ทางที่ต้องเดิน

วันที่ 25 พย. พ.ศ.2568

ทางที่ต้องเดิน

25-11-68_b4%282%29.jpg

 

ข่าวอบรมธรรมทายาท

 

พ.ศ. 2515 ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 3 รุ่นน้องวิศวะฯ เขาเอาโบรชัวร์มาติด ที่คณะว่ามีการอบรมธรรมทายาท ตอนนั้นเริ่มมีการอบรมครั้งแรก รุ่นที่หนึ่ง ตอนที่ทราบข่าวนี้เป็นช่วงที่หลวงพี่ยังอยู่ระหว่างการสอบ

 

        พอทราบเรื่องการอบรมเหมือนเราได้ข่าวอะไรสักอย่างที่เรา แสวงหามาตั้งนานแล้ว สอบไปได้ 3 วันแล้ว ยังเหลีออีก 3 วัน พอรู้ ข่าวก็เกิดอาการทนรอต่อไปไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เราหามานาน อยากจะฝึกสมาธิมาก พอสอบเสร็จวันนั้น หลวงพี่ออกมาตามหาเลยว่า ศูนย์พุทธจักรปฏิบ้ติธรรมอยู่ที่ไหน โดยไม่รอสอบวันที่เหลือให้เสร็จ เสียก่อน

 

        เขาบอกอยู่ตำบลคลองสาม  อำเภอคลองหลวง  ขับรถมากับเพี่อน ขับไปทางถนนเส้นธัญญะ คลองหนึ่ง คลองสอง นับไปเรื่อย เผลอไป นับคลองแอลด้วย ขับไปจนถึงคลองหก คลอง 7 คลอง 8 คงจะไม่ใช่ แล้ว ขับกลับมาอีกที วนไปวนมาก็ยังไม่ใช่ จนมาถามทางแถวหัวถนน คลองสามของธัญญะ รู้ไหมว่าคลองสามอยู่ตรงไหน ที่เขามีฝึกนั่งสมาธิกัน  ที่เรียกว่าศูนย์พุทธจักรปฏิบ้ติธรรม เขาบอกไม่รู้ รู้แต่ว่าจะมี วัดใหม่ตรงโน้น ต้องเข้าทางบางขันธ์ แล้วบางขันธ์อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ เพราะสมัยนั้นนี่เมื่อปี พ.ศ. 2515 ต้องบอกว่ามันห่างไกลมาก รังสิตนี่คือบ้านนอกดีๆ นี่เอง

 

        ขับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบางขันธ์ซึ่งมีป้อมตำรวจอยู่ก็เลย เข้าไปถามทาง ถามเสร็จก็ขับไปต่อ เดินทางกับเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนที่ ชวนมาด้วยกันนี้ปัจจุบันนี้ก็ยังเข้าวัดอยู่

 

        เมื่อก่อนที่คลองสามจะมีร้านกาแฟ มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่หัวถนน เพื่อนเขายังไม่ได้ทานข้าว หลวงพี่ก็ยังไม่ได้ทานข้าว แต่หลวงพี่ทนหิวข้าวได้เลยปล่อยให้เพื่อนเขาทานกำยเดี๋ยวอยู่ที่ร้านค้าก่อนส่วนหลวงพี่ ขับไปต่อเพื่อไปให้ถึงศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมใช้เวลาหาอยู่ 2 ชั่วโมง เต็มๆ

. . . . . . . . . . 

 

ถึงที่หมาย

 

มาถึงแล้วก็จอดรถ สถานที่เห็นเป็นท้องนา มีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง มีเต็นท์ สีเขียว ๆ อยู่สองหลัง เป็นเต็นท์ที่ยืมมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นปูด้วยฟางเอาเสื่อปูทับอีกที เห็นธรรมทายาทเขากำลังนั่งสมาธิกัน อยู่ตอนนั้นธรรมทายาทเขาจะใส่เสื้อแขนยาวคอจีน กางเกงเหมือน กางเกงจีนขายาวหลวงพี่ก็คลานกระดืบๆเข้าไปนั่งต่อท้ายแถวพยายาม ทำให้เงียบที่สุด ขณะนั้นหลวงพ่อทัตตชีโวท่านกำลังนั่งคุมสมาธิอยู่

 

        เขานั่ง เราก็นั่ง เขาหลับตา เราก็นั่งหลับตาไป นั่งเป็นชั่วโมง จำได้ว่าขณะที่นั่งๆ อยู่ มีหมาตัวหนึ่งเข้ามาทำการต้อนรับโดยเข้ามา เลียแก้มหลวงพี่ เลียแผล็บๆ แล้วมันก็มีกลิ่นสาบ หลวงพี่ไม่ชอบ ก็ได้ แต่มองดูไม่กล้าไล่กลัวเสียงจะดังรบกวนคนอี่นเขามันก็เลียอยู่อย่างนั้น กลัวอย่างเดียวว่ามันจะยกขาฉี่ใส่เรา

