
ใต้ถนนมองไม่เห็น
ขั้นตอนการทำถนน ลำดับแรกเราต้องวางแนวถนนก่อน ว่าแนวถนนเราจะกว้างยาวเท่าไร ทิศทางจะไปทางไหน เลี้ยวโค้งมีถนนตัดอย่างไรรัศมีโค้งจะเป็นอย่างไร วางแนวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนว่า ถนนรูปร่างหน้าตาจะเป็นแบบนี้ แนวจะเป็นแบบนี้ ห่างจากกำแพงอย่างนี้ ห่างจากคูน้ำขนาดนี้
ต่อมาก็ใช้รถแทรกเตอร์ปรับพื้นที่ บริเวณไหนสูงต้องตัดออกตรงไหนต่ำต้องเติมลงไป แล้วก็ดูว่าได้ระดับที่เราต้องการหรือยัง ถ้ามีต้นไม้ขวางจะต้องเอาต้นไม้ออก เอารากไม้ออกก่อน
ต่อไปก็ต้องมาดูว่าตรงไหนมีเลนอยู่ข้างล่างบ้าง ต้องลอกเอาเลนตรงนั้นออกให้หมดแล้วจึงค่อยๆ บดอัดขึ้นมาทีละชั้น ชั้นหนึ่งประมาณ30 เซนติเมตร ซึ่งจะต้องมีชิปฟุตย่ำตามหลังรถแทรกเตอร์ ชิปฟุตเป็นรถมีล้อเป็นปุ่มๆ มันจะต้องมาย่ำๆ แล้วบดอัดเพื่อตำดินให้แน่น พอตำดินแน่นแล้วก็ค่อยๆ เติมดินเข้าไปอีก เติมดินทีละชั้นๆ จนถึงระดับชั้นดินที่เรากำหนดไว้ จากนั้นรถเกรดถึงเข้ามาเกรดปรับให้เรียบเสมอให้ได้ระดับ พอได้ระดับตรงนี้แล้วค่อยเอาลูกรังมาลง ลูกรังอย่างต่ำๆต้องหนาประมาณ 20 เซนติเมตรขึ้นไป
ลูกรังที่เราคัดมาต้องไม่มีหินผุมากเกินไป ต้องไม่มีรากไม้และสีลูกรังจะต้องออกสีแดงๆ แดงแบบสีอิฐ ถ้าสีเหลืองๆ ซีดๆ เนื้อประสานจะไม่ค่อยดี ลูกรังจะคล้ายเป็นดินเหนียวผสมหินมีคุณสมบัติช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นดินข้างล่างซึมขึ้นมา และน้ำจากข้างบนซึมลงไป ตรงนี้มันจะทำให้เราได้พื้นฐานถนนที่ดี
ลูกรังที่เขาเอามาส่ง เราต้องไปเลือกซื้อที่บ่อ แล้วพอมาส่งเราจะดูว่าคุณภาพได้ไหม ถ้าไม่มั่นใจเราต้องส่งไปเข้าแล็บตรวจ เพื่อตรวจสอบมาให้เราว่าเมื่อบดอัดเรียบร้อยแล้วจะได้ความแน่นตามที่เราต้องการ แล้วพรมน้ำลงไปให้มันเหนียว ถ้าพรมแล้วดินเละก็ไม่ดีหรือถ้าแห้งเกินไปก็ไม่จับตัว มันต้องพอดีๆ ดังนั้นในสนามวิธีตรวจสอบง่ายๆ คือ เอามือคว้าดินขยำๆ แล้วก็โยนขึ้นไป ปล่อยมันตกลงมา ดูการกระจาย ดูการแตกตัวของมัน ถ้าร่วนซัดเลย แสดงว่าน้ำไม่ถึง แต่ถ้าโยนแล้วตกลงมาเผละเป็นกอง แสดงว่าเปียกเกินไป แต่ถ้าตกมาแล้ว ยังเป็นก้อนรักษาทรงของมันอยู่แสดงว่าพอดี นี่คือวิธีการทดสอบแบบชาวบ้านง่ายๆ


พอบดอัดลูกรังเสร็จเกรดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาตัดเกรดอีกทีว่าความกว้างลูกรัง ระดับลูกรังมันได้ไหม ถ้าหากเราจะทำถนนคอนกรีตเราต้องเผื่อลูกรังออกไปข้างละประมาณเมตรครึ่ง อย่างสมมุติถ้าเราจะมีผิวจราจรอยู่ที่ 8 เมตร เราจะต้องทำฐานลูกรังออกไปอย่างน้อย11-12 เมตร แล้วเราค่อยมาเทคอนกรีต
