การบวชพระ ตอน 2 นานาเทศนา 

วันที่ 05 มิย. พ.ศ.2562

การบวชพระ ตอน 2 นานาเทศนา 

          ในการที่จะเข้มงวดกวดขันตัวเอง ในพระพุทธศาสนามีหลักการด้วยนะ หลักการมีย่อสั้นๆว่าคนทั่วไปในโลกน่ะ เวลาจะทำอะไรมักจะตามใจตัวเอง จะทำอะไรก็ทำตามใจตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ทำ แล้วมันจะกระทบถึงคนอื่นหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว นี่ ก็ฉันอยากทำนะ หรือว่าฉันไม่อยากทำน่ะ เพราะเราทำอะไรมันจะเอาแต่ใจตัวเอง ไม่ได้คิดหรอก ว่ามันจะมีผลดีผลเสียกับตัวเองขนาดไหน ไม่ค่อยได้คิดหรอกแล้วจะมีผลดีผลเสียกับพี่ๆน้อง ๆอย่างไร กับคนข้างเคียงพรรคพวกเพื่อนฝูงอย่างไร มันจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ดีอกดีใจหรือเสียใจอย่างไร ไม่ค่อยจะคิดหรอก อยากทำเราก็ทำ ไม่อยากทำแล้วก็ไม่ทำ พูดง่ายๆเรามีนิสัยมักเอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็ไอ้ที่เราอยากทำ มันจะดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้แหละ มีวิธีการที่จะทำให้ดีกว่านี้อีกเยอะไหม มี! แต่เราก็ไม่ค่อยได้ศึกษา เราก็เลยทำไปด้วยเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็ มักง่ายซะอีกนะ คือไม่จริงจังที่จะให้มันดีจริง ๆ

           นี่ก็เป็นสิ่งที่ติดตัวมาพวกเราก็มีเชื้อนี้มา ถ้าคุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างใกล้ชิดเชื้ออย่างนี้ก็กำจัดไปเร็วหน่อย แต่อย่าเผลอนะเดี๋ยวมันงอกขึ้นมาใหม่ เชื้อเอาแต่ใจตัวน่ะ เชื้อที่มักง่าย ทั้งที่คุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วก็ยังไม่วาย ก็เพราะอย่างนี้แหละที่จะต้องแก้ไขตัวเองให้ดียิ่งขึ้นมา ทางพระศาสนาถึงว่าต้องมีพระอุปัชฌาย์ แล้วก็มีพระอาจารย์คอยควบคุมดูแล อย่างใกล้ชิดก็เป็นแบบนี้ หลักการเขามียังไงบ้าง

หลักการในการฝึกตัวในทางศาสนาให้ดีหลักการเบื้องต้นคือ

1 ต้องสละทรัพย์สมบัติทุกอย่างแล้วมาอยู่วัดเลยสมบัติขั้นต้นที่วัดกำลังใจคือผมบนหัวนั่นแหละ ถ้าตัดใจโกนหัวได้อย่างอื่นก็จะง่ายแต่ผมยังตัดไม่ได้ถ้าจะให้สละอย่างอื่นคงชาติหน้า การตัดใจมีความจำเป็นจะต้องฝึกจะแก้นิสัยนู่นๆนี่ๆด้วยการปลงผมทิ้งไปเสียก่อนในการบวชของพระ จากบ้านก็เลยมาสู่วัด ผมเผ้าตัดไปจะได้ไม่มีภาระ มาฝึกตัวจริง ๆในวัดภายใต้การดูแลของพระอุปัชฌาย์อาจารย์จะตัดใจอย่างนี้ ข้าวของต่าง ๆสมบัติต่าง ๆไม่เอาละอย่างน้อยก็เป็นการบวชชั่วคราววางสิ่งของทิ้งไว้ก่อนเหมือนคนไม่มีสมบัติมาบวชแล้วลองมาอยู่วัดดูซิ