 

        นั่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ จนสี่โมงครึ่งหลวงพ่อท่านก็สัพเพฯ แสดงว่า นั่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ นั่งแบบไม่รู้ว่าเขานั่งกันอย่างไร เห็นเขานั่งเราก็นั่ง กับเขา จากนั้นก็ได้เข้าไปกราบหลวงพ่อทัตตชีโวบอกท่านว่า “ตอนนี้ ผมกำลังสอบอยู่ แต่อยากจะมาฝึกสมาธิอยากมาเข้าอบรมธรรมทายาท ด้วยจะทันไหมครับ” หลวงพ่อบอก “ทัน"

 

        เมื่อก่อนการอบรมธรรมทายาทมี 2 รุ่น รุ่นละประมาณ 15 วัน รุ่นที่อบรมก่อนกับอบรมทีหลังเรียกว่าเป็นรุ่น 1 เหมือนกัน เลยบอกท่านว่า “ไว้พอสอบเสร็จผมจะมานะครับ” ท่านบอก “ได้” แล้วหลวงพี่ ก็ขับรถกลับมารับเพื่อนที่นั่งคอยจนเมื่อย

. . . . . . . . . . 

 

เข้าอบรม

 

พอสอบเสร็จก็บอกโยมแม่ “ เดี๋ยวจะไปอบรมนะ อบรมสมาธิ” โยมแม่ บอก “ก็ดี” แล้วก็มาเข้าอบรม เขาอบรมกันไปแล้ว 7 วัน เราก็เลยได้ อบรม 7 วันสุดท้ายของรุ่นแรก รุ่นละ 50-60 คน

 

        วันแรกมาถึงหลวงพี่ต้องข้ามคูไปยังฝังโน้นเพี่อไปปักกลด คูที่ว่านี้ถ้าปัจจุบันนี้ก็จะอยู่ประมาณประดู 2 บริเวณหลังอาคารประชาสัมพันธ์ หินอ่อน เป็นคูที่หลวงพ่อท่านให้ขุดไว้ แล้วให้เอาไม้ไผ่มาวาง เวลาจะข้ามไปฝั่งโน้นต้องเดินข้ามไม้ไผ่ที่ว่านี้ หลวงพี่มาวันแรกตกน้ำ ตูม! เรายังเดินข้ามไม้ไผ่ไม่เป็น

 

        พอเดินข้าม ไม้ไผ่มันก็จะสั่นแป้กๆ เรายังเดินประคองตัวไม่เป็น ก็เลยตกน้ำตูม เด็กกรุงเทพฯ เด็กในเมืองจะประคองไม่เป็น ถ้าเด็ก ต่างจังหวัดให้เดินอย่างนี้สบายมาก เดินแช้บๆ พอใกล้ถึงปลายฝังโน้น ก็กระโดดข้ามไป ไอ้เรายิ่งกลัว มันยิ่งสั่นๆๆ เลยตกน้ำตูม ตกในวันแรก และก็ตกในวันสุดท้ายที่เสร็จสิ้นการอบรม

. . . . . . . . . . 

 

ทางที่ต้องเดิน

 

หลวงพี่ปักกลดอยู่ใต้ต้นกระถินณรงค์ สมัยนั้นตนไม้ขึ้นยากมาก มีแต่ ต้นกระถินณรงค์ที่ขึ้นได้ กระถินณรงค์ที่อาศัยปักกลดก็ยังเป็นต้นเล็กๆ การไปปักกลดอยู่ใต้ต้นไม้ หลวงพี่ไม่ได้สังเกตเลยว่าเขามีการทำร่องระบายน้ำกันด้วย นี่คือ บทเรียนบทแรก

 

        พอฝนตกมาตลอดทั้งคืนนอนไม่ได้เลย เพราะน้ำมันท่วมหมด ต้องไปนั่งพิงเสากลด น้ำเจิ่งนอง พื้นก็แฉะ นั่งพิงอยู่อย่างนั้นจนสว่าง นี่คือบททดสอบให้เรารู้ว่า เรียนวิศวะฯ มาแล้ว ที่อยู่ต้องทำให้ดี ต้องดูเรื่องการระบายน้ำ

 

        สมัยนั้นการอบรมอยู่อย่างลำบากรุ่นหลังๆมานี้อยู่อบรมกันอย่าง กับเทวดา การอบรมทุกอย่างมีพร้อมหมด โดยที่ไม่รู้กันหรอกว่า เวลาที่เดินบนถนนลูกรังหรือเดินบนท้องนาสมัยก่อนนั้นแต่ละก้าว ลำบากมาก

 

        ฝนตกมันแฉะเดินใส่รองเท้าแตะ ดินก็พอกรองเท้าจนหนา เดิน ออกมาพอเจอลานดินเหนียว ดินก็พอกอีก แต่สมัยนั้นไม่เดินไม่ได้ มัน เป็นทางที่ต้องเดิน แล้วเดินกันไปอย่างไร ก็เดินไปอย่างนี้ พอดินพอก หนักมาก เดินไม่ไหว ต้องถอดรองเท้ามาหิ้ว แล้วเดินเท้าเปล่ากันไป

