เมณฑกเศรษฐี

วันที่ 01 สค. พ.ศ.2568

1_8_68_43b%281%29.jpg

 

เมณฑกเศรษฐี

 

                   สมัยหนึ่งในเมืองพาราณสี มีเศรษฐีท่านหนึ่งทราบคำทำนายของโหราจารย์ว่า อีก ๓ ปีข้างหน้าจะเกิดความแห้งแล้งอย่างร้ายแรงทั่วเมืองเศรษฐีไม่ได้แสดงอาการอะไร เพราะรู้ว่าทุกสิ่งในโลกต่างก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา แต่คิดวางแผนเตรียมรับมือกับเหตุการณ์นั้นทันที โดยประกาศให้ชาวนาทำนากันให้มากที่สุด และรับซื้อข้าวเปลือกทั้งหมดเก็บไว้ในยุ้งฉางถึง ๑,๒๕๐ หลัง เก็บใส่ในตุ่ม ขุดหลุมฝังไว้ในดินที่เหลือก็นำไปขยำกับดินเหนียว ฉาบทาไว้ทั่วฝาบ้าน

 

                   ต่อมาความแห้งแล้งได้เกิดขึ้นทั่วเมืองทีเดียว เพาะปลูกอะไรไม่ขึ้นเลย เศรษฐีจึงสั่งบริวารให้นำข้าวในยุ้งฉางมาบริโภค ไม่นานข้าวในยุ้งฉางทั้ง ๑,๒๕๐ หลังก็หมด จึงนำข้าวในตุ่มมาบริโภค ไม่นานก็หมดจึงเรียกบริวารมาประชุมกันแล้วกล่าวว่า ใครจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ว่ากันใครจะอยู่กับเราก็ตามใจ ผลก็คือ บ้านของเศรษฐีเหลืออยู่เพียง ๕ คนคือ เศรษฐี ภรรยาเศรษฐี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และทาสคนสนิทของเศรษฐีนำข้าวที่ฝังในหลุมบริโภคจนหมดแล้ว นำข้าวที่ฉาบทาฝาบ้านมาแช่น้ำคัดเอาเฉพาะข้าวเปลือกมาตำหุงบริโภคกัน จนเหลือเป็นมื้อสุดท้ายของครอบครัวท่านเศรษฐี ภรรยาได้แบ่งข้าวออกเป็น ๕ ส่วนให้ทุกๆ คน คนละส่วน ในขณะที่กำลังจะบริโภคอยู่นั่นเอง พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ได้เสด็จผ่านมา เศรษฐีเห็นเข้าก็เลื่อมใสเกิดความคิดว่า การที่เราประสบภัยขั้นนี้ ก็เพราะเราไม่ได้ให้ทานมาก่อนหรือแม้ให้ทานแล้วก็คงยังให้ไม่เต็มที่เต็มกำลัง ข้าวมื้อนี้เพียงอิ่มแค่วันเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเราถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า จะทำให้เรามีความสุขความเจริญไปนับภพนับชาติไม่ถ้วนเลยทีเดียว

 

                   คิดดังนั้นท่านจึงบรรจงตักข้าวถวายจนเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงปิดบาตร เพื่อให้เศรษฐีไว้รับประทานอีกครึ่งหนึ่งเศรษฐีอ้อนวอนให้พระองค์ทรงเปิดบาตรรับอีกครึ่งหนึ่ง ตนเองไม่ได้หวังเพียงแค่ความสุขในชาตินี้เท่านั้น แต่อยากจะได้ความสุขในชาติหน้าด้วยดังนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าทรงเปิดบาตร เศรษฐีตักข้าวใส่บาตรด้วยความปีติเบิกบาน ในการทุ่มหมดตัวสร้างมหาทานบารมี

 

                   เศรษฐีตั้งจิตอธิษฐานว่า “ความอดอยากเช่นนี้อย่าได้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าอีกเลย ในทุกๆ ที่ที่ข้าพเจ้าเกิด ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปขอให้ข้าพเจ้ามีอาหารเลี้ยงมนุษย์ได้ทั่วโลก เมื่อข้าพเจ้าทำความสะอาดยุ้งฉางแล้วมองขึ้นไปบนฟ้าเท่านั้น ขอให้ข้าวจงตกลงมาเต็มยุ้งฉางทั้งหมด” พอสิ้นคำของเศรษฐี พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงกล่าวให้พรว่า “จงเป็นอย่างนั้นเถิด”แล้วทุกคนในบ้านก็พร้อมใจกันถวายทานเช่นเดียวกับท่านเศรษฐี

 

                   ในวันนั้นเองข้าวจำนวนมากได้ตกลงมาเต็มยุ้งฉางทั้ง ๑,๒๕๐ หลังภรรยาเศรษฐีจึงประกาศไปทั่วเมืองว่า “ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่พวกเราได้ทำไว้ดีแล้ว บัดนี้มีอาหารมากมายเกิดขึ้นในบ้านของเศรษฐี ใครต้องการเท่าไหร่ จงมารับได้ตามต้องการ”

 

                   นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ความอดอยากก็ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองพาราณสีอีกเลย ชาวเมืองทั้งหลายได้ชีวิตกลับมาอีกครั้งก็เพราะอานุภาพบุญของท่านเศรษฐีนั่นเอง ช่วยชาวเมืองไว้ เมื่อเศรษฐีสิ้นชีวิตลงได้เกิดเป็นเทวดาเสวยสุขในสวรรค์

 

                   ในชาติสุดท้ายเศรษฐีนั้นเกิดมามีชื่อว่า เมณฑกเศรษฐี มีสมบัติมากมายตักไม่มีพร่อง คือมีแพะทองคำจำนวนมาก ซึ่งในปากจะมีด้ายถ้าปรารถนาสมบัติหรืออาหารใดๆ เพียงแค่ดึงด้ายในปากแพะเท่านั้น สิ่งที่ปรารถนาก็จะออกมาจากปากแพะทันที แพะเพียง ๑ ตัวสามารถเลี้ยงคนได้ทั้งชมพูทวีป ปรากฏว่าในเวลานั้นคนทั้งชมพูทวีปต่างได้มาเอาอาหารหรือสมบัติเงินทองตามแต่ตนต้องการที่บ้านของท่านเศรษฐี เมณฑกเศรษฐีมีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และบรรลุเป็นพระโสดาบัน

 

(จากพระสูตรขุททกนิกาย คาถาธรรมบท)

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00064425071080526 Mins