มาตรฐานคนดี

วันที่ 23 กย. พ.ศ.2563

มาตรฐานคนดี

                     เราเคยคิดไหมว่าการที่เราจะวินิจฉัยใครว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดี เราใช้อะไรเป็นตัววัด บางคนบอกว่า คนนี้เขาทำดีก็เป็นคนดี คนนี้เขาไม่ดี คนนี้เขาเป็นคนขยันมากเลย ทำงานและดูแลครอบครัวดีมาก แต่ในแง่สังคมส่วนรวมเขาไม่ค่อยสนใจใคร อย่างนี้เขาดีหรือไม่

20089-1.jpg

                    บางทีคนเราดีบางด้านไม่ดีบางด้าน ถ้าเราเหมาว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดีไปทั้งหมดโดยไม่ได้แยกแยะ บางทีจะเห็นภาพไม่ชัด แล้วช่องทางพัฒนาก็จะเห็นไม่ชัดเหมือนกัน แต่ถ้าเรามองให้ชัดว่า...

                   ที่ว่าดี มาตรฐานคนดีคืออะไร มีกี่ประเด็นกี่ด้านแต่ละด้านมีรายละเอียดอย่างไร

                  เมื่อเห็นภาพชัด เราจะเห็นช่องทางว่า เราวัดตัวเองได้ว่าด้านไหนที่เราค่อนข้างจะดี ด้านไหนยังบกพร่องต้องปรับปรุง เห็นคนอื่นก็วินิจฉัยเขาได้ว่าเขาดีด้านไหน ไม่ดีด้านไหน แล้วเราจะเห็นคนชัดขึ้น ถ้าเป็นหัวหน้า หัวหน้าจะเห็นลูกน้องชัดขึ้น เป็นลูกน้องเห็นหัวหน้าก็เห็นหัวหน้าชัดขึ้นเหมือนกัน ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาก็เห็นว่าจะปรับปรุงพัฒนาลูกน้องได้อย่างไร คนแต่ละคนจะปรับปรุงตัวเองได้อย่างไร เป็นต้น

มาตรฐานคนดีโดยหลักมีอยู่ 4 ด้านคือ

1.มีความรับผิดชอบต่อศีลธรรมในตัวเอง

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า กรรมกิเลส 4 คือ ศีล 4 ข้อแรกในศีล 5 มีดังนี้

1.1 ไม่ฆ่าสัตว์

1.2 ไม่ลักขโมย

1.3 ไม่ประพฤติผิดในกามหรือไม่เจ้าชู้

1.4 ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ

20089-2.jpg

                   การละกรรมกิเลส 4 เป็นการรักษาศีลธรรมตัวเอง พอรักษาศีลธรรมในตัวเองได้แล้วจะเป็นเครื่องแยกให้คนกับสัตว์ต่างกัน จะดูว่าคนกับสัตว์ต่างกันตรงไหน รูปกายข้างนอกทางกายภาพก็เป็นส่วนหนึ่ง

                   แต่มองในแง่จิตใจแล้วคนกับสัตว์ต่างกันตรงที่ สัตว์เวลาโกรธขึ้นมามันจะไปทำร้ายคนอื่น ฆ่าคนอื่นโดยไม่คิดอะไร แต่ถ้าเป็นคนต่อให้อนุญาตเราก็ไม่ทำ

                   ถามว่าถ้าเราไปเยี่ยมคุก เขาบอกว่ามีนักโทษประหารพอดี ให้ช่วยยิงนักโทษให้หน่อย ยิงแล้วจะไม่มีความผิดเลย เพราะนักโทษต้องโทษประหารอยู่แล้ว ช่วยยิงเป้าให้หน่อย ถามว่าเราทำลงไหม

                   คนส่วนใหญ่บอกว่าทำไม่ได้ ทำไม่ลง ไปฆ่าคนทำได้อย่างไร มันฝืนใจทำไม่ได้ นี่คือคน คนไหนฆ่าคนอื่นได้เฉยๆ ฆ่าสัตว์อื่นได้เฉยๆ นั่นคือเริ่มพ้นจากภาวะหัวใจคนไปอยู่กับสัตว์แล้ว

                   เรื่องลักขโมยเหมือนกัน สัตว์มันอยากได้มันชิงเอาเลยนะ เราเลี้ยงสุนัข 3 ตัว 4 ตัวเอาข้าวให้มันตัวละจาน เดี๋ยวมันก็แย่งกัน แต่คนเราเข้าโรงอาหารรับประทานอาหารจานใครจานมันนะ เราไม่ได้แย่งคนข้างๆ เพราะว่าเรารู้ว่านี่สิทธิ์ของเรา นี่ก็สิทธิ์ของเขา

                   เรื่องของความต้องการทางเพศเหมือนกัน สัตว์พอมันเกิดขึ้นมามันก็ทำตามความต้องการของมันเลย แต่คนรู้จักควบคุมตรงนี้ คือไม่ประพฤติผิดในกาม

                  สุนัขใครผ่านหน้าบ้านก็ฮื่อๆแฮ่ๆ แต่คนที่เดินผ่านหน้าบ้านเราไม่ได้ไปขู่ไปว่าเขาอย่างนั้นนะเพราะเรารู้ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่นด้วยคำพูด

                    นี่คือเครื่องแยกคนกับสัตว์ออกจากกัน ละกรรมกิเลส 4 เป็นมาตรฐานคนดีขั้นที่ 1

20089-3.jpg

2.มีความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ คือ ละอบายมุข 6 ได้แก่

