหญิงสาวคนหนึ่งร้องไห้มาเลยก่อนหลวงพ่อสอน ท่านก็รู้ ท่านบอกว่าให้เขาเถอะ ที่มรดกแม่ให้แต่น้องสาว ตัวเองไม่ได้ นี่เป็นเหตุการณ์ที่เรานั่งอยู่ด้วย การเรียนวันพฤหัส ถ้าเป็นผู้หญิง หลวงพ่อจะให้ไปต่อกับแม่ชีหนอม(ถนอม) ส่วนผู้ชายให้มาต่อกับอาตมา 


              หลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่ก่อนมหาวิเชียรจะเป็นคนปลงผมให้หลวงพ่อ แต่ไม่ค่อยตรงเวลา เราก็บอกว่า เราเอาเองก็แล้วกัน เพราะอยู่ใต้ถุนกุฏิหลวงพ่ออยู่แล้ว จึงได้ปรนนิบัติรับใช้ปลงผมหลวงพ่อ เดือนหนึ่งปลงผม 1 ครั้ง แต่ก่อนท่านเจ้าคุณภาวนาก็อยู่ด้วยกัน แล้วหลวงพ่อเล็ก(พระมหาเจียก) มาขอผมหลวงพ่อไปผสมในพระของขวัญรุ่น 3 มีอีกเรื่องหนึ่งคือรูปภาพของหลวงพ่อวัดปากน้ำศักดิ์สิทธิ์มาก ที่คลองเตยมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาเป็นไทย สามีเป็นจีน มีวันหนึ่งขโมยจะขึ้นบ้าน หลวงพ่อท่านก็ไปเยี่ยม สามีบอกว่าไอ้เราจะนอนเขาก็เอะอะ มีใครไม่รู้หัวโล้นๆ มากวน เขาเอะอะขึ้นมา ให้ขโมยที่กำลังปีน มันตกใจ ก็กระโดดลงหน้าต่างไป ขาเคล็ดไปเลย มีอีกรายนะ ชื่อชอน ไปกินเลี้ยงกลับ มาลูกเป็นไข้เลือดออก เมียบอกว่าลูกเป็นไข้ ตาชอนกลับมาก็ยืนบอกรูปหลวงพ่อว่า หลวงพ่อต้องช่วยนะ ไม่ช่วยก็ไปอยู่ในสระเถอะ ก็อุ้มลูกจะไปส่งโรงพยาบาล หมอเอารถมาเทียบพาลูกไปโรงพยาบาล แล้วก็จัดแจงช่วยทันที วันรุ่งขึ้นขณะนายชอนนั่งพัก หลังจากส่งแขกเรียบร้อย ก็เผลอหลับ ไปเห็นหลวงพ่อเดินลงมาจากบันไดบ้าน แล้วบอกว่าไอ้ชอนลูกเองข้าช่วย ข้าขี้เกียจไปอยู่ในสระ


               ช่วงที่หลวงพ่ออาพาธ ก็มีพี่สาวชื่อย่าดา และหลานๆของหลวงพ่อมาช่วยพยาบาล เราก็เลยไม่ได้อยู่พยาบาลท่านอีก จนกระทั่งท่านมรณภาพ เราจึงได้กลับมา พระแต่ก่อนจะมาพยาบาล 2 รูปต่อ 1 ชั่วโมง. มีหมอที่มารักษาชื่อหมอเลียงกับหมอยุทธ์ หมอเลียงจะเข้าไปพยาบาลหลวงพ่อบ่อย ตั้งแต่หลวงพ่อมรณภาพ ฉันก็มีแต่ไปสอนต่างจังหวัด แล้วก็กลับมา ตอนอายุย่าง 87 ปี เขาก็ยังนิมนต์ไปสอนอยู่เรื่อยๆ  ปัจจุบันพระอาจารย์บำเรอได้ละสังขารไปแล้ว  

 

   (เรื่องเล่าโดย พระอาจารย์บำเรอ (พระครูภาวนานุวัตร) บุคคลยุคต้นวิชชาเล่ม1)