ถวายพระโอสถขับถ่ายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

วันที่ 26 สค. พ.ศ.2568

ถวายพระโอสถขับถ่ายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

2-9-68_4b%287%29.png

                           ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระประสงค์จะเสวยยาถ่าย เพื่อขับถ่ายสิ่งหมักหมมที่เป็นโทษออกเสียจากพระวรกายจึงรับสั่งเรื่องนี้แก่พระอานนท์พุทธอุปัฏฐาก

 

                           พระอานนท์จึงไปหาหมอชีวกโกมารภัจจ์ แจ้งพระพุทธประสงค์ให้ทราบ หมอชีวกฯ ได้ถามถึงพระอาการจนทราบแน่ชัดแล้วจึงนมัสการขอให้พระอานนท์ช่วยถวายการชำระพระวรกายของพระพุทธองค์ให้ชุ่มชื่นสัก ๒-๓ วันก่อนส่วนตนจะเตรียมพระโอสถถวาย

 

                           หมอชีวกฯ ได้พิจารณาเห็นว่าไม่ควรประกอบเป็นพระโอสถให้เสวย เพราะจะทรงขับถ่ายอย่างหยาบ เป็นเหตุให้ต้องทรงอ่อนเพลียเสียพระกำลังควรจะถวายพระโอสถโดยการประกอบยาต่าง ๆ แล้วอบ คือปรุงกลิ่นด้วยควันให้ยาทั้งหลายนั้นจับอยู่ในก้านดอกบัว ๓ ก้าน แล้วถวายให้ทรงสูดกลิ่นที่อบก้านดอกบัวอยู่ โดยไม่ต้องเสวย การทำเช่นนี้จะทรงขับถ่ายอย่างอ่อน ๆ และไม่ต้องทรงอ่อนเพลียเสียพระกำลัง

 

                           เมื่อตกลงใจเช่นนั้นแล้ว หมอชีวกฯ จึงได้จัดการปรุงยาตามที่พิจารณาว่าสมควรแล้วจนสำเร็จ แล้วนำก้านดอกบัว ๓ ก้านที่อบเป็นพระโอสถขับถ่ายไปเฝ้าพระพุทธองค์ ถวายบังคมแล้วกราบทูลอธิบายว่า “ก้านดอกบัวเหล่านี้อบด้วยพระโอสถ เพื่อขับถ่ายโดยอ่อน ๆ ขอพระองค์ทรงสูดกลิ่นจากก้านดอกบัวนี้ ก้านละ ๑ ครั้ง

 

 

                           เมื่อทรงสุดก้านดอกบัวก้านที่ ๑ จะทำให้ทรงขับถ่ายถึง ๑๐ ครั้ง เมื่อทรงถ่ายครั้งที่ ๑๐ แล้วให้ทรงสุดก้านดอกบัวก้านที่ ๒

 

                           ก้านดอกบัวก้านที่ ๒ นี้ จะทำให้ทรงขับถ่ายอีก ๑๐ ครั้งรวมเป็น ๒๐ ครั้ง เมื่อถ่ายครั้งที่ ๒๐ แล้ว ให้ทรงสุดก้านดอกบัวดอกที่ ๓ 

 

                           ก้านดอกบัวก้านที่ ๓ นี้จะทำให้ทรงขับถ่ายอีก ๑๐ ครั้ง เช่นกัน เพราะฉะนั้นโดยวิธีนี้พระองค์จะต้องทรงขับถ่ายโดยอ่อน ๆ ถึง ๓๐ ครั้ง แต่จะไม่ทรงอ่อนเพลียเสียพระกำลังเลย พระพุทธเจ้าข้า”

 

                           เมื่อหมอชีวกฯ ถวายพระโอสถที่อบอยู่ในก้านบัวแล้ว ก็กราบถวายบังคมทูลลากลับบ้าน แต่พอเดินออกไปพ้นซุ้มประตูพระวิหาร ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ แล้วเกิดเป็นทุกข์หนักใจว่า “เราถวายพระโอสถเพื่อทรงขับถ่ายถึง ๓๐ ครั้ง แต่ลืมไปไม่ได้กราบทูลว่า เมื่อทรงขับถ่ายได้ ๒๙ ครั้งแล้วให้รีบสรงพระกายก่อน แล้วจะทรงขับถ่ายอีก ๑ ครั้ง รวมเป็น ๓๐ ครั้งพอดี ทำอย่างนี้จึงจะสดชื่นพระวรกาย”

 

                           ฉะนั้นหมอชีวกจึงบ่ายหน้ากลับ เพื่อเข้าเฝ้าและกราบทูลให้ทรงทราบเรื่องนี้

 

                           พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้พระโอสถตามที่หมอชีวกฯแนะนำ และทรงทราบความวิตกของเขาด้วยพระญาณ จึงมีรับสั่งให้พระอานนท์ทราบ เพื่อจัดเตรียมน้ำร้อนไว้คอยท่าสำหรับสรง

 

                           เพียงไม่นานจากนั้น หมอชีวกฯ ก็เข้ามาเฝ้ากราบทูลถามว่า ทรงถ่ายแล้วหรือยัง ทรงตอบว่า ถ่ายแล้ว ๒๙ ครั้ง หมอชีวกฯจึงรีบกราบบังคมทูลเรื่องที่ตนปริวิตกเพราะหลงลืมให้ทรงทราบ พอกราบทูลจบ พระอานนท์ก็เข้ามากราบทูล เพื่อเสด็จไปสรงพระกายพอดี

 

                           ครั้นทรงชำระพระวรกายด้วยน้ำอุ่นเสร็จ ได้ทรงถ่ายอีกครั้งหนึ่งจึงครบ ๓๐ ครั้ง หมอชีวกฯ จึงมีความยินดีที่ตนถวายพระโอสถจนได้ผลตามที่กำหนดไว้ ได้กราบทูลต่อพระพุทธองค์อีกว่า ในระยะ๒-๓ วันนี้ ขอจงทรงเว้นไม่เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยน้ำต้มผักต่าง ๆ ก่อน หลังจากนั้นจึงเสวยได้

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0052580634752909 Mins