ฤดูกาลแห่งเหมันตวิสุทธิ

วันที่ 28 สค. พ.ศ.2568

28_8_68_71b%281%29.jpg

ฤดูกาลแห่งเหมันตวิสุทธิ

(วันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑)

 

                  พรรษาที่ผ่านมา เราใช้เวลาถึง ๓ เดือนเศษ ในการที่เราได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมทุกวันอาทิตย์พร้อมๆ กัน มาบัดนี้ พรรษาพระมหาสิริราชธาตุผ่านพ้นไปแล้ว วสันตฤดู (ฤดูฝน) หมดสิ้นไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ภารกิจในการแสวงหาหนทางพระนิพพานของเราจะสิ้นสุดลง เรายังมีภารกิจที่จะต้องกระทำกันต่อไป

 

                  หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกคนได้ใช้วันเวลาทั้งที่บ้านและที่วัด ทำกายวาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ในฤดูเหมันต์ (ฤดูหนาว) ที่กำลังจะย่างก้าวเข้ามา โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ ใครที่มีพระมหาสิริราชธาตุ จะรับไปแล้วหรือยังไม่ได้รับ หรือสนใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมก็ตาม ให้มารวมกันทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้เกิดขึ้น เราจะเรียกฤดูกาลนี้ว่า เหมันตวิสุทธิคือทำความบริสุทธิ์ให้บังเกิดขึ้นกับกาย วาจา ใจ ตลอดฤดูหนาวที่กำลังจะผ่านมา เช่นเดียวกับวสันตฤดู (ฤดูฝน) ในพรรษา

 

                  เพราะฉะนั้นใครที่มีพระมหาสิริราชธาตุ ก็นำมาเข้าเหมันตวิสุทธิใครได้รับภาพถ่ายก็นำมาด้วย หรือผู้ที่สนใจในการประพฤติปฏิบัติธรรม ก็ทำเช่นเดียวกัน

 

                  ให้น้อมพระมหาสิริราชธาตุมาตั้งไว้ในกลางกายตรงฐานที่ ๗ เช่นเดียวกับในช่วงเข้าพรรษา มาตั้งไว้ตรงกลางกาย ตรงตำแหน่งที่สำคัญคือฐานที่ ๗ กึ่งกลางกายของเรา ซึ่งเป็นทางไปสู่อายตนนิพพาน น้อมมาตั้งไว้ตรงนี้ ใครที่มาใหม่ ยังไม่มีพระมหาสิริราชธาตุ ก็ให้นึกน้อมพุทธปฏิมากรพระแก้วขาวใสบริสุทธิ์แทนพระมหาสิริราชธาตุก็ได้ อาราธนาให้ท่านมานั่งทำสมาธิในกลางกาย กลางท้องของเรา โดยให้ท่านหันหน้าออกไปทางเดียวกับตัวของเรา ก็ให้องค์พระหันหน้าไปทางนั้น

 

                  ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในไม่ช้าใจของเราก็จะหยุด ใจก็จะนิ่ง หยุดประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น เห็นแสงสว่าง ความสุขก็พรั่งพรูเกิดขึ้น บุญกุศลก็จะบังเกิดยิ่งกว่าสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญเสียอีก เพราะบุญนี้บังเกิดขึ้นมา เพื่อจะทำให้กาย วาจา ใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เห็นทางมรรคผลนิพพานที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา 

 

                  เมื่อหยุดก็บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์ก็หลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นก็เข้าถึง เข้าถึงอีกกายหนึ่งเป็นชั้นๆ ถอดกันไปเป็นชั้นๆ นี่คือแผนผังสำหรับชีวิตที่เราจะต้องทำความเข้าใจให้ดี ศึกษาให้แจ่มแจ้ง ให้เข้าถึงให้ได้ ถึงจะคุ้มค่ากับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และปลอดภัยต่อชีวิตของเรา ที่ว่าคุ้มก็เพราะว่าเกิดมานี่ ไม่ใช่มีชีวิตเพียงเพื่อกิน เพื่อกาม เพื่อเกียรติเท่านั้น คือทำมาหากิน มีครอบครัว และก็ใช้ชีวิตเพลิดเพลินหมดกันไปวันๆ หนึ่ง แต่ว่าได้เข้าถึงความรู้แจ้งภายใน ซึ่งเป็นเรื่องราวของชีวิตของเรา และจะทำให้เป้าหมายของชีวิตเราชัดเจน

 