พอเสร็จชั้นของลูกรัง ก่อนจะเทคอนกรีตต้องมีชั้นทรายหยาบรองพื้นอีกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร เพื่อว่าเวลาฝนตกลงมาน้ำจะซึมผ่านชั้นทรายไปได้สะดวก ถ้าไม่มีชั้นทรายนี้น้ำจะซึมผ่านไม่ได้ น้ำก็จะเซาะลูกรัง ก็จะน่วม ทำให้ถนนคอนกรีตไม่ทนและพังง่าย
ก่อนเทคอนกรีตต้องมีการผูกเหล็กวางบนชั้นทรายก่อน เหล็กที่ผูกนี้เรียกว่า เทมเปอร์เรเจอร์สตีล (Temperature Steel) คือ ไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนัก การรับน้ำหนักเป็นหน้าที่ของชั้นลูกรังกับชั้นดิน เหล็กตัวนี้มันจะสานเป็นตะแกรง ต่ำจากผิวคอนกรีตถนนมา 5 เซนติเมตรเพื่อป้องกันการแตกของผิวหน้าคอนกรีตที่เกิดจากการโดนฝนโดนแดดและรับการยืดหดขยายตัวของคอนกรีตเนื่องจากความร้อนเย็นของบรรยากาศ

ผิวคอนกรีตยังต้องมีการตัดเป็นจอยท์ (Joint) เพื่อการยึดหดขยายตัวเวลาที่คอนกรีตโดนแดดโดนฝน ยังมีการใส่โดเวอร์บาร์ใส่เหล็กซึ่งเป็นเทคนิคช่วยพยุงการทรุดตัวของถนน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อยู่ใต้ถนนที่เรามองไม่เห็น
. . . . . . . . . .
งานถนนมีคนมาช่วย
หลวงพี่สร้างถนน เทถนนคอนกรีตรอบวัดก่อนสร้างโบสถ์ ปี พ.ศ. 2519หลวงพี่เริ่มเทถนน ก่อนหน้านี้ยังมีเถ้าแก่เว้งช่วยสร้างกุฏิ สร้างหอระฆังเราก็เพียงแต่เข้าไปดูเท่านั้นเอง แต่พอมาทำถนนหลวงพี่มาทำเองและเราไม่รู้ ยังไม่มีประสบการณ์ ก็ทำเรื่องขอกำลังทหารช่างมาช่วย
ปี พ.ศ. 2518 น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ทีมทหารช่างที่ซ่อมถนนในกรุงเทพฯ เป็นทีมที่ทำงานไวที่สุด ทุกคนทำเกือบตลอด 24 ชั่วโมงคือคนขับรถแทรกเตอร์ ก็ขับรถแทรกเตอร์อยู่บนรถ ห้ามลงมา ยกเว้นเวลาปัสสาวะ นั่งขับอย่างนั้น 8 ชั่วโมง เวลาลงมาเดินเป๋ไปเป๋มาเลย
พลตรีสิริท่านควบคุมดูแลทหารช่างอยู่ ท่านเป็นเจ้ากรมทหารช่างอยู่ที่ราชบุรี ท่านและภรรยาท่านซึ่งเป็นเภสัชกรก็มาที่วัด เป็นลูกศิษย์คุณยาย ต่อมาท่านได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง แต่ก็ติดต่อส่งทหารช่างให้มาช่วยทำถนน
วันหนึ่งหลวงพี่อยู่ใต้ถุนเรือนไทย มีนายทหารมาพบหลวงพี่เขามารายงานตัวบอกว่า ผมร้อยโทชื่อนี้ๆ ผมร้อยเอกชื่อนี้ๆ แล้วตะเบ๊ะพึ่บพั่บ ท่าทางเข้มแข็งมาก "เครื่องมือ เครื่องจักร กำลังพลพร้อมครับผม"แล้วตบเท้าปั้บๆ หลวงพี่เห็นอย่างนี้ก็เบาใจงานเทถนนเราสบายแน่เลยมีทหารมาช่วยทำถนน
. . . . . . . . . .
