
สภาธรรมกายสากลหลังคามุงจาก
ตอนนั้นใกล้จะจัดงานวิสาขบูชา หลวงพ่อท่านยังปฏิบัติธรรมอยู่บนดอยสุเทพ ท่านปรารภให้สร้างสภาธรรมกายสากลที่สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้ 10,000 คน ซึ่งจากเดิมเราสร้างศาลาจาตุมหาราชิกาจุคนได้ 500 คน และขยายไปรอบๆ รองรับได้ทั้งหมดเป็น 2,000 คนแต่ครั้งนี้งานของหลวงพ่อกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คน โดยมีเวลาในการทำงานให้ 54 วัน
เมื่อรับโจทย์จากหลวงพ่อมา เวลานั้นหลวงพี่มหาชิโตจากที่ท่านอาพาธ ท่านก็เริ่มแข็งแรงมาช่วยงานได้แล้ว จึงแบ่งงานกันว่าเราจะทำอย่างไรให้งานสำเร็จไวที่สุด ก็ต้องเริ่มต้นหาแนวคิดในการออกแบบก่อนว่า
1. อาคารหลังนี้เป็นอาคารชั่วคราว ดังนั้นจะไม่มีการตอกเสาเข็ม
2. อาคารหลังนี้ต้องมุงหลังคาด้วยใบจาก เพราะจะช่วยให้ตัวอาคารเย็นและป้องกันเสียงก้องได้ และการมุงด้วยใบจากยังทำให้ภาพลักษณ์ดูสบายๆ และสงบใจดีด้วย
3. ต้องดำเนินการก่อสร้างได้รวดเร็ว เพราะเรามีเวลาจำกัดหลวงพี่ใช้เวลาออกแบบอยู่ 9 วัน พื้นที่ที่ใช้งานมีความกว้าง 70เมตร ถ้าสร้างเสาขึ้นมาตามระยะความกว้าง 70 เมตร อาคารหลังนี้จะใหญ่โตมหึมาเลย ถ้าเป็นแบบนี้หลวงพี่ขอแบ่งอาคารใหญ่หลังเดียวออกเป็น 3 ช่วง ตรงกลาง 30 เมตร และมีซ้ายขวาข้างละ 20 เมตรอาคารนี้ก็เลยเป็นอาคาร 3 หลังต่อเนื่องกัน ซึ่งทำให้เมื่อมองเห็นอาคารจะได้ความรู้สึกนุ่มนวลไม่มหึมา ถ้าเกิดทำหลังเดียว เสาห่างกัน 70 เมตรเราก็สามารถทำได้ แต่ทำออกมาแล้วรูปทรงอาคารจะเหมือนกับโรงงานมากกว่า มันไม่เหมือนสถานที่ปฏิบัติธรรม
พอได้รูปแบบลงตัว หลวงพี่มีเวลาเหลืออยู่อีกแค่ 45 วันเท่านั้นเรื่องเสา หลวงพี่มหาชิโตขุดดินไปถึงชั้นดินเดิมและลุยเทตีนช้าง กว้างเมตรครึ่ง ยาว 2 เมตรครึ่ง ส่วนหลวงพี่ก็ไปสั่งเสาสปัน เสาสปันคือเสาเข็มที่เกิดจากแรงเหวี่ยงและยาวแม้ข้างในเสาจะกลวงแต่แข็งแรงมากหลวงพี่สั่งทางผู้ผลิตเขาเลยว่า ต้องการหัวข้างล่างใส่เหล็ก และระบุความยาวที่ต้องการไป เขาก็ทำส่งมาให้เพื่อหลวงพี่จะได้นำมาเชื่อมกับฐานที่ทางหลวงพี่มหาชิโตทำเตรียมรอไว้
พอเสามาถึง ก็เอาเสาไปตั้ง โครงเหล็กก็เชื่อมไป แล้วก็เทปูนเทตีนช้าง พอเสร็จแล้วทางหลวงพี่มหาชิโตก็ช่วยดูทางด้านการมุงหลังคาจาก
ในการมุงหลังคาจากครั้งแรกๆ นี้ เราต้องรีบลุยงานให้เดินหน้าไปก่อน ทำให้ไม่มีเวลาคัดเลือก ขนจากมาจากรังสิตครั้งละเป็น 10 คันรถสิบล้อ มาถึงก็มามุงหลังคากันทีละตับ การมุงแบบนี้ทำให้งานดำเนินไปช้ามาก ถ้ายังขืนมุงอยู่อย่างนี้อีก 2 เดือนงานก็ไม่จบ เราจึงต้องคิดหาวิธีการมุงแบบใหม่
