
เหมันตวิสุทธิ
ฤดูกาลแห่งความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๑
ฤดูฝนที่ผ่านมา เราได้ใช้เวลาตลอดพรรษาปฏิบัติธรรมกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง โดยให้ชื่อว่า พรรษาพระมหาสิริราชธาตุ เมื่อออกพรรษาแล้ว เราก็ยังคงมาชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ผู้ที่มีพระมหาสิริราชธาตุก็นำมา ใครที่ยังไม่ได้รับ ก็มาแต่ตัว เพื่อที่จะมาทำฤดูหนาวให้บริสุทธิ์ ให้จิตเราบริสุทธิ์ในฤดูหนาว ที่เราเรียกว่า เหมันตวิสุทธิ ทำกายวาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ตลอดฤดูหนาว
เราเกิดมาสร้างบารมี โดยเฉพาะเราเป็นพุทธศาสนิกชน เราย่อมเข้าใจดีว่า เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้สมบูรณ์ที่สุด ให้บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา และให้สมกับที่เราเกิดมาสร้างบารมี เราก็จะต้องใช้ทุกวินาทีให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี ไม่ใช่เราจะทำเฉพาะตอนเข้าพรรษาเท่านั้น พอออกพรรษาแล้วเราก็ว่างเว้นกันไป ยอดนักสร้างบารมีจะต้องไม่เป็นอย่างนี้ เราจะต้องใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี
พรรษาที่ผ่านมานั้น เราได้บุญบารมีกันพอสมควรแก่กำลังแห่งความเพียรและความตั้งใจ ถ้าเทียบกับชาวโลก ๖ พันกว่าล้านคน เราก็นับว่าอยู่ในแนวหน้าของการสร้างบารมี แต่อย่างไรก็ตาม แม้พรรษาที่ผ่านมานั้น เราว่าเราได้ตั้งใจสร้างบารมีกันอย่างเต็มที่ ทั้งให้ทาน ทั้งรักษาศีล และเจริญภาวนา แต่ถ้าหากเราจะไปเทียบกับบัณฑิต นักปราชญ์ยอดนักสร้างบารมีในกาลก่อนนั้น เรายังเทียบเขาไม่ได้
สมัยก่อนโน้นเขาเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมี เพราะฉะนั้นภายในพรรษาที่ผ่านมา เราอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า เราได้บุญบารมีมามากมายก่ายกองแล้ว
พรรษาที่ผ่านมานั้น เราปฏิบัติธรรมกันยังได้ผลยังไม่เต็มที่ เราก็ตั้งใจใหม่ว่าตลอดฤดูหนาวนี้ เราจะต้องยังจิตให้เป็นกุศล ทำใจให้หยุดนิ่ง หยุดนิ่งให้ได้ ให้ได้ตลอดทุกวันไม่ให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว จะไม่ให้มีสิ่งใดมาเป็นข้ออ้าง ข้อแม้ หรือเงื่อนไขให้เราชะล่าใจเกียจคร้าน ไม่ทำความเพียร จะต้องไม่ให้มีอะไรมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย จะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใด จากภารกิจการงาน หรือปัญหาจะมารุมเร้าเราแค่ไหนก็ตาม อย่าให้สิ่งนั้นมาเป็นอุปสรรคได้
การสร้างบารมีเป็นสิ่งที่เราก็จะต้องทำต่อไป ตราบใดที่เรายังหายใจเข้าและหายใจออก จะต้องทำจิตของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ผ่องใส เมื่อพรรษาที่ผ่านมายังเข้าไม่ถึงธรรมกาย ฤดูหนาวนี้ก็ต้องเอาให้เข้าถึงให้ได้ ตั้งใจอย่างนี้จึงจะเรียกว่าเป็นยอดนักสร้างบารมี สมกับที่ได้เกิดมาสร้างบารมีอย่างแท้จริง
เกิดเป็นมนุษย์มีเครื่องกังวลมาก ชีวิตของมนุษย์เป็นทุกข์ เป็นทุกข์ทั้งชีวิต ทุกข์ประจำ เกิดมาก็มีทุกข์เลย เช่น ความแก่ ความเจ็บความตาย เป็นต้น กับทุกข์ที่จรมา ท่านที่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนอายุขนาดนี้ จะมองเห็นได้ว่าชีวิตที่ผ่านมานั้นสูญเปล่า มันไม่ได้อะไรเลยเหมือนชีวิตนก ชีวิตกา ตื่นเช้าขึ้นมาก็ร้องกา แล้วก็ออกไปทำมาหากินตกตอนเย็นก็กลับบ้านร้องกา แล้วก็นอนกันไป ชีวิตก็มีปัญหากันมากมาย
