บวชหน้าไฟ บวชตามประเพณีต่างจากบวชเข้าพรรษาอย่างไร?

วันที่ 02 มีค. พ.ศ.2559


 

ข้อคิดรอบตัว ตอน ไขทุกปัญหาก่อนบวช
โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย)

บวชหน้าไฟ บวชตามประเพณีต่างจากบวชเข้าพรรษาอย่างไร?

ตอบ เจริญพร ต้องบอกว่าในครั้งพุทธกาล บวชหน้าไฟ ประเพณีนี้ยังไม่มี บวช 2 - 3 วัน ก็ยังไม่มีบวชทีก็เพื่อตั้งใจว่ามุ่งพระนิพพานกัน เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่า การบวชเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากเราเองก็ต้องได้ความเป็นมนุษย์ด้วย มาพบพระพุทธศาสนาด้วย เกิดศรัทธา มีภาวะความพร้อม ญาติพี่น้อง หน้าที่การงานทุกอย่าง เพราะฉะนั้นกว่าจะบวชได้นั้นยากแสนยาก บวชแล้วบุญก็มหาศาล เพราะฉะนั้นจึงเป็นธรรมว่าเมื่อพ่อแม่เสียแล้ว อยากให้ท่านได้บุญเยอะ ๆ โดยเฉพาะในช่วง 7 วันหลังจากเสีย เป็นช่วงที่ท่านยังวนเวียนอยู่ ก็มีการสวดพระอภิธรรมด้วย ถ้าอย่างนั้นจะมีบุญอะไรมากกว่านั้นอีก ฉะนั้นบวชก็แล้วกัน เล็กๆก็บวชเณร โตขึ้นก็บวชพระ เพราะฉะนั้นบวชหน้าไฟเพื่อจะนำบุญนี้ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่เป็นพิเศษ ก็เลยเกิดเป็นที่มาอย่างนั้น
แต่ว่าเป็นเหมือนธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในยุคหลังๆ เพราะการบวชได้บุญมาก ก็เลยให้บวช 

      แต่ถ้าเกิดมองไปที่วัตถุประสงค์ของการบวชจริงๆ เราจะพบว่าถ้าบวชแค่ 2-3 วัน พอเสร็จงานศพ เผาเสร็จก็ลาสิกชาก็ต้องดูว่าในระหว่างบวชได้ประพฤติปฏิบัติธรรม บำเพ็ญสมณธรรมขนาดไหน ถ้าเพียงแต่ว่ามีแต่เปลือก คือได้บวชบุญก็เกิด แต่ก็เกิดแค่ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเกิดได้ศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติธรรมด้วย บุญก็จะมากขึ้น 

      ซึ่งถ้าหากเวลามันน้อยจัด แค่ 2-3 วัน สวดมนต์ยังสวดไม่เป็นเลย ศีล 227 ข้อ ก็อาจจะรู้ไม่ครบ บุญที่จะได้ก็ได้แค่ส่วนเดียว

     แต่การบวชเข้าพรรษา ระยะเวลาเพียงพอ รวมช่วงเตรียมตัวก่อนบวช จนถึงออกพรรษาแล้วรับกฐินด้วย ร่วมก็ประมาณ 4 เดือนเป็นช่วงที่พระอยู่ประจำที่ด้วย ทำให้เป็นช่วงเวลาพิเศษในรอบปี ที่พระสงฆ์จะอยู่ประจำวัด แล้วตั้งใจศึกษาธรรมะตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม เราไปบวชช่วงนั้น เราก็จะได้พบกับครูบาอาจารย์ มีคนมาบวชพร้อมๆกัน ผลก็คือว่า ได้ศึกษาพระธรรมวินัยไปพร้อมๆกัน ประโยชน์ก็เกิดขึ้นอีกหลายสถาน เจริญพร