2 ต้องสละคน คือครอบครัว วงศ์ญาติพรรคพวกเพื่อนฝูง เพื่อไปพัฒนาตัวเองที่วัดพัฒนาตัวเองได้ดีเท่าไหร่คุณพ่อคุณแม่ก็ได้ลูกคนใหม่ พี่ๆน้อง ๆก็จะได้พี่น้องคนใหม่ที่ฝีกตัวดีแล้ว แม้ที่สุดแม่บ้าน ก็จะได้พ่อบ้านคนใหม่ การบวชพระจะได้คลายกังวลไปตั้งเยอะ เมื่อเราตัดใจเป็นแล้วจิตใจก็จะโล่งโปร่งโล่งเบาไปเยอะทันที  เริ่มที่ปลงผมลงไปเพราะผมขาดจากศีรษะลงไปถึงพื้นลงไปที่พานรองรับ จะเริ่มได้คิดกันเยอะเลยหน้าตาแท้ๆของเรามันเป็นแบบนี้เองนะ ได้เห็นจริง ๆตอนปลงผม สละข้าวของต่าง ๆแล้วลากะวงศ์ญาติลาพ่อลาแม่ญาติพี่น้องลาเพื่อนรัก ลาครู มาอยู่วัดเตรียมตัวให้ดียิ่งๆขึ้นไปไร้กังวล เพราะตรงนี้จะได้ข้อคิดเยอะ ต้องมาอยู่กับตัวเองจริง ตอนนี้อัตตาหิ อัต โนนาโถตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตนในระดับหนึ่งก็จะเกิดขึ้นมา

3 สละความเคยชินของการเรื่องใช้ปัจจัย 4 เรื่องเสื้อผ้าที่เราใช้มีเสื้อผ้ามีกางเกงแต่บวชมาใช้เป็นสบงจีวรแทน ไม่ได้ตัดเข้ารูปเข้าทรงนะเป็นผ้าผืนเดียวเป็นการฝึกให้นุ่งสบงอย่างพระจะได้ระมัดระวังในการยืนเดินนั่งนอนต้องเปลี่ยนหมดเพราะฉะนั้นจะนั่งแบบตามใจตัว ยืนแบบตามใจตัว เดินแบบตามใจตัว ทำแบบเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมีความจำเป็นต้องเปลี่ยน

               นุ่งห่มแบบพระแล้วดียังไง มีดีหลายอย่างเลยเอาขั้นต้น นุ่งสบายตัวการตัดการเย็บก็ง่ายการซักก็ง่าย การตากก็ง่าย มันง่ายหมดการดูแลก็ง่าย นอกจากง่ายแล้วไม่สบายจนเกินไป ทำให้เดินก็เลยต้องระวังตัวเพิ่มมากขึ้นมีความระมัดระวังระวังตัวเองมากขึ้นการกินก็เปลี่ยนไป

               อาหารแต่ละมื้อไปบิณฑบาตมาไม่ใช่ทำกินเองจะได้รู้ว่าจากครัวยุบลงเหลือแค่บาตรเดียวตัดกังวลไปเยอะเคยกินข้าววันนึงกี่มื้อต่อกี่มื้อ คราวนี้ก็เหลือแค่ 2 มื้อเป็น ทำให้รู้ว่า กินกันตายกินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน กินเพื่ออยู่อยู่เพื่อทำความดีไม่ใช่กินเพื่ออร่อยเพื่อเอามัน ก็ก่อให้เกิดความระมัดระวังตัวขึ้นมาเยอะ

              จากครัวยุบลงเหลือแค่บาตรเดียวตัดกังวลไปเยอะเคยกินข้าววันนึงกี่มื้อต่อกี่มื้อ คราวนี้ก็เหลือแค่ 2 มื้อทำให้รู้ว่า กินกันตายกินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน กินเพื่ออยู่อยู่เพื่อทำความดีไม่ใช่กินเพื่ออร่อยเพื่อเอามัน ก็ก่อให้เกิดความระมัดระวังตัวขึ้นมาเยอะ

https://www.youtube.com/watch?v=ac0ciXjFPRY&t=329s