 

        คนรุ่นหลังไม่เจอโคลน แทบไม่ได้เดินย่ำโคลน ถึงรู้จักแต่พอเจอโคลนก็จะไม่อยากเดิน รุ่นปัจจุบันนี้เจอถนนลาดปูนจนเป็นปกติแล้ว เลยไม่รู้ว่าถนนปูนที่เดินอยู่มันให้ความสุขมากขนาดไหน พอได้ถนนลาดปูนมาแบบนี้ คนรุ่นบุกเบิกจึงรู้คุณค่าว่าสะดวกสบายมาก ถ้าไม่มีถนน ลาดปูนต้องเดินย่ำเลนอย่างเดียว

. . . . . . . . . . 

 

สิ่งที่ตามหา

 

หลวงพ่อทัตตชีโวท่านสอนการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิให้ ท่านสอนแบบง่ายๆ ท่านเอาดวงแก้วมาวางไว้บนมือแล้วถามว่า

 

        “คุณเห็นมั้ย"

 

        “เห็นครับ"

 

        “จำได้มั้ย"

 

         “จำไต้ครับ”

 

        “เอาไปไว้ไนท้องนะ”

 

        “ครับ”

 

        “ไปได้”

 

        หลวงพ่อทัตตชีโวท่านสอนหลวงพี่นั่งสมาธิแค่นี้ จากนั้นมาก็นั่ง ตามที่ท่านสอน จำได้อยู่ในท้อง จำได้อยู่ในท้องเพียงแค่นี้ แล้วหลวงพี่ ก็ตั้งใจนั่งสมาธิโดยไม่ได้คุยอะไรกับใคร

 

        พี่ขจรเป็นพี่ใหญ่ในการอบรม เป็นตัวโจ๋ น้องๆ ก็จะมานั่งล้อม นั่งสนทนากัน มันต้องวางใจอย่างนั้นอย่างนี้พอหลวงพี่เจอก็จะเดินหลีก ไม่ได้เข้าไปล้อมวงคุยด้วย เพราะเรามาทีหลังเขา เราต้องตั้งใจมากกว่า ทุกคน

 

        เมื่อก่อนนั่ง 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมงเป็นประจำ ทำอยู่แค่นี้ นั่งในเต็นท์ อากาศมันก็ร้อน พอมีพายุฝนมาก็กอดขาเต็นท์ใว้ไม่ให้ เต็นท์ปลิว

 

        พอวันที่ 6 วันที่ 7 ก็ได้พบกับความสุขภายใน มีประสบการณ์ ที่ดีจากการปฏิบัติธรรม ว่ามันมีความสุขอย่างนี้ ตัวเบาเป็นอย่างนี้ ดวงเป็นอย่างนี้ ความสว่างเป็นอย่างนี้ มันโปร่ง โล่ง มีความสุขที่สุดในโลก ชึ่งความสุขจากตอนที่จุดธูปแล้วนั่งให้ธูปหมดดอกนั้นมาเทียบกับตอนนี้ ไม่ได้เลย

 

        หลวงพี่มารู้ภายหลังว่า หลังจากที่เข้าไปรายงานตัวกับหลวงพ่อ ทัตตชีโวในวันแรกที่มาถึง หลวงพ่อพูดตามหลังหลวงพี่ไปเลยว่า ไอ้ หมอนี้ไม่เกิน 7 วันจะต้องมีประสบการณ์ภายในแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆไม่รู้ว่าท่านทราบได้อย่างไร

 

        ช่วงอบรมวันที่ 10 ชึ่งเป็น รุ่นที่ 2 หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้มาเยี่ยม พอเห็นหลวงพ่อธัมมชโย ความรู้สึกแว็บเกิดขึ้นทันที ข้างใน บอกหลวงพี่เลยว่า นี่คือคนที่หลวงพี่ตามหามานานแสนนาน แต่ว่ามัน นานแค่ไหนไม่รู้ บอกไม่ได้ แต่ผู้ที่หลวงพี่ตามหา หลวงพี่ได้หาเจอแล้ว

 

        พอหลวงพ่อธัมมชโยมาถึงก็กราบหลวงพ่อท่านก็มองแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง เสี้อผ้าจะเปื้อน ก้มกราบลงไปบนพึ้นดินเป็นลูกรัง”

 

        ตอนนั้นหลวงพี่ไม่ได้สนใจว่าเสึ้อผ้าจะเปื้อนหรือไม่เปื้อน แล้วท่านก็บอกว่า “ให้ตั้งใจนะ ตั้งใจปฏิบัติธรรม”

 

        หลวงพี่ก็รับคำท่าน “ครับ"

. . . . . . . . . . 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00023093223571777 Mins