อานิสงส์ของการทำทาน ด้วยจิตที่ผ่องใสทั้ง ๓ ระยะ

วันที่ 10 มิย. พ.ศ.2566

10-6-66-2-b.jpg

บทที่ ๑๒
อานิสงส์ของการทำทาน ด้วยจิตที่ผ่องใสทั้ง ๓ ระยะ


              การบำเพ็ญทานกุศล ที่จะทำให้มีอานิสงส์อันไพบูลย์ จะต้องกระทำด้วยใจที่ผ่องใสทั้ง ๓ ระยะ คือก่อนให้ก็ดีใจ ขณะให้ก็เลื่อมใส หลังจากให้ไปแล้วก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความปลื้มใจ
 

               ก่อนให้ก็ดีใจ ดีใจเพราะว่า บางคนมีศรัทธา แต่ไม่มีไทยธรรมก็ให้ไม่ได้ บางคนมีไทยธรรม แต่ไม่มีศรัทธาก็ให้ไม่ได้ บางคนถึงพร้อมด้วยศรัทธาและไทยธรรม แต่ห่างไกลพระพุทธศาสนา ไม่มีเนื้อนาบุญ แม้ให้ก็เหมือนหว่านพืชในนาเลว ย่อมไม่มีผลมาก
 

                เป็นบุญลาภอันประเสริฐของเรา ที่ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ไทยธรรมและเนื้อนาบุญ คิดอย่างนี้แล้วจึงดีใจก่อนให้ทาน
 

                ขณะให้ก็เลื่อมใส เลื่อมคือไม่ขรุขระ ใสคือไม่ขุ่นมัว ขณะให้ก็รักษาใจให้ผ่องใส ไม่ยอมให้มีสิ่งใดมากระทบใจให้ขุ่นมัว
 

               หลังจากให้แล้ว ก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความปลื้มใจ ไม่ตระหนี่เสียดายทรัพย์ ดีใจว่าชีวิตที่ผ่านไป ไม่สูญเปล่า ผ่านไปพร้อมบุญบารมีที่เพิ่มพูนขึ้น สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนาเกิดมาสร้างบารมี

               ทานกุศลที่กระทำด้วยใจที่ผ่องใสทั้ง ๓ ระยะ คือก่อนให้ก็ดีใจ ขณะให้ก็เลื่อมใส หลังจากให้แล้ว ก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความปลื้มใจ ย่อมมีอานิสงส์คือ เมื่อถึงคราวที่ทานกุศลส่งผล ย่อมมีโภคทรัพย์และความสุขในทุกวัย ทั้งในปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0086689988772074 Mins