2..ดื่มน้ำเมา

2.2 เที่ยวกลางคืน

2.3 ดูการละเล่นเป็นนิจ

2.4 เล่นการพนัน

2.5 คบคนชั่วเป็นมิตร ข้อนี้เป็นทางมาของเรื่องไม่ดีทั้งหมดทุกอย่างเลย

2.6 เกียจคร้านการทำงาน ขี้เกียจแล้วก็ตั้งเนื้อตั้งตัวยาก

                    6 ข้อนี้ใครไปยุ่งฐานะทางเศรษฐกิจจะมีปัญหา การเงินมีปัญหาแล้วจะพาอย่างอื่นรวนหมดเลย นี่คือศีลธรรมทางเศรษฐกิจ ต้องละอบายมุข 6 บางคนบอกว่าศีล 4 ข้อไม่ผิดเลย หรือข้อ 5 ก็ไม่ผิด

                    เราแค่ขี้เกียจ นี่ยิ่งผิดมาตรฐานคนดี ขี้เกียจก็ผิดนะ ไปคบคนไม่ดีก็ยังผิดมาตรฐานคนดี ติดเกมมากเกินไปยังผิดมาตรฐานคนดีนะ เราดีเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แค่ติดเกมเล่นถึง ตี 3 ตี 4 เท่านั้นเอง ก็ยังผิดต่อมาตรฐานศีลธรรมทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เห็นไหมว่าเราจะเริ่มเช็คตัวเองชัดขึ้นๆ แล้วเอกซเรย์ตัวเองได้ เอกซเรย์คนอื่นได้ว่าเข้ามาตรฐานคนดีแค่ไหน

3.มีความรับผิดชอบต่อศีลธรรมในสังคม เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ต้องละอคติ 4 คือ

3.1 อคติเพราะความรัก ลำเอียงเพราะความรัก ชอบใครก็ให้คนนั้นเลย เรื่องนี้จะเป็นทางมาของการคอรัปชั่นและการประจบสอพลอ

20089-4.jpg

                    พอเป็นคอรัปชั่นเพราะว่ามีคนเอาสินบนมาให้ ทำไมเอาสินบนมาให้ เพราะเขารู้ว่า ให้สินบนเพราะเขาชอบเราแล้วเขาก็จะช่วยเรา มาตรฐานการตัดสินใจจะบิดเบือนหมดเลย เพราะฉะนั้นจะนำมาซึ่งการคอรัปชั่นการบิดๆเบี้ยวๆของกฎกติกาต่างๆ มากมาย

3.2ไม่ลำเอียงเพราะความชัง เกลียดใครไม่ชอบใครก็แกล้งเขาจะนำมาซึ่งการกลั่นแกล้งกัน

3.3 ไม่ลำเอียงเพราะความหลง คือไม่รู้ ไม่มีความรู้ก็ถูกเขาหลอก

3.4 ไม่ลำเอียงเพราะความกลัว คือต้องตัดสินใจบิดเบี้ยวไป เพราะว่ากลัวตัวเองจะมีภัย

                     ถ้าทุกคนกลัวอย่างนี้ ผลคือสังคมจะถูกครอบงำด้วยอิทธิพลมืด อคติ 4 ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้คนรู้สึกว่าทำดีไม่ได้ดี จะได้ดีไม่ใช่ขยันทำงาน ต้องไปประจบเจ้านาย อย่าให้เจ้านายเกลียด คนจะไม่คิดว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ไม่คิดแล้วความคิดจะผิดเพี้ยนไปหมดเลย

                     เพราะฉะนั้นจะรักษาสังคมให้อยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ทุกคนต้องรู้หลักในการปฏิบัติว่าทำอย่างนี้จะได้ผลดี ทำอย่างนี้ได้ผลไม่ดี คือ เราจะต้องไม่มีอคติ 4 ทุกคนก็จะยอมรับ แล้วก็สามารถรักษากฎกติกาสังคมและอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก

4.มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเอง

                    คือรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองในทิศ 6 กลุ่มคนรอบตัวเราถ้าแบ่งใหญ่ๆ แบ่งได้ 6 กลุ่ม ได้แก่ ทิศเบื้องหน้าคือพ่อแม่ เราต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่ให้ดี ทิศเบื้องขวาคือครูบาอาจารย์ ทิศเบื้องหลังก็คือบุตรภรรยาหรือสามี

                     ทิศเบื้องซ้ายก็คือเพื่อนฝูงมิตรสหาย ทิศเบื้องล่างก็คือลูกน้องบริวาร ทิศเบื้องบนก็คือสมณะ พราหมณ์ นักบวช พระภิกษุ ทั้งหมด 6 กลุ่มใหญ่ๆ เราต้องทำหน้าที่ของเราเองต่อบุคคลทั้ง 6 กลุ่มนี้ให้ถูกต้อง เรามีหน้าที่ปฏิบัติกับพ่อแม่อย่างไร

20089-5.jpg

                     พ่อแม่ต้องดูแลลูกอย่างไร สามีปฏิบัติต่อภรรยาอย่างไร ภรรยาต้องปฏิบัติต่อสามีอย่างไร

                    ศิษย์ต้องปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์อย่างไร

                     ครูบาอาจารย์ปฏิบัติต่อศิษย์อย่างไร

                     คนดีจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองอย่างไร

                    แค่ว่าไม่ได้ทำอะไรเสียหายเหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ก็ไม่สูบ การพนันก็ไม่เล่น ก็ไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นคนดียังไม่ได้ ต้องทำหน้าที่ของเราต่อกลุ่มคนทั้ง 6 กลุ่มให้สมบูรณ์ด้วยถึงจะถือว่าเป็นคนดีที่ครบถ้วนและสมบูรณ์

ทั้งหมดนี้คือมาตรฐานคนดีที่ฝากพวกเราทุกคนเอาไว้ตรวจสอบตัวเองและตั้งใจทำให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป

เจริญพร

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.017569601535797 Mins