มีการนำเอาแนวความคิดการปูกระเบื้องมาใช้ ถ้าเรานำจากแต่ละตับมาผูกเข้าด้วยกันตั้งแต่ข้างล่างเลย ก็จะได้ขนาดของแผ่นมุงจากกว้าง2 เมตร คูณ 4 เมตร พอได้อย่างนี้แล้วเราค่อยยกขึ้นไปมุง ซึ่งพอเราทำด้วยวิธีนี้ทำให้งานเราเดินหน้าได้รวดเร็วกว่าเดิม แล้วใครจะมาเป็นผู้ช่วยผูกจากเป็นตับๆ หลวงพี่นึกถึงกลุ่มผู้มีบุญที่เคยมาช่วยกันรับบุญเทปูนโบสถ์ จึงชักชวนให้มาช่วยกันรับบุญพิเศษนี้
เมื่อทุกคนเดินทางจากสะพานใหม่ จากรังสิต พอมาถึง เราก็สอนวิธีผูกจากให้กับเขา หลวงพี่ชวนลูกน้องของพวกช่างไม้ ชวนชาวบ้าน ซึ่งเขามุงบ้านด้วยจากอยู่แล้ว ให้เขามาเป็นกำลังในการช่วยสอน พอสอนหน่อยเดียวทุกคนก็ทำเป็น เพราะไม่ได้เป็นเรื่องยาก ขอเพียงทำให้ถูกผูกมัดให้แน่นเท่านั้นเอง




เมื่อก่อนรอบๆ สภาหลังคาจากยังเป็นถนนลูกรัง ก็ใช้ที่ตรงนั้นเป็นสถานที่ทำงานผูกจากกัน ตกกลางคืนทุกคนจะมานั่งผูกกัน มีตะเกียงดวงแดงช่วยส่องสว่างให้ ตอนนั้นเรายังไม่มีไฟสปอตไลต์ แต่ละคนเกิดมาก็ไม่เคยปลูกกระต๊อบหลังคาจากมาก่อน เราก็ต้องสอนว่าผูกแบบนี้นะ
เมื่อผูกเสร็จตับหนึ่งก็ลุยผูกตับต่อไปเลย ส่วนงานโครงเหล็กก็เชื่อมไปจนเสร็จ เมื่อเสร็จแล้วก็ยกโครงหลังคาเหล็กขึ้นประกอบ ยกขึ้นแล้ววาง จากนั้นก็ลุยมุงหลังคา ซึ่งพอผูกเป็นตับ ๆ เสร็จแล้วก็ยกขึ้นไปมุงเลย งานดำเนินก้าวหน้ารวดเร็วมาก ส่วนพื้นของอาคารก็ลุยปูแผ่นปูนที่ใช้สำหรับนั่งไปพร้อมๆ กัน ในที่สุดพรุ่งนี้จะเป็นวันงานแล้วเราก็ทำเสร็จภายใน 54 วัน ทันเวลาใช้งานพอดี
เสน่ห์ของสภาธรรมกายสากลหลังคามุงจาก
1. เมื่ออากาศร้อนแล้วมันไม่ร้อน ทำให้เข้ามาแล้วรู้สึกเย็นสบาย
2. ไม่มีเสียงก้อง
3. ดูแล้วไม่เป็นโรงงาน
4. นี่คือสภาหลังคาจาก ซึ่งเป็นศาลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปลี่ยน
ใบจากแต่ละทีต้องใช้รถ 10 ล้อขนกันหลายสิบคัน
5. ศาลาหลังนี้ เราใช้มาจนถึง พ.ศ. 2552 รวม 24 ปี คุ้มมาก
. . . . . . . . . .
มุ้งยักษ์
เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ที่หลวงพ่อให้มาอยู่งานบุญราชบูชาและมีการอยู่ธุดงค์ปีใหม่ด้วย งานนั้นมีการทำที่กันยุงโดยทำเป็นมุ้งล้อมรอบสภา
ธรรมกายสากลหลังคามุงจากหลังนี้ เพราะสาธุชน 10,000 คน เข้าไปอยู่ธุดงค์ในสภาฯ โดยไม่มีกลด ไม่มีอะไรเพื่อกันยุง เลยต้องทำมุ้งให้
หลวงพี่ให้เย็บมุ้ง มีประตูเข้าออกทำคล้ายๆ มุ้งโบราณ ตรงประตูที่มีคนเข้าออกตรงนี้จะมียุงเยอะ ก็ใช้พัดลมเป่าลมไม่ให้ยุงที่อยู่แถวๆหน้าประตูมุ้งบินเข้ามาได้ แต่ก็อาจมียุงหลงเข้าไปได้บ้าง แต่คนเป็นหมื่นคนอยู่ในนั้น ก็เฉลี่ยๆ กันไป ช่วงนั้นเรายังไม่มีกลดอยู่ธุดงค์จึงต้องอาศัยมุ้งยักษ์อย่างเดียว
. . . . . . . . . .
