9 ข้อ สร้างความพอดี 

วันที่ 24 พย. พ.ศ.2558

9 ข้อ สร้างความพอดี 


             ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้คนเราเกิดมาแตกต่างกันมีเพียงพันธุกรรม นอกจากนั้นเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม
ที่มีอิทธิพลต่อเราทั้งหมด ทำให้บางครั้งเราอาจจะหลงลืมไปว่า เรามีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ คือ " ความเป็นมนุษย์ "
เมื่อเราทุกคนมีความเหมือนกันอยู่แล้ว เราจึงควรหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเริ่มจาก 9 ข้อ สร้างความพอดี 
ดังต่อไปนี้

 

ข้อที่ 1 หยุดมองหาความไม่ดีในผู้อื่น 
    ถ้าเรามัวแต่ค้นหาความไม่ดี หรือมุ่งแต่จะจับผิดผู้อื่น จะทำให้เรามีทัศนคติไม่ดีต่อคนรอบตัว ซึ่งนำไปสู่ความมีอคติ โดยเราอาจจะตั้งแง่รังเกียจเขา ไม่ยอมรับเขา ทั้งที่ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลยเพราะฉะนั้น เวลาเราจะพูดคุยกับใครอย่าเพิ่งใช้อคตินำหน้า ไม่อย่างนั้นเราอาจจะไม่มีวันได้ยินในสิ่งที่เขาพูดกับเราแต่เราจะได้ยินเพียงภาษาที่แปลแล้วด้วยอคติของเราเอง

 

ข้อที่ 2 ปรับความคิดเห็นของตนเอง
    ปรับความคิดของตนให้ได้ว่า ความแตกต่างคือความแตกต่าง ความแตกต่างไม่ใช่ความผิด มนุษย์ทุกคนย่อมแตกต่างกันจึงเป็นที่มาของคำว่า นานาจิตตัง ต่างคนต่างจิตต่างใจ จะบังคับให้ทุกคนชอบอะไรเหมือนๆกัน หรือมีลักษณะนิสัยเหมือนกัน คิดเหมือนกันนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะแต่ละคนได้รับการเลี้ยงดูให้เติบโต
มาในครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน และมีสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป

 

ข้อที่ 3 ให้อภัย
    จงให้อภัยและลืมให้เร็ว เราอยู่ในสังคมใหญ่ บางครั้งอาจจะมีใครเผลอทำผิดพลาดไปบ้างเพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักให้อภัยกัน บางคนทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกไปโดยมีเหตุผลส่วนตัวซึ่งอาจจะไม่ใช่ความผิดร้ายแรง เมื่อเราเข้าใจเหตุผลที่เขาทำลงไปแล้ว เราก็จะให้อภัยเขาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญเราต้องหมั่นเอาขยะในใจเราทิ้งไปด้วย

 

ข้อที่ 4 ไม่พิพากษาผู้อื่น
    เราไม่ควรพิพากษาใคร ไม่ควรตัดสินว่าคนนั้นคนนี้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ หรือวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา เพราะจะทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติและเข้าข้างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่า พ่อของเพื่อนเราเผลอทำความผิดเป็นขโมย เราก็ไม่ควรปรักปรำในทันทีว่า เพื่อนเราคนนี้จะต้องมีนิสัยขี้ขโมยเหมือนพ่อของเขา เราต้องหัดมองมุมเขามุมเราบ้าง บางทีในตระกูลของเขาก็อาจจะมีคนไม่ดี แต่ไม่ใช่ว่าทั้งตระกูลจะต้องเป็นคนไม่ดีทั้งหมด สมัยนี้ยิ่งแย่กันไปใหญ่ บางทีเราเห็นคนประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงไม่กี่คนที่ทำไม่ดี แต่เรากลับตราหน้าคนทั้งประเทศนั้นว่าเป็นคนไม่ดี 

 

ข้อที่ 5 รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 
    คนส่วนใหญ่มักจะแสดงความคิดเห็นของตนเอง คิดว่าตนเองมีความสำคัญ ไม่ชอบรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เวลามีคนอื่นเสนอความคิดเห็นใดๆ ที่อาจจะไม่ตรงความคิดเห็นของตนเอง ก็มีอารมณ์หงุดหงิดจนเกิดความขัดแย้งในที่สุด เพราะฉะนั้น เราควรปรับทัศนคติของตนเอง โดยเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเพื่อลดบรรยากาศของความขัดแย้งลง

 

ข้อที่ 6 ถอดบทบาทหน้าที่ของเราลงก่อน
    ควรถอดบทบาทหน้าที่ของตนเองลงก่อน จะทำให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้น มองเหตุการณ์เรื่องราวจากจุดยืนที่ต่างออกไปได้ ทำให้เข้าใจตนเองและแก้ปัญหาได้ดีกว่า มีคำกล่าวว่า สถานะเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน คำกล่าวนี้สรุปจากประสบการณ์จริงในชีวิตของคนจำนวนมาก เหตุการณ์เดียวกันคนเป็นหัวหน้าจะมองอย่างหนึ่ง คนเป็นลูกน้องจะมองอีกอย่างหนึ่ง

 

ข้อที่ 7 เราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเสมอไป
    ในการอยู่ร่วมกันถ้าเรามุ่งแต่จะเอาชนะก็จะทำให้เกิดปัญหา เช่น ในสงครามถึงแม้จะมีฝ่ายแพ้ฝ่ายชนะ แต่ผู้ชนะก็ได้รับความสูญเสียจากสงครามเช่นเดียวกันกับผู้แพ้ เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะมุ่งเอาชนะกันควรหันหน้ามาเจรจาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เรื่องราวปัญหาต่างๆ ก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้โดยไม่เกิดความสูญเสีย ส่วนใหญ่คนเราจะทะเลาะเบาะแว้งกันจากเรื่องเล็กๆ เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เมื่อต่างฝ่ายต่างมุ่งจะเอาชนะทางวิวาทะกันครั้งใด ผลเสียหายเกิดขึ้นมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ เราจะพ่ายแพ้ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ทุกครั้งไป

 

ข้อที่ 8 ไม่พยายามหาแพะรับบาป
    อย่าพยายามหาแพะรับบาป หรือโยนความผิดให้กับผู้อื่น เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาย่อมเกิดความไม่สบายใจ 
และนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะฉะนั้น การอยู่ร่วมกันควรมุ่งไปที่การแก้ปัญหา มากกว่าการโยนความผิดให้แก่กัน หลายครั้งบางคนแก้ปัญหาด้วยการยอมรับผิดเสียเองเพื่อแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ แล้วจึงเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งจะทำให้บรรยากาศในการแก้ไขปัญหานั้นคลี่คลายลงได้ แล้วเขาก็จะกลายเป็นฮีโร่ในสายตาคนรอบข้าง เพราะคนส่วนใหญ่มองออกว่าสถานการณ์นั้นๆ มีสาเหตุเกิดจากอะไร 

 

ข้อที่ 9 ไม่จำเป็นต้องหาบทสำหรับสรุปทุกเรื่อง
    เราไม่จำเป็นต้องหาบทสรุปสำหรับทุกเรื่องเสมอไป เพราะถ้าเรามัวแต่มุ่งหน้าหาข้อสรุป อาจจะทำให้เรื่องนั้นไม่จบลงง่ายๆ แต่ละคนมีมุมมองความคิดที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเรายอมรับในสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องหาบทสรุปสำหรับบางเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

-----------------------------------------------------------------

หนังสือ " The Lover รักเป็นจะเห็นใจ "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