อานิสงส์ของการบวช

วันที่ 30 พค. พ.ศ.2562

อานิสงส์ของการบวช

" เราก็ได้รู้ถึงอานิสงส์ของการบวช 2 ชั้นคร่าวๆ อย่างน้อย ก็เป็นความรู้ใหม่ๆสำหรับเรา ที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาว่า มีการบวชอย่างนี้ด้วยหรือ มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพุทธกาลเพียงแต่จะเอามาเรียกหรือไม่เรียกเท่านั้นแหละ ไม่ใช่ของใหม่หรอก ของเก่าเอามาเป่าฝุ่นใหม่อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาก็ต้องดูหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะจะบรรลุมรรคผล นิพพานกันเเล้ว จึงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้ อันนี้โดยเฉพาะนะ เเต่ว่ามันมีหลายกรณีในยุคต้นๆ ของเราคือการเตรียมตัวก่อนบวชเป็นพระ คือการทำพระรัตนตรัยให้บังเกิดขึ้นเสียก่อน แม้ยังไม่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ก็ถือว่าเป็นการบวช2ชั้น เริ่มต้นบวชภายในที่พระรัตนตรัยเราได้เข้าถึง อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้
           ก็ให้ทำความเพียรต่อไป เเต่อย่าถึงกับเพียรจัดมากไป ปรับอินทรีย์ของเราให้พอดีๆ ให้รู้สึกว่ามันสบายๆ ทำตัวให้สบาย ทำใจให้สงบ 
ให้มันหยุด ให้มันนิ่ง เดี๋ยวก็ดิ่งเข้าไปสู่ภายใน ซึ่งท่านรอคอยอยู่เเล้ว  ลูกบวชเป็นพระเเล้วซึ่งถือว่าเป็นเพศอันยิ่งใหญ่ภาวะอันยิ่งใหญ่เฉพาะผู้มีบุญเท่านั้น ถ้าไม่มีบุญบวชพระไม่ได้หรอก ก็ต้องทำอย่างอื่นกันไป ที่มีบุญเพราะว่าสั่งสมบุญ บุญบวชมาข้ามชาติ เเล้วก็ไม่ใช่ สอง ชาติ
สามชาติ เเต่สั่งสมมายาวนาน ร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นเเสนชาติกันทีเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาล้อคบุญมาถึงก็เปิด ทำให้มีโอกาสเกิดกุศลศรัทธา อยากจะบวชด้วยความสมัครใจของเราเอง เพราะฉะนั้นเพศภาวะนี้ มิใช่เล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องของผู้ด้อยโอกาส หมดทางทำมาหากินเเล้ว มาบวช อาศัยผ้าเหลือง
ดำรงชีวิตอยู่ ไม่ใช่นะจ๊ะ อย่าเข้าใจกันอย่างนั้น เเล้วใครเข้าใจผิดเราก็ต้องไปเเก้ไขให้เข้าใจถูกซะ ใครเข้าใจผิดอย่างนั้นบาป

        เพศนักบวชเฉพาะผู้มีบุญที่สั่งสมมา เเละเป็นเพศอันสูงส่ง ที่มนุษย์เทวาเเละผู้รู้ทั้งหลายยกย่องสรรเสริญ ยกมือ อัญชลีบูชา กันทั้งนั้น ยกเว้นผู้ไม่รู้ เจอพระก็ทุบพระ ลุยพระ
กันไปเลย เพราะไม่รู้จัก ว่าบุคคลเช่นนี้หาได้ยากในโลก เป็นบุคคลที่ควรบูชา ไม่เบียดเบียนใคร คิดอย่างเดียวเเหละ จะทำพระนิพพานให้เเจ้ง จะแสวงบุญ จะสร้างบารมี จะเป็นต้นบุญต้นเเบบที่ดีของโลก เพื่อให้โลกดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ชีวิตที่ถูกต้องมันเป็นอย่างนี้ ผู้ที่มาบวชคือผู้ที่รู้เเล้วว่าอะไรคือ
เป้าหมายของชีวิต เเละก็ได้เห็นเเล้วว่าชีวิตไม่ได้มีอะไรใหม่ในสังสารวัฎ มีเเต่ขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวก็ไปทุคติ เดี๋ยวก็ไปสุคติ วนๆกันอยู่อย่างนี้ เรื่อยๆ