สิ่งที่มีคือหัวใจ
ทหารที่มาช่วยเขาก็เอาแบบเหล็กมาให้ เอาเครื่องจักรมาให้ วันนี้เอารถเกรดมาให้ เอารถน้ำมาให้ให้ยืมก่อน ส่วนรถบดไว้ตามมาทีหลัง เพราะรถบดยังติดงานอยู่อีกที่หนึ่ง ปรากฏว่าการเอามาให้เป็นแบบนี้ แล้วเราจะทำงานอย่างไร ในเมื่อขั้นตอนการทำถนนต้องใช้เครื่องจักรสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน
เราก็วางแนวที่จะทำถนนให้ ตำราที่เราเรียนตอนนี้พลิกมาใช้หมดเลย พอรถเกรดเกรดเสร็จ "แล้วรถน้ำล่ะ ไม่มาหรือ" ในเมื่อรถน้ำไม่มา หลวงพี่ก็แก้ปัญหาโดยใช้เครื่องไดรโว่สูบน้ำขึ้นมาแล้วฉีดไปก่อนแล้วอีก 2 วันรถบดถึงจะตามมา
เราไม่มีความพร้อมอะไรเลยสักอย่าง
1. ประสบการณ์เราไม่มี
2. กำลังพลเราก็ไม่มี
3. เครื่องไม้เครื่องมือเราไม่มี
4. ทุนเราก็ไม่มี
เราไม่มีอะไรสักอย่าง นอกจากมีแต่หัวใจเท่านั้น ลองมามองปัจจุบันนี้ ทำถนนสบายมาก ทุกอย่างมีพร้อมหมด เมื่อก่อนทำเหนื่อยแทบตาย แต่ก็ทำมาได้ ทำมาได้ด้วยหัวใจจริงๆ
. . . . . . . . . .
กำลังพล 40 นาย
หลวงพี่ถามนายทหารว่า การทำถนนนี้จะต้องใช้กำลังพลมากเท่าไรเขาบอกหนึ่งกองร้อยครับ เราฟังแล้วก็เข้าใจว่าจะมาประมาณร้อยคนแต่เขาบอก ไม่ใช่ครับ มาประมาณ 40 คน ที่ถามเพราะหลวงพี่จะได้เตรียมที่นั่งที่นอนให้เขาให้พร้อม
ตอนนั้นไม่มีทุนมากพอในการรองรับคนแต่ก็ตัดใจซื้อไม้อัดหนา20 มิลลิเมตร มาทำเป็นแคร่แล้วตั้งเป็นเตียง ทำให้เขาถึง 40 เตียงพอเริ่มงาน เขาส่งโม่ผสมปูนมาให้ ส่วนแบบเหล็กพอหลวงพี่ไปดู ทำไมแบบเหล็กทำถนนที่ส่งมาให้ยืมมันช้ำและเละมากอย่างนี้ หลวงพี่เลยบอกเขาว่า ไม่เอาแบบเหล็กที่ส่งมาเพราะว่าไม่สวย แล้วก็ซื้อไม้แบบมาทำเอง
เขาส่งคนมาประมาณ 4 คน คนขับรถสกู๊ป รถแทรกเตอร์มาคอยรับปูน พอผสมปูนเสร็จก็รับปูน ขับรถไป แล้วก็มีคนคอยคุมงานอีกคนหรือ 2 คน ปกติคนที่จะต้องมาช่วยมันต้องมีเยอะกว่านี้ หนึ่งกองร้อยที่เขาบอก 40 คน แต่ที่เขาส่งมาทั้งหมดแค่ 4 คน เตียงที่เราเตรียมไว้ 40 เตียงก็ไม่ได้ใช้ จนกระทั่งเทถนนเสร็จ
. . . . . . . . . .
