ธาตุธรรม

วันที่ 28 พย. พ.ศ.2561

ธาตุธรรม

        พระตถาคตเจ้าจะเกิดขึ้นก็ดี หรือว่าพระตถาคตเจ้าจะไม่เกิดขึ้นก็ดี ธาตุธรรมเหล่านี้เขาตั้งอยู่แล้ว เขามีปรากฏอยู่แล้ว เขาไม่งอนง้อผู้หนึ่งผู้ใด มีปรากฏขึ้นเป็นสัตว์เป็นสังขาร เป็นกำเนิดที่เรียกว่า อัณฑชะ สังเสทชะ โอปปาติกะ ชลาพุชะ กำเนิดทั้ง ๔ นี้ที่เกิดขึ้นก็เพราะอาศัยธาตุธรรมเหล่านั้นผลิตขึ้น 

        ธาตุธรรมเหล่านั้นผลิตขึ้นเหมือนอะไร ผลิตขึ้นเหมือนติณชาติ พฤกษชาติ รุกขชาติ ติณชาติ ต้นหญ้า รุกขชาติต้นไม้ พฤกษชาติเหล่านี้ไม่มีธาตุธรรมละก็มีไม่ได้  ต้องอาศัยธาตุธรรมผลิตขึ้น ผลิตขึ้นก็เป็นสังขารเป็นสังขารของโลกไป  

        มนุษย์เล่าที่ผลิตขึ้นเป็นมนุษย์ นี่เป็นหญิงเป็นชายปรากฏนี่ก็อาศัยธาตุธรรมนั่นแหละ ธาตุธรรมนั่นแหละผลิตขึ้น  ถ้าไม่มีธาตุธรรมแล้วเป็นไม่ได้ ปรากฏไม่ได้ ถ้าธาตุธรรมผลิตขึ้น เป็นอะไร? ก็เป็นสังขาร เป็นปุญญาภิสังขารบ้าง ที่เป็นปุญญาภิสังขาร สังขารที่งดงามสวยงามที่ดีที่ชอบใจ เจริญใจ ที่เป็นอปุญญาภิสังขาร สังขารที่ไม่งดงาม ที่ไม่ดี ที่ไม่ชอบใจทั้งนั้น เนญชาภิสังขาร สังขารที่ไม่หวั่นไหว ได้แก่ สังขารของอรูปพรหม ในเนวสัญญานาสัญญายตนะ ก็เป็นอเนญชาภิสังขาร หรือได้แก่สัญญีสัตว์เบื่อตามผิดรูป ได้รูปฌาณ ๕ เบื่อนามติดรูป อยู่ในพรหมชั้นที่ ๑๑ นั้น นั่นเรียกว่าเป็นอเนญชาภิสังขารเหมือนกัน เป็นสังขาร ๓ คือ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอเนญชาภิสังขาร

        ที่เป็นสังขารเหล่านี้ขึ้น ก็เพราะธาตุธรรมเท่านั้นผลิตขึ้น ธาตุธรรมเหล่านั้นเป็นตัวยืน ผลิตให้เป็น ติณชาติ รุกขชาติ พฤกษชาติ วัลลีชาติ ผลิตให้เป็นสัตว์ เป็นหญิง เป็นชายปรากฏขึ้นอย่างนี้ ที่ผลิตขึ้นเรียกว่าอะไร ?

        พระพุทธเจ้าท่านทรงสอบสวนแล้ว ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้วสอบสวนแล้วว่านั่นแหละสังขาร เป็นสังขารขึ้น สังขารจะเป็นขึ้นมากน้อยเท่าไร เหมือนต้นไม้ ภูเขา ตึก ร้านบ้านเมืองเหล่านี้แหละจะเป็น "อุปาทินนกสังขาร" ก็ดี  ที่เป็นอุปาทินนกสังขาร สังขารที่มีใจครอง ที่เป็น "อนุปาทินนกสังขาร" สังขารที่ไม่ทีใจครอง ได้แก่ ติณชาติ รุกขชาติ พฤกษชาติ วัลลีชาติเหล่านั้น ไม่มีใจครองก็ดี

 

 

จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "ธรรมนิยามสูตร"
๓๑ มกราคม ๒๔๙๗