จากไปไม่หวนคืน

วันที่ 26 พค. พ.ศ.2560

จากไปไม่หวนคืน

 

 

                    เหตุการณ์ที่คุณยายขออนุญาต ไปปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 1 เดือน แล้วถือโอกาสออกบวชโดยไม่ยอมกลับไปที่บ้านท่านเศรษฐินีอีกเลยนั้น เป็นสิ่งที่ฝังใจท่านเจ้าของ บ้านเป็นอย่างมาก เพราะท่านทั้งรักและเอ็นดู คุณยายยิ่งกว่าใคร แม้กาลเวลาจะผ่านไป หลายสิบปีแล้วก็ยังไม่เคยลืมเลือน

                   มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่คุณนาย เลี้ยบอายุ 80 กว่าปีแล้ว ท่านได้นิมนต์คณะ พระภิกษุ และเชิญอุบาสิกาแม่ชีที่อยู่ในโรงงาน จากไปไม่หวนคืนทําวิชชา พร้อมกับบุคคลต่างๆ ที่คุ้นเคย ไปงานบุญที่บ้านของท่านเพื่อรับปัจจัยเพราะ ท่านชราภาพมากแล้ว เดินทางไปวัดปากน้ําลําบาก ขณะนั้นหลวงพ่อเป็นนิสิตที่มา ปฏิบัติธรรมกับคุณยายเป็นประจํา คุณยายก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมรับปัจจัยในครั้งนี้ด้วย

                  การถวายปัจจัยให้กับอุบาสิกาแม่ชี ที่เข้าถึงพระธรรมกายก็เหมือนกับถวายแด่ พระภายในตัว แม้ภายนอกจะไม่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ แต่ถือได้ว่าบวชภายในชั้นหนึ่ง เป็นเหตุให้ได้บุญมาก เมื่อคุณยายกลับจาก บ้านคุณนายเลี้ยบแล้วก็เล่าให้หลวงพ่อฟังว่า พอถึงช่วงที่ท่านเศรษฐินีต้องถวายปัจจัยนั้น ท่านก็ถวายเรียงไปเรื่อยๆ โดยไม่พูดอะไร แต่พอมาถึงคุณยายอาจารย์เท่านั้นท่านก็ รําพึงขึ้นว่า “แม่จันทร์นะแม่จันทร์ ไปแล้ว ไม่กลับมาเลยนะ” ฝากถ้อยคําความในใจเอาไว้แล้วจึงถวายปัจจัยให้ แสดงให้เห็น ว่าคุณงามความดีของคุณยายนั้นไม่เคย ลางเลือนไปจากหัวใจของท่านเศรษฐินีเลย แม้ว่าท่านจะตระหนักและซาบซึ้งถึงคุณค่า ของการประพฤติปฏิบัติธรรมของคุณยาย และอนุโมทนาสาธุการด้วย แต่การที่จะหาใคร สักคนมาทดแทนบุคคลอย่างคุณยายได้นั้น แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยมาหลายสิบปีแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะหาได้เลย เนื่องจากท่าน รักคุณยายมากและไม่อยากให้จากไปไหน อยากให้อยู่ชิดใกล้ตลอดไป ท่านเศรษฐินีจึง เสียดายคุณยายเป็นอย่างยิ่ง

                 คุณยายเป็นผู้ที่มีข้อวัตรปฏิบัติปฏิปทา และมโนปณิธานที่ไม่ธรรมดาต่าง จากคนทั่วไป ท่านสามารถพัฒนาตนเองจากการเป็นชาวนาสู่การเป็นมหาปูชนียาจารย์ผู้นํา ในการสร้างบุญบารมีได้แม้จะมีทรัพย์สมบัติ พอที่จะเลี้ยงดูอัตภาพของตนไปได้ตลอดชีวิต แต่ท่านกลับมอบทรัพย์ทั้งหมดให้กับพี่น้อง แล้วออกจากบ้านมาเพื่อยอมตนไปเป็นคนรับใช้ของคุณนายเลี้ยบผู้เป็นอุปัฏฐาก คนสําคัญของวัดปากน้ํา ด้วยหวังจะให้เป็น สะพานเชื่อมไปถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่

                ในขณะที่ทําหน้าที่คนรับใช้ก็ฝึกฝน อบรมตนอย่างยิ่งยวดในสภาวการณ์และเวลาที่จํากัด งานหลักของตนก็ทําได้อย่างไม่มีที่ติ ทั้งดูแลปรนนิบัติเจ้านายและครูบาอาจารย์ อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ในที่สุดเมื่อเข้าถึงพระธรรมกายภายในแล้ว ท่านจึงสามารถปลดเปลื้องสิ่งที่ ค้างอยู่ในใจคือการตามหาพ่อในปรโลก และ

                ช่วยพ่อจากยมโลกให้ขึ้นมาเป็นเทพบุตรอยู่อย่างสุขสบายได้สําเร็จ หลังจากนั้นจึงได้ ออกบวชและมุ่งหน้าศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ในโรงงานทําวิชชา ณ วัดปากน้ํา ภาษีเจริญ บุคคลเช่นท่านจึงเป็น บุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก เป็นต้นบุญ ต้นแบบที่ดีแก่ศิษยานุศิษย์ทั่วโลกทั้งใน ปัจจุบันและตลอดต่อไปในอนาคตได้อย่างแท้จริง

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร