ปาฏิหาริย์บนฟ้ารักษาโรค

วันที่ 02 กย. พ.ศ.2568

2_9_68_78b%281%29.jpg

 

ปาฏิหาริย์บนฟ้ารักษาโรค

 

                 คุณกานดา สุนทรวิทยา อายุ ๖๗ ปี อยู่ที่ตำบลท่าขนอม อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ตนเองมีโรคประจำตัว ป่วยมาเป็นแรมปีคือโรคกระดูกเสื่อม ทำให้มีอาการปวดตามหลัง แขนขา ข้อต่อต่างๆจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ปวดอยู่ตลอดเวลา ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๔๐ ยังพบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ต้องใส่เหล็กดามกระดูกบริเวณลำตัวอีกเกือบปีจึงเอาออกได้ ชีวิตที่ผ่านมาจึงเข้าออกโรงพยาบาลตลอด

 

                 มาถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๔๑ มีโรคใหม่เพิ่มขึ้นอีก แพทย์บอกว่าป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล ทำให้ถ่ายมีเลือดออก เกิดอาการปวดรุนแรง กระดูกสันหลังก็ปวดรุนแรงตามมาด้วยอีก เวลานั้นพักอาศัยอยู่บ้านใกล้วัดพระธรรมกาย เพราะมีพระลูกชายคนโตบวชอยู่ในวัด

 

                 วันที่ ๕ กันยายน ได้เข้าไปถวายปัจจัยทำบุญสร้างองค์พระที่แกนกลางมหาธรรมกายเจดีย์ แต่ยังไม่ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุพระลูกชายจึงนำพระของขวัญของท่านให้โยมแม่ติดตัวไว้ แนะนำให้นึกถึงบุญที่สร้างองค์พระที่แกนกลาง บูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญอธิษฐานขอพรพระมหาสิริราชธาตุให้หายเจ็บป่วย

 

                 วันที่ ๖ กันยายน ลูกชายคนเล็กพาคุณกานดาไปทำบุญที่วัด ตอนบ่ายได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาส และเดินทางไปร่วมถ่ายภาพประวัติศาสตร์ ณ ลานมหาธรรมกายเจดีย์

 

                 เวลาราว ๑๗ นาฬิกาเศษ คุณกานดาเห็นคนที่อยู่แถวหน้าลุกฮือยืนขึ้น มองไปที่ดวงอาทิตย์ ลูกชายที่ไปด้วยบอกว่า

 

                 “แม่ครับ ดูที่ดวงอาทิตย์ชิครับ”

 

                 คุณกานดาเล่าว่า เมื่อมองตาม เห็นพระอาทิตย์เหมือนมีเมฆบังไว้ ทำให้ไม่มีแสงแดดส่อง สักครู่พระอาทิตย์ค่อยสว่างขึ้น เป็นสีเหลืองอมชมพูสว่างนวล แล้วมีประกายจ้าเหมือนแสงสปอตไลท์ แต่สว่างกว่ามาก เมฆหายไปในพริบตา แสงแดดที่ส่องมาถูกตัว ไม่ทำให้รู้สึกร้อนสักนิดเดียว ทั้งที่ก่อนเกิดเหตุการณ์ อากาศร้อนอบอ้าว ต้องใช้ธงรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญบังหน้าเอาไว้

 

                 ครั้นแล้วดวงอาทิตย์ก็คล้ายกับลอยยื่นออกมา แล้วขยายออกเป็นวงกลมสีต่างๆ เขียว คราม ม่วง นวลสวยงามจนบรรยายไม่ถูก พอมองไปที่บริเวณพระภิกษุสามเณรนั่งอยู่กว่าพันรูป เห็นท่านเป็นสีชมพูสดใสสว่างไสวสวยงาม

 

                 คุณกานดายืนยันว่า เกิดมาไม่เคยเห็นภาพมหัศจรรย์ดังที่เห็นอยู่เวลานั้นมาก่อน ยิ่งพอสาธุชนโบกธงครั้งใด ก็จะมีลมพัดมาแรงเป็นช่วงๆเย็นชื่นใจทุกครั้ง

 

                 ครั้นพอก้มลงมองที่พื้นดินก็ยิ่งประหลาดใจ เห็นเป็นสีชมพูอยู่บนดิน ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เสียงลูกชายถามว่า “แม่ครับ เห็นดวงที่พื้นดินรึเปล่าครับแม่” คุณกานดาตอบว่า “เห็นจ้ะลูก”

 

                 ลูกชายก็พูดต่อว่า “แม่ไหว้เลยครับ อธิษฐานพร้อมไปเลย นึกถึงพระมหาสิริราชธาตุ และหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ให้ท่านช่วยให้แม่หายจากโรคภัยไข้เจ็บให้หมดเลย ให้หายเป็นอัศจรรย์ทีเดียว” คุณกานดาทำตามคำแนะนำของลูกชายทันที

 

                 เมื่อเสร็จพิธีเดินทางกลับ เห็นแผ่นดินที่ยืนอยู่และกำลังเดินไปกลายเป็นสีชมพู เป็นดวงๆ เหมือนดอกบัวในสระ มีอยู่หลายดวง พอเดินเกือบถึง ดวงก็หายไป มีดวงใหม่เกิดขึ้นแทน เป็นอยู่อย่างนี้ครู่ใหญ่ จึงหายไปกลายเป็นผืนดินสีธรรมดา เวลานั้นอาการปวดทั้งหลายหายไปหมดเป็นอัศจรรย์

 

                 วันที่ ๘ กันยายน ไปหาหมอตามที่นัดไว้โดยไม่มีอาการปวดอะไรเหลืออยู่เลย แพทย์ตรวจดูอาการทุกอย่างแล้ว แจ้งว่าทุกอย่างเป็นปกติกลับบ้านได้ จนกระทั่งทุกวันนี้ไม่มีอาการเจ็บป่วยเหลืออยู่อีก สามารถทำงานทุกอย่างได้เหมือนเดิม ถางหญ้า ปลูกต้นไม้ ทำงานบ้านได้

 

                 คุณกานดาพูดว่า “นี่คือปาฏิหาริย์ของพระมหาสิริราชธาตุ และของหลวงพ่อวัดปากน้ำจริงๆ ขณะนี้ชีวิตของดิฉันมีความสุขมากๆ”

 

                 ความเจ็บไข้ได้ป่วย เกิดจากสาเหตุ ๔ ประการคือ เกิดจากกรรมเก่า จิตใจ ดินฟ้าอากาศสิ่งแวดล้อม และอาหาร

 

                 โรคกระดูกเสื่อม อาจเกิดจากกรรมเก่า และรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ

 

                 โรคกระเพาะอาหาร เกิดจากการกินอาหารผิดเวลา ทำให้ท้องว่างน้ำย่อยหลั่งออกมาในกระเพาะ ไม่มีอาหารให้ย่อย จึงย่อยผนังกระเพาะแทนทําให้เป็นแผลในกระเพาะ

 

                 การที่คุณกานดานึกถึงคุณของพระมหาสิริราชธาตุ และหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปาฏิหาริย์ซึ่งคุณกานดาเห็นพระภิกษุสามเณรทั้งหมดเป็นสีชมพู ทางฝ่ายพระภิกษุสามเณรท่านก็เล่าว่า เวลานั้นท่านก็เห็นบรรดาสาธุชนทั้งหลายกลายเป็นสีเหลืองทองหมดทุกคน มีละอองสีทองเล็กๆ โปรยลงมาจากฟ้า ลงมาที่บรรดาสาธุชน

 

                 จึงพอสรุปได้ว่า ขณะนั้นมีกระแสพลังบุญเต็มเปี่ยมไหลถั่งมาจากแหล่งกำเนิดบุญคือพระนิพพาน มายังผู้คนทั่วบริเวณลานมหาธรรมกายเจดีย์จิตใจของทุกคนเบิกบานปีติถึงที่สุดอยู่แล้ว ผลบุญจึงมีอานิสงส์ถึงที่สุด ใครอธิษฐานสิ่งใดย่อมสำเร็จเป็นอัศจรรย์

 

                 เมื่อคุณกานดาอธิษฐานจิตในเวลานั้น ย่อมเกิดบุญมหาศาล พลันตัดรอนกระแสบาปกรรมเก่าทั้งหมดให้สิ้นกำลังส่งผลลงได้ทันที

รวมทั้งมีลูกชายบวชเป็นพระให้อุปถัมภ์อยู่ก่อนแล้ว โรคทั้งหลายจึงหายไปเป็นอัศจรรย์

 

                 คุณกานดาจึงเสมือนได้ชีวิตใหม่ พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บโดยทันทีทันใด และยังคงตั้งใจสร้างบุญกุศลต่อไป เพราะประสพอานุภาพของบุญด้วยตนเองชัดเจนถ่องแท้แล้ว ไม่ต้องรอให้ใครตักเตือนชักชวนอีกต่อไป

 

                 นอกจากเรื่องของคุณกานดา สุนทรวิทยา แล้วยังมีสาธุชนอีกนับหมื่นคนซึ่งเห็นเหตุการณ์ ต่างได้ทยอยเล่าประสบการณ์ของตัวเองดังต่อไปนี้

 

                 “เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้ไปวัดแต่เช้า นั่งสมาธิแล้วถวายข้าวพระในวันอาทิตย์ต้นเดือน ตอนบ่ายหลังจากหล่อพระธรรมกายประจำตัวของหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยบอกว่า ถ้าใครไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ ให้อยู่ถ่ายรูปหน้ามหาธรรมกายเจดีย์กันก่อน พวกเราก็ไปพร้อมกันที่หน้ามหาเจดีย์และถ่ายรูปร่วมกัน เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าที่ดวงอาทิตย์ เห็นดวงกลมสีเขียวอ่อนแต่ใสซ้อนทับดวงอาทิตย์หมุนเร็วมาก แสงที่ปรากฏบนท้องฟ้ารอบๆ ดวงนั้นมีสีต่างๆ สลับกันจากฟ้าเป็นเขียว ชมพู แดง และเหลืองทอง มีเส้นรอบๆ ดวงออกแดงเรื่อๆ มองอยู่ตั้งนานก็ไม่มีอาการแสบตา พอหันมามองพระภิกษุสามเณรที่นั่งอยู่บนมหาเจดีย์ เห็นเป็นสีชมพูและทองตัดกันเป็นริ้วๆเป็นแฉกเหมือนกับจักร ปีติจนน้ำตาซึมในพระคุณของหลวงพ่อที่ชี้นำดิฉันมาสู่เส้นทางธรรมอันสะอาดบริสุทธิ์ สงบและสว่าง ความอัศจรรย์เหนือฟากฟ้าในครั้งนี้ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า มหาธรรมกายเจดีย์จะต้องเสร็จสมบูรณ์โดยเร็วแน่นอน และเหตุการณ์นี้เป็นกำลังใจในการช่วยเร่งสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสันติสุขให้แก่โลก”

 

อาจารย์พิสมัย แสงหิรัญ

เจ้าของและผู้อำนวยการ โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ

และโรงเรียนกรุงเทพบริหารธุรกิจ

 

                 “เห็นดวงอาทิตย์เป็นเหมือนดวงแก้วใส สว่าง เย็นตา ยิ่งมองยิ่งมีความสุข ดวงแก้วใสเปลี่ยนเป็นสีทองใสสว่าง สีฟ้าใสสว่าง สีเขียวใสสว่าง สีม่วงใสสว่าง สีชมพูใสสว่าง สลับไปมา ตรงกลางดวงแก้วใสสว่างมีรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำทองคำอยู่ตรงกลางดวง มองเห็นชัดใส เมื่อมองมากเข้า เห็นเป็นรัศมีสว่างออกจากกลางองค์หลวงพ่อวัดปากน้ำ นับเป็นความอัศจรรย์ยิ่ง ใครในแผ่นดินจะมองดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า หากมใช่อานุภาพบุญของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี”

พันตรีกล้าณรงค์ ไพรีพ่ายฤทธิเดช

นายทหารยุทธการ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

 

                 “ตื่นเต้นสุดขีดในชีวิต ภาพที่เห็นปรากฏบนท้องฟ้ามองเห็นด้วยตาเปล่าของตนเอง ทีแรกไม่แน่ใจ เพราะขณะนั้นยังใส่แว่นกันแดดอยู่จึงถอดแว่นออก ก็ยังเห็นภาพนั้นอยู่ แม้จะขยี้ตาถึง ๒-๓ ครั้ง ภาพอันสุดมหัศจรรย์ก็ยังปรากฏอยู่

 

                 ภาพที่เห็นคือ ภาพของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญนั่งในท่าขัดสมาธิ มีดวงอาทิตย์ปรากฏซ้อนอยู่กลางท้องของท่าน เมื่อมองในดวงอาทิตย์นั้นมีดวงๆ ช้อนๆ ทับปิดดวงอาทิตย์ แต่ละดวงๆ ที่ซ้อนทับนั้นมีประกายแต่ละสีไม่เหมือนกัน ซ้อนเป็นวงๆ อยู่เช่นนั้น มองเห็นด้วยตาเปล่านานถึงเกือบ ๒๐ นาที

 

                 เหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าใครมาบอกเล่า ดิฉันคงไม่มีวันเชื่อ ดิฉันตื่นเต้นอย่างสุดประมาณ ปากก็ส่งเสียงร้องหลวงพ่อสดๆๆ ดวงอาทิตย์ๆๆฝ่ามือก็คอยปาดน้ำตาที่ไหลอาบหน้าอย่างไม่หยุดความปีติที่ได้เห็นในวันนั้นมิใช่ดิฉันคนเดียวที่เห็น ทุกคนมีอาการตื่นเต้นเหมือนดิฉันทั้งลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ดิฉันได้ตั้งจิตอธิษฐาน พร้อมก้มลงกราบ ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ชีวิตนี้ลูกจะขอเข้าถึงวิชชาธรรมกายให้จงได้ เพื่อให้สมกับความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของหลวงพ่อ แม้ลับดับขันธ์ไปแล้วก็ยังมีความห่วงใยลูกหลานทุกคนถึงขนาดปรากฏให้เห็นกันทั่วลานธรรม”

ดร.โสภิต พิสิษฐ์บรรณากร

บรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันสยาม

นิตยสารอนุพิสดาร และโรงพิมพ์โสภิต

 

 

                 “วันนั้นวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๑ หลังจากที่พวกเราอธิษฐานจิตกันที่มหาธรรมกายเจดีย์เสร็จ ผมหันไปมองท้องฟ้าที่มีดวงอาทิตย์ยามอัสดงลอยเด่นอยู่ตามเสียงสาธุชนที่ตะโกนกัน ตอนแรกนึกแปลกใจทำไมจึงมองเห็นตะวันได้โดยไม่แสบตา พอพิจารณาให้ดีก็เห็นมีดวงกลมแก้วสีขาวนวลตามาบังแสงไว้ ให้มีเพียงแต่ขอบรอบๆ ที่ยังคงฉายแสงสว่างกระจ่างแจ้ง พร้อมกันนั้นรัศมีของแสงก็กะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ถึงตอนนี้ทำให้ผมเริ่มตระหนักว่าไม่ใช่เหตุการณ์ตามธรรมชาติแล้ว จึงจ้องมองเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงอย่างใจจดใจจ่อ ต่อมารัศมีของดวงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดง ชมพู เขียว ฯลฯ ตามลำดับ แต่ละช่วงของสีนั้นก็คงอยู่เป็นเวลานาน บอกไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกับดวงอาทิตย์ สิ่งที่เห็นกับตาของตนเองในขณะที่ยังมีสติสัมปชัญญะดีอยู่นั้นคือรังสีของแสงที่แผ่กระจายสวยเย็นนวลตา เป็นความอัศจรรย์ที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะไม่สามารถโกหกตัวเองว่าไม่ได้เห็นตามนั้น

 

                 คุณแม่ของผมเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญท่านยิ้มอย่างเบิกบานด้วย ครอบครัวเราต่างปีติจนน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง แม้ว่าตั้งแต่เล็กจนโต จะพยายามทำความดี แต่ไม่คิดว่าจะมีบุญตาได้เห็นด้วยตาเปล่าแบบนี้ ทำให้ยิ่งเห็นความสำคัญว่า เมื่อคนมีบุญและแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มาคู่กันในวันที่ดีที่สุด ย่อมทำให้เกิดเหตุอัศจรรย์ใจขนาดนี้ได้ ตั้งแต่วินาทีนั้น เรายิ่งอยากให้ผู้คนในโลกนี้ได้มาร่วมกันสร้างความดี และมีความสุขปีติเบิกบานกันทุกๆ คนเลย....”

จิตแพทย์ประภาส อุดรานันท์

รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนิติจิตเวช

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00033224821090698 Mins