           เพราะฉะนั้น เบื่อหน่ายอย่างสุดขีด จึงปลีกตัวมาเป็นเพศนักบวช มาเเสวงหาหนทางพระนิพพาน จะมาทำพระนิพพานให้แจ้ง ตั้งใจประพฤติปฎิบัติกันให้ดี ฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ซึ่งมันก็
ไม่ได้เหลือบ่ากว่าเเรงเท่าไรหรอก อยู่ในวิสัยที่เราจะทำได้ เเค่เรานึกว่าเราพักผ่อนอย่างมีสติ พักผ่อนอย่างสบายๆ คือผ่อนจากความคิด จากความคิดทั้งหลาย ปล่อยวางความคิด เพราะความคิดมันทำให้เครียด ให้วิตก ให้กังวล สับสน ฟุ้งซ่าน จิตไม่มีคุณภาพ ไม่มีพลัง เราก็จะมาพักผ่อนกัน อย่างมีสติ พักผ่อนเเบบผู้รู้เเบบบัณฑิตนักปราชญ์ ด้วยการทำใจหยุดนิ่งเฉยๆ ทำอย่างนี้เรื่อยไป เดี๋ยวก็เข้าถึงเอง  ไม่ได้ยากมาก ก็ยากพอสู้นะจ๊ะ

          ถ้ารู้วิธีมันก็ไม่ยากเเถมง่ายเสียอีก ให้ปรุงใจจนกระทั่งมันถูกส่วน พอถูกส่วนเเล้วมันจะโล่ง จะว่าง จะขยาย  มันจะเปลี่ยนมิติตกศูนย์วูบไปสู่อีกมิติหนึ่ง  ซึ่งมีเเต่ความเกลี้ยงเกลาบริสุทธิ์สงัดจากกามเเละสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย ณ ตรงนี้นะจ๊ะ เดี๋ยวก็เข้าถึง 
          เมื่อบวชเเล้วก็ต้องตั้งใจศึกษา เล่าเรียน คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเดียวเเหละ ฝึกฝนตัวของเราให้ดี ให้มีประสบการณ์ภายใน สั่งสอนผู้อื่น ให้ธรรมทาน แบ่งปันความรู้ของเราที่ได้ศึกษามา

อย่างดีเเล้ว ไปให้กับมวลมนุษยชาติ นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องกระทำกันนะจ๊ะ เมื่อบวชเเล้ว ทำอย่างนี้
เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความไม่เป็นหนี้ ในการบริโภค สิ่งที่ญาติโยมเขาถวายด้วยศรัทธา จะเป็นอาหาร เสนาสนะ ยารักษาโรค อะไรก็เเล้วเเต่ เราก็จะบริโภคด้วยความเป็นนาย เป็นผู้ให้ คือเป็นเเหล่งเเห่งบุญที่เราเอาบุญไปให้เขา ไม่ใช่ในฐานะที่เราเป็นหนี้ นี่ก็เป็นสิ่งที่เราคำนึงถึง
           เราบวชเเล้วก็อย่าให้วันเวลามันผ่านไป ให้ตั้งใจประพฤติปฎิบัติธรรม แสวงหาความรู้ภายในให้มันยิ่งๆขึ้นไป เเล้วก็ให้เป็นผู้ที่เลี้ยงง่ายนะจ๊ะ อยู่ง่าย กินง่าย เลี้ยงง่าย มีเป็ดฉันเป็ด มีไก่ฉันไก่ มีผักน้ำพริกก็ฉันผักน้ำพริกไป มีอะไรฉันๆไปเถอะ ให้มันกันตาย อย่าไปคิดอะไรเลย อย่าไปนึกว่า เเหมเราเคยคุ้น ตอนที่เราอยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคโน้น ภาคนี้ อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย ..."

คุณครูไม่ใหญ่

 

 https://www.youtube.com/watch?v=8qv-O4f7yts