                  เมื่อเรารู้เป้าหมายของชีวิตได้ชัดเจน การดำเนินชีวิตในโลกนี้ ก็จะดำเนินถูกต้องตามอริยมรรค ตั้งแต่มีความเห็นถูก มีความคิดถูก พูดถูกทำถูก ประกอบสัมมาอาชีวะถูก ทำความเพียรถูก ตั้งสติถูก จนกระทั่งทำสมาธิถูก ก็จะถูกกันไปตามลำดับ เพราะว่าได้รู้จักเป้าหมายของชีวิต เมื่อการดำเนินชีวิตถูก ชีวิตของเราก็จะปลอดภัย ภัยในสังสารวัฏ และภัยในอบายภูมิ ซึ่งเป็นที่รองรับของผู้ประกอบบาปอกุศลกรรม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวมาก่อนเลย จะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่ ถ้าหากว่าเราทำไม่ถูกต้อง เมื่อถึงคราวที่จะแตกกายทำลายขันธ์ ถ้าทำไม่ถูกก็จะถูกดูดไปสู่ภพของอบาย

 

                  นี่คือสิ่งที่เราทุกคนในโลก ไม่ใช่เฉพาะที่นั่งในสภาธรรมกายสากลนี้ทุกคนในโลกจะต้องทำความรู้แจ้ง ด้วยการเห็นแจ้งให้บังเกิดขึ้น เมื่อเรารู้แจ้งเห็นแจ้งเกิดขึ้นอย่างนี้ การดำเนินชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนไป ก็จะละชั่ว ทำความดี ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส จะมีการแบ่งปันกันเกื้อกูลกันมีความรักความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน โลกก็จะเย็นลง สันติสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้น

 

                  เพราะฉะนั้น ลูกทั้งหลายที่มากันในวันนี้ ในวันอาทิตย์ เพื่อที่จะมาปฏิบัติธรรมในเหมันตวิสุทธินี้ จึงทำความเข้าใจให้ดี ต้องทำใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่นั่งเฉพาะในสภาธรรมกายสากลนี้เท่านั้น กลับไปบ้านก็จะต้องไปประกอบความเพียร ทำให้สม่ำเสมอ ยังมีสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้อีกมากมายทีเดียว อย่าประมาท อย่าชะล่าใจว่าเรารู้แล้วเห็นแล้วในหลายสิ่ง สิ่งที่เรารู้เห็นมีเพียงนิดเดียว แต่สิ่งที่ยังไม่รู้ไม่เห็นยังมีอีกเยอะ และเป็นความรู้ที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัย มีความสุข มีความปีติและภูมิใจในตัวของเราทีเดียวว่า เราเกิดมาชาตินี้น่ะ คุ้มกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย

 

                  เราได้ปิดยอดองค์พระธรรมกายภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไป เราจะได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจสร้างพระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายในมหาธรรมกายเจดีย์

 

                  คำว่า ธรรมกายเจดีย์ แปลว่า เจดีย์หรือพระสถูป เป็นที่ประดิษฐานพระธรรมกาย ซึ่งมีทั้งภายในและภายนอก อัดแน่นเต็มกันไปหมดเลยพระธรรมกายคือกายตรัสรู้ธรรม เป็นกายของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้วเพราะฉะนั้นการสร้างพระธรรมกายประจำตัว ประดิษฐานที่มหาธรรมกายเจดีย์ก็คือ การสร้างสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นเอง นี่คือบุญใหญ่ที่เราจะได้ต่อไปอนาคต นอกจากจะเป็นอนุสรณ์สถานของชีวิตการสร้างบารมีของเราที่ได้เกิดมาในโลกนี้แล้ว ยังเป็นปูชนียสถานที่ระลึกนึกถึงพระรัตนตรัยของผู้มีบุญทั้งหลาย ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ระลึกนึกถึงนั้นได้เกิดกุศลธรรม นำไปสู่สวรรค์และนิพพานได้

 

                  เพราะฉะนั้น ธรรมกายเจดีย์นี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อเราได้สร้างแล้วก็จะได้รับของขวัญ เพื่อเป็นพยานทางวัตถุ เป็นเครื่องระลึกนึกถึงการสร้างบารมีของเรา เมื่อเราได้เห็นของขวัญนี้แล้วจะได้ระลึกได้ว่าเราได้มาอย่างไร ได้ผ่านอุปสรรคความทุกข์ยากลำบากกันอย่างไร ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และเราก็ฝ่าฟันจนมายืนอยู่บนแป้นแห่งชัยชนะ เป็นผู้ชนะ นี่คือพยานทางวัตถุ เห็นแล้วเราก็จะได้ปลื้มใจ ที่จำเป็นต้องมีพยานทางวัตถุ ก็เพราะว่าความทรงจำของพวกเรามีจำกัด เป็นปกติธรรมดาของสังขาร เมื่ออายุมากขึ้น ความทรงจำก็จะค่อยๆ เลือนไป เสื่อมไป เพราะไม่เลือดลมในตัวเดินได้ไม่ค่อยสะดวก อวัยวะต่างๆ เราเสื่อมลงไป

 

                  เมื่อเห็นพยานทางวัตถุเราก็จะได้ระลึกได้ เมื่อระลึกได้ ความปีติยินดี ความภูมิใจก็จะพรั่งพรูออกมา เป็นทางมาแห่งบุญแห่งกุศลอีกครั้งหนึ่งที่เราจะได้ตามระลึกนึกถึง และเป็นพยานทางวัตถุที่จะทำให้เกิดกำลังใจแก่ลูกหลาน และผู้ที่พบเห็นต่อไปในอนาคต ได้เจริญรอยตามเรา สร้างบารมีตามเรา แม้เราละโลกไปแล้ว บุญนี้ก็จะยังส่งผลต่อเนื่องกันไป ให้เรามีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปในสุคติภพ

 

                  สำหรับเจ้าภาพที่ทำบุญสร้างพระภายในมหาธรรมกายเจดีย์องค์ละหมื่น จะได้รับพระมหาสิริราชาธาตุกรอบเรียบหรูรุ่นใหม่ ๑ องค์ เพื่อให้เป็นพยานทางวัตถุ ให้รู้ว่านี่คือของขวัญที่เราได้รับจากการสร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในเจดีย์ เป็นกรอบที่แตกต่างจากของเดิม แล้วก็มีอักษรจารึกคำว่า “ดูดทรัพย์”

 

                  สำหรับพระคะแนน สุด สุด ที่มีเอาไว้เพื่อผู้มีบุญที่รวบรวมได้ ๑๐องค์ ก็จะค่อยๆ ทยอยมอบให้ในวันที่ดีที่สุดต่อไป สำหรับผู้ที่ได้ ๒๐ องค์ก็จะได้รับของขวัญพิเศษคือ พระคะแนนสุดฤทธิ์ พระคะแนนสุดฤทธิ์นี้ก็สร้างด้วยวัตถุธาตุที่หาได้ยาก

 

                  ครั้งแรกก็เข้าใจว่าเป็นลาปิสแก้ว (Lapis) แต่ความจริงแล้วเหนือไปกว่านั้นอีก คือลักษณะเหมือนลาปิส แต่ว่าสวยมากๆ ทีเดียว สีออกน้ำเงิน มีขาวแซม เหมือนเราดูปุยเมฆที่อยู่บนท้องฟ้าในน้ำทะเล คือต้องมองผ่านน้ำทะเล แล้วเราเห็นเงาของเมฆที่ลอยฟ้องบนท้องฟ้า

 

                  จึงตั้งชื่อว่า Imperial Blue หรือ จักรพรรดิสีน้ำเงิน หรือน้ำเงินจักรพรรดิ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องใช้คำว่าน้ำเงินจักรพรรดิไปก่อนก็แล้วกัน เป็นพระคะแนนสุดฤทธิ์ กรอบก็จะเป็นโลหะพิเศษ เป็นกรอบสีคล้ายๆกับทองคำขาวแต่สวยกว่า ขาวใสเหมือนแก้ว แบบเรียบหรูดูวิจิตร แต่ทำด้วยโลหะพิเศษ แล้วจารึกคำว่า “สุดฤทธิ์” เอาไว้ สำหรับมอบให้ผู้มีบุญที่ได้รวบรวมพระธรรมกายประจำตัวได้ถึง ๒๐ องค์ จะทำด้วยตัวเองหรือชักชวนกันมาทําก็ได้

 

                  ผู้ที่เป็นเจ้าของพระธรรมกายประจำตัว และเป็นเจ้าของพระมหาสิริราชธาตุแล้ว ก็ให้มาทำหน้าที่เป็นผู้นำบุญ เป็นผู้นำแสงสว่าง คือให้ไปพูดบอกข่าวบุญอย่างเดียว ไปพูดไปส่งข่าวสื่อสาร ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น เพราะพระมหาสิริราชธาตุท่านมาเพื่อการนี้ มาเพื่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เพราะฉะนั้นท่านมีอานุภาพมาก ท่านก็ไปดลบันดาลให้บุคคลนั้นบุคคลนี้มาเป็นเจ้าของ ขอแต่เพียงผู้นำบุญไปทำหน้าที่ ไปพูดแค่นั้นแหละ ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น

 

“มหาธรรมกายเจดีย์นี้เป็นของส่วนรวม

ไม่ใช่ของใครเลย เป็นของส่วนรวมของโลก

ผล ของชาวโลกทุกๆ คนที่จะใช้สิ่งนี้

เป็นจุดเริ่มต้นแห่งกุศลธรรม

ที่จะนำไปสู่รัตนะทั้งสามภายใน

โดยมีที่สุดธรรมเป็นเป้าหมาย

เพราะฉะนั้นให้ตั้งใจให้แน่วแน่

ให้มีความปีติเบิกบานว่า

มหาธรรมกายเจดีย์ที่เรากำลังสร้างให้สำเร็จ

เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

องค์ และปวงเทวาทั้งหลาย จะได้มาเคารพ

สักการบูชากราบไหว้พระรัตนตรัย

ให้ใจได้หยั่งลงไปในกุศลธรรม นำจิตให้หลุดพ้น

จากสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ได้เข้าถึงที่สุดแห่งธรรม”

 

พระราชภาวนาวิสุทธิ์

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00054669777552287 Mins