สิ่งที่เราได้
สิ่งที่เราได้จากการทำถนนนี้ เราได้คน ได้ของ ได้ทีม ได้ประสบการณ์
และได้ฝึกตัวเราด้วย
ได้ 'ของ' คือ เราได้ถนนมาเส้นหนึ่ง
ได้รู้จัก 'คน' คือ เรารู้จักคนว่าคนที่เขามาตบเท้าและรับรองให้
เราพึ่บพั่บนั้น ทำให้เราสบายใจได้ก็จริง แต่เราไม่ควรวางใจ ทุกอย่าง
ต้องอยู่บนตัวเราทั้งหมด
ได้ 'ทีม' คือ ได้ทีมธรรมทายาทรุ่นที่ 5 มาช่วยกันลุยงานตอนสมัยแรกๆ นั้น การอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ 5 ไม่ได้มีการอบรมก็มาลงสนามช่วยกันทำถนน พวกเขาเหล่านี้ได้ใจกันหมด จะรักกันมากเพราะเหนื่อยมาด้วยกัน ทำให้เขารู้และภูมิใจว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมา และจะจำไปตลอดชีวิตไม่ลืม
และก็ได้ 'คน' ก็คือคนที่เราเกณฑ์เขามาช่วยกันผูกเหล็ก
หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะช่วยหาคนให้ ท่านจะถามว่า "ฌานาวันนี้จะเอาคนเท่าไร" บางทีเราไปขอท่าน "หลวงพ่อครับ ขอคนมาช่วยเทปูน ขอมาช่วยผูกเหล็กครับ ขอสัก 30 คน พอบอกท่านไป ท่านพามาให้ 300 คนเลย
คนที่หลวงพ่อพามาช่วย มาจากวิทยาลัยครูบ้าง จากที่ต่างๆ บ้างที่เขาเข้ามาอบรม พอหลวงพ่อท่านเทศน์เสร็จก็ชวนให้เขามาช่วยรับบุญทุกคนเป็นนักศึกษาต่างก็ยังไม่เป็นงาน เราต้องมาเริ่มต้นสอนเขาว่าจะต้องผูกเหล็ก ตัดเหล็ก ดัดเหล็กอย่างไร สอนเขาหมด
พอสอนรุ่นนี้จนเขาทำเป็นแล้วคราวหน้าจะผูกเหล็กอีกผู้ที่มาช่วยกลายเป็นชุดใหม่ ต้องมาเริ่มต้นสอนกันใหม่ เริ่มต้นใหม่ซ้ำๆ รวมแล้วคนที่ผูกเหล็กเป็น ดัดเหล็กเป็น ที่วัดเรามีเป็นพันๆ คน
คนที่มาช่วยนั้นเขาเพิ่งเริ่มมารู้จักวัด ถ้าไม่มีกิจกรรมเขาก็ไม่มาพอมีกิจกรรมเขาก็มากัน มาแล้วเขารู้สึกได้บุญ แล้วหลวงพ่อทัตตชีโวท่านก็จะเทศน์ให้ฟังก่อนที่จะให้ลงรับบุญ
. . . . . . . . . .
ฝึกบริหารและปกครอง
เราเองยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ แต่เราต้องฝึกปกครองคน บริหารคนจัดสรรแต่ละคนว่าต้องทำอะไร ในเมื่อเรามีทรัพยากรน้อย เราจึงต้องบริหารให้ประหยัดที่สุด ให้มันเกิดประโยชน์สูงที่สุดตามที่หลวงพ่อให้นโยบายไว้
ส่วนคนที่มาช่วยรับบุญพิเศษตอนกลางคืนนั้น 2-3 ขวบก็มี5-6 ขวบก็มี 11-12 ปีก็มี 20-30 ปีก็มี อายุ 70-80 ปีก็มีเราต้องบริหารงานให้ได้ เราต้องคิดว่าทุกคนทำงานรับบุญได้หมด
เครื่องไม้เครื่องมือของเรามีอยู่แค่นี้ ค้อนหงอนมีอยู่แค่ 4 อันชะแลงมีอยู่ 3 อัน ค้อนตุ้มมีอยู่ 4-5 อัน แล้วมีกระป๋อง มีอุปกรณ์อื่นๆ เราต้องทำให้มันเป็นงานขึ้นมา ให้คน 50-60 คน มีงานทำหมดทุกคน ตรงนี้จะต้องทำอย่างไร จะปล่อยให้เขาอยู่เฉยๆ ไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ได้บุญ
การบริหารตรงนี้เป็นบทฝึกเราถ้าเมื่อใดคนมาแล้วไม่รู้จะทำอะไรแบบนี้แสดงว่าแผนการทำงานของเราล้มเหลว เมื่อหลวงพี่ฝึกแบบนี้ไปก็เป็นการฝึกตัวเราเองและฝึกทีมของเราด้วย
. . . . . . . . . .