เพราะฉะนั้นชีวิตนี้มีพื้นฐานเป็นทุกข์ แต่ชีวิตนี้ยังมีเพียงพอที่จะแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ ไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้ วันเวลาที่เราเหลืออยู่ในโลกนี้ จะต้องศึกษาวิชชาธรรมกายให้ได้ เราจะได้ปลอดภัย ชีวิตของเราจะได้ปลอดภัย ภัยอะไร ภัยในสังสารวัฏและภัยในอบายภูมิ ยังมีสิ่งที่เราไม่ได้รู้ได้เห็นอีกเยอะ คือชีวิตหลังจากที่เราตายไปแล้ว ชีวิตไม่ได้สิ้นสุดที่เชิงตะกอน นั่นกายหยาบมันสิ้นสุด สรีรยนต์เรานี้สิ้นสุดตรงนั้น ให้เขาได้เผาผลาญไป แต่ว่าชีวิตยังต้องเดินทางต่อไปอีก เราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ต้องเดินทางกันต่อไป เพราะสิ่งนั้นมันมีอยู่ เชื้อมันยังมีอยู่ ภัยในอบายมันน่ากลัวทีเดียว เพราะฉะนั้นชีวิตมีเพื่อการนี้
ดังนั้นการศึกษาวิชชาธรรมกาย การเข้าถึงธรรมกาย ทำให้พระธรรมกายปรากฏเกิดขึ้นมาจนกระทั่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากจะให้ความสุข และความบริสุทธิ์กับชีวิตของเราแล้ว ยังให้ความรู้แจ้งแห่งชีวิตและความปลอดภัยในชีวิตทั้งมวล
เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะกัน จะต้องหมั่นขยันอย่างน้อยวันอาทิตย์ก็มาประชุมพร้อมกันที่นี่ ใครมีพระมหาสิริราชธาตุก็นำมา มีรูปภาพก็นำมา พาครอบครัวเข้าวัดมาปฏิบัติธรรมกัน จะครึ่งวันและอีกครึ่งวันจะไปทำกิจอะไรก็ตามที ก็ต้องทำกันอย่างนี้
คนอัศจรรย์ สร้างของอัศจรรย์
สิ่งอัศจรรย์ย่อมบังเกิดขึ้น
มหาธรรมกายเจดีย์นี้ เป็นของส่วนรวม ไม่ใช่ของใครเลย เป็นของส่วนรวมของโลก ของชาวโลกทุกๆ คน ที่จะใช้สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งกุศลธรรม ที่จะนำไปสู่รัตนะทั้งสามภายใน โดยมีที่สุดธรรมเป็นเป้าหมาย เพราะฉะนั้นจำตรงนี้ไว้ให้ดี
มหาธรรมกายเจดีย์ เป็นของส่วนรวม เป็นของโลก ของทุกๆ คนในโลก เรากำลังสร้างสิ่งที่สำคัญให้กับส่วนรวมอยู่ เพราะฉะนั้น อย่าหวั่นไหว ถ้าหากว่ามีใครคิด พูด ทำ ที่ตรงข้ามกับเรา เพื่อให้เราไขว้เขว หรือบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ก็อย่าหวั่นไหว อย่าขุ่นมัว อย่าวิตกกังวล
เราแบ่งหน้าที่กันทำ หน้าที่ของเราคือ สร้างบุญกุศลให้เกิดขึ้นทำสิ่งที่เป็นทางมาแห่งบุญ สร้างหนทางสวรรค์ ส่วนเขาก็ทำหน้าที่ของเขาคนละทาง เราแบ่งหน้าที่กันทำอยู่แล้ว อย่าไปขุ่นมัว อย่าวิตกกังวลอย่าหวั่นไหว ให้ตั้งใจสร้างบารมีกันต่อไป
มีสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราจะต้องเพิ่มกำลังใจให้สูงขึ้นไป แสดงให้เห็นว่าตราบใดที่กระแสแห่งกิเลสนี้ยังมีอยู่ เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะคิดผิด พูดผิด และก็ทำผิด บิดเบือนกันไปต่างๆ นานา เรามาถึงกุศลธรรมก่อนคนอื่น มาถึงแสงสว่างก่อนคนอื่นเขา เข้าใจได้ดีกว่าคนอื่น แม้ไม่เข้าใจหมดก็ตาม เราต้องทำใจให้ใสๆ ไม่หวั่นไหว สร้างบารมีกันต่อไปและอย่าวิตกกังวลหากได้ยิน ได้ฟัง ในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลหู ทิ้งมันไป ลืมมันไปทำใจใสๆ อย่างเดียว ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
เราเป็นคนอัศจรรย์ที่ได้ทำความอัศจรรย์ผ่านมาแล้ว อย่างน้อยก็ ๒ คราวคือปิดยอดพระแกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ ในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ แล้วก็ปิดยอดพระธรรมกายประจำตัวด้านนอกมหาธรรมกายเจดีย์เพราะฉะนั้น อัศจรรย์ครั้งที่ ๓ จะต้องเกิดขึ้นอีกในวันที่ ๓๑ ธันวาคมที่จะถึงนี้
คำว่า “อัศจรรย์” หมายถึงว่าเราจะต้องปิดยอดมหาธรรมกายเจดีย์ทั้งหมดให้ได้ หมายความว่า จะต้องปิดยอดพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์ให้ได้ แล้วหลังจากนั้น เราก็จะได้ยังจิตให้เบิกบาน ปีติ และภูมิใจในมหาทานบารมี และสิ่งที่ดีงามที่เราได้สร้างเอาไว้ ทั้งด้วยตัวเองก็ดี ทั้งชักชวนคนอื่นมาร่วมสร้างบุญก็ดี เก็บเกี่ยวความปีติเบิกบานนี้เรื่อยไปเลย จนกว่าจะถึงวันฉลองมหาธรรมกายเจดีย์
ให้เราตั้งใจให้แน่วแน่ว่า เราจะต้องเป็นประธานรองฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ให้ได้ เพราะการฉลองมหาธรรมกายเจดีย์นี้เป็นบุญใหญ่ที่ยากที่จะหาได้ คุ้มกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในการทำบุญครั้งนี้ ในวันแห่งชัยชนะที่เราได้ผ่านอุปสรรคทั้งมวลที่เกิดจากการสร้างบารมี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์
เพราะฉะนั้น ให้ตั้งใจให้แน่วแน่ ให้มีความปีติเบิกบานว่า มหาธรรมกายเจดีย์ที่เรากำลังสร้างให้สำเร็จ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติและปวงเทวาทั้งหลาย จะได้มาเคารพสักการบูชากราบไหว้พระรัตนตรัย ให้ใจได้หยั่งลงไปในกุศลธรรม นำจิตให้หลุดพ้นจากสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ได้เข้าถึงที่สุดแห่งธรรม
ถ้าหากลูกทุกคนตั้งใจทำให้สำเร็จ สร้างสิ่งอัศจรรย์นี้ให้สำเร็จสร้างของอัศจรรย์ให้สำเร็จ สิ่งอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นอย่างที่เราไม่คาดฝันแล้วจะนำมาซึ่งความมหาปีติยิ่งกว่าวันที่ ๖ กันยายนและวันที่ ๑๑ ตุลาคมที่ผ่านมาอีก ถ้าลูกทุกคนได้สร้างสิ่งอัศจรรย์ ได้ทำสิ่งอัศจรรย์นี้ให้เกิดขึ้นในวันนั้น วันฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ความอัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้น
สิ่งที่มีในพระไตรปิฎกจะมาปรากฏในวันนั้น ด้วยคลองจักษุของเราด้วยตามนุษย์นี่แหละ เราจะมีความปีติยินดี เรามีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา เกิดขึ้นได้ด้วยบุญบันดาล
เราได้ผ่านการทำความอัศจรรย์มา ๒ คราวคือ ปิดแกนกลางพระธรรมกายประจำตัว มหาธรรมกายเจดีย์ ด้วยวันเวลาอย่างจำกัดทีเดียวแค่สัปดาห์ ๒ สัปดาห์เราก็ปิดได้ นั่นคือความอัศจรรย์ในยุคนี้
วันที่ ๑๑ ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาแค่ ๑ เดือน เราก็สามารถปิดยอดองค์พระธรรมกายประจำตัวมหาธรรมกายเจดีย์ด้านนอกได้ เรามาช่วยทำความอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ อีก นับจากนี้ไป ๒ เดือนเต็มถึงวันที่สามสิบหนึ่ง ธันวาคม ๒๕๕๑ สิ้นปีนี้ มาทำความอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ ปิดยอดพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์ให้ได้ ให้เป็นความอัศจรรย์ครั้งที่ ๓ แล้วเราจะได้ไปฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ในฐานะประธานรอง เป็นความอัศจรรย์ครั้งที่ ๔ ให้อัศจรรย์หลายๆ ครั้งเกิดขึ้นในตัวเรา ให้เราได้เป็นคนอัศจรรย์ ได้สร้างของอัศจรรย์ และเพื่อให้มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นในวันนั้น ตั้งใจมั่นกันให้ดี
ทำหัวใจของเราให้มันเข้มแข็ง ดั่งกับนักรบกล้าที่ผ่านสมรภูมิ ไม่กลัวต่อความทุกข์ยากลำบากใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่ามีสิ่งอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ได้หวาดหวั่น มุ่งที่จะไปสู่ชัยชนะอย่างเดียว ต้องตั้งใจมั่นให้ได้อย่างนี้ และต่อจากนี้ไป ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์เรื่อยไปเลย ๑ ปีเศษนี้ ให้ใจให้วาจา ให้กายบริสุทธิ์ เป็นที่รองรับบุญกุศลอันอัศจรรย์ เมื่อถึงวันๆ นั้น ๑ ล้านคนที่มาประชุมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ จะได้พบสิ่งที่ไม่มีวันลืมเลือนได้เลยในชีวิต และสิ่งนี้จะได้บันทึกกันยาวนานไปอีกเป็นพันปี เราเป็นคนอัศจรรย์ สร้างของอัศจรรย์คือมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อสิ่งอัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น
ดังนั้น ทำใจให้ใสๆ ให้บริสุทธิ์ ให้นึกถึงพระมหาสิริราชธาตุไว้พระมหาสิริราชธาตุนี้มีอานุภาพมาก เราได้มาด้วยบุญ ท่านมาอยู่กับเราเพื่อจะประคับประคองให้เราได้สร้างบารมีได้สะดวกสบาย อานุภาพที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เหนือปกติ เหนือธรรมดา ที่เกิดขึ้นเพราะว่าจิตเราเป็นบุญเป็นกุศล ได้สร้างความดีมากมายก่ายกอง ท่านจึงได้แสดงอานุภาพให้ปรากฏบังเกิดขึ้นมา อย่างที่เราได้ยินได้ฟังกันทุกสัปดาห์ หรืออย่างที่ได้อ่านหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ นั่นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับบุคคลผู้มีประสบการณ์
สักวันหนึ่ง ลูกทุกคนที่เป็นเจ้าของพระมหาสิริราชธาตุก็จะประสบอานุภาพด้วยตนเอง หมั่นทำความดีไปเรื่อยๆ สั่งสมบุญให้เป็นนิจ ให้สม่ำเสมอ ทำจิตใจให้ใส ให้เยือกเย็น ให้บริสุทธิ์ เมื่อถึงขีดถึงคราวที่มีความจำเป็นจริงๆ อานุภาพนั้นก็จะปรากฏ แต่ถ้ายังไม่มีความจำเป็นจริงๆ แล้วก็จะมีแต่ใจที่ใสๆ บุญหล่อเลี้ยงใจเราได้สร้างความดีอย่างปกติธรรมดาเท่านั้น
เพราะฉะนั้นก่อนที่จะได้รับพระของขวัญ ให้ทำใจใสๆ รับไปแล้วก็ไปสวดสรรเสริญท่าน ให้เรากับท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราจะอาราธนาให้ท่านช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างไรก็เหมือนพูดกับพระมหาสิริราชธาตุมีอะไรก็อธิษฐานไป พูดไป สรรเสริญไป เสียงจะดังก้องไปถึงอายตนนิพพาน พระนิพพานผู้ผลิตของขวัญก็จะส่งผังสำเร็จลงมา ทำความศักดิ์สิทธิ์ให้บังเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นหมั่นสวดสรรเสริญบ่อยๆ ตรึกนึกถึงท่าน จนกระทั่งติดตาติดใจ ไม่ช้าท่านก็จะแสดงปาฏิหาริย์ปรากฏเกิดขึ้นมาในกลางกายเป็นองค์พระ พระแก้วใสๆ บ้าง สีต่างๆ บ้าง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แล้วแต่ท่านจะปาฏิหาริย์ให้เห็น หน้าที่ของเราๆ ก็ดูกันต่อไป ดูการเปลี่ยนแปลงของท่านไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น ทำอย่างนี้นะ
“พระธรรมกายประจำตัวนี้
ได้จําลองแบบแผนเอามาจาก
พระธรรมกายภายใน ให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ
เท่าที่จะสามารถทำได้อย่างที่เราเห็นกันอยู่นี้
เพราะฉะนั้น พระธรรมกายประจำตัวของเรานี้
จึงมีลักษณะที่สวยงาม และเพื่อที่จะให้เห็น
ลักษณะมหาบุรุษได้ชัดเจน จีวรจึงได้ห่มคลุมให้แนบติดตัว
เพื่อจะได้ให้เห็นลักษณะมหาบุรุษครบถ้วน
และจะได้ให้ผู้มีบุญทั้งหลายได้รับทราบว่า
พุทธลักษณะแต่ละอย่างนั้น
กว่าจะได้มา ท่านสร้างด้วยบุญอย่างไร”
พระราชภาวนาวิสุทธิ์