เต็นท์รอบสภาฯ
หลังจากนั้นเราก็มาปรับปรุงสภาธรรมกายหลังคาจากให้ดูดีขึ้น เริ่มเก็บรายละเอียดมากขึ้น เพราะตอนแรกเรามีเวลา 45 วัน เร่งให้ทันใช้งานซึ่งงานวันนั้นสาธุชนมาร่วม 3-4 หมื่นคน แล้วก็มีเต็นท์เล็กๆ รอบสภาหลังคาจาก จนตอนหลังก็มีการออกแบบเต็นท์ยักษ์ให้อยู่โดยรอบสภาฯเพื่อให้ทางฝ่ายเหรัญญิกได้ใช้งาน ซึ่งทำแล้วปรากฏว่าการประสานงานติดต่อในฝ่ายต่างๆ ทุกอย่างเริ่มลงตัว ก็เลยเป็นที่มาของเต็นท์ 8 และเต็นท์ 9
เต็นท์เหรัญญิกยุคแรกๆ นั้น หลังคายังเป็นผืนผ้าใบ ซึ่งพอฝนตกลงมาผืนผ้าใบจะอุ้มน้ำ อุ้มจนหลังคาป่องลงมา และพอเจอลมพายุ ลมก็กระชากผืนผ้าใบกระแทกกับโครงหลังคาเสียงดังตึงๆ เราใช้หลังคาผ้าใบมาหลายปีเพราะสะดวกและคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายเต็นท์ไปตั้งยังตำแหน่งใหม่แต่มาภายหลังพื้นที่เราค่อนข้างลงตัวไม่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยเหมือนก่อนจึงเปลี่ยนหลังคาจากผืนผ้าใบมาเป็นหลังคาเมทัลชีต (Metal Sheet) ซึ่งคุณสมบัติดีกว่าและไม่อุ้มน้ำ
. . . . . . . . . .
สภาธรรมกายสากลหลังใหม่
ตำแหน่งที่ตั้งของสภาธรรมกายสากลหลังใหม่นี้ อยู่ในส่วนของพื้นที่1,000 ไร่แรก ซึ่งก่อนหน้านี้เราใช้เป็นลานธรรมในการจุดมาฆประทีป
ในวันมาฆบูชา โดยหลวงพ่อท่านออกแบบเป็นวงกลม บอกตำแหน่งในการจุดประทีป บอกจุดที่จะประกอบพิธีกรรม จุดที่ตั้งของซุ้มกับ
ประตูชัยที่อยู่ทางด้านหน้าก่อนเข้าลานธรรม ซึ่งเราได้เริ่มทำลานธรรมเป็นเนินดินขึ้นมา แล้วมีซุ้มโค้งตั้งอยู่บนเนินดิน ในซุ้มโค้งมีองค์พระ
องค์ใหญ่สีขาวเป็นองค์พระประธาน (ช่วงปี พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2532เกิดเหตุการณ์มีผู้มาบุกรุกและมาทุบองค์พระ)
ต่อมาได้ย้ายลานธรรมไปอยู่ทางด้านอาคาร 60 ปี ในปัจจุบันพื้นที่จัดงานจึงค่อนไปทางด้านปทุมเจดีย์ ตอนนั้นเรายังไม่มีทางเข้าหน้าอำเภอ เข้าได้ทางเดียวคือเส้นถนนสีขาวที่สร้างเสร็จใช้งานได้แล้ว เราย้ายลานธรรมมาที่นี่ โดยสร้างเนินดินขึ้นมาเป็นที่จัดงานมาฆบูชาจัดอยู่สัก 2 ปี 3 ปี เราจึงมาใช้ลานธรรมที่มหาธรรมกายเจดีย์
เมื่อลานธรรมได้ย้ายไปอยู่ทางด้านอาคาร 60 ปี พื้นที่ตรงนี้หลวงพ่อบอกว่าให้สร้างสภาธรรมกายสากลหลังใหม่ให้ใหญ่เป็น 2 เท่าของสภาฯ หลังคามุงจาก
การที่สภาธรรมกายสากลหลังใหม่มีรูปร่างแบบนี้ เพราะตามที่หลวงพ่อได้วางแผนผังไว้ ด้านหน้าของสภาฯ จะเป็นมหาวิหารหลวงปู่ส่วนด้านหลังของสภาฯ จะเป็นมหาธรรมกายเจดีย์ นั่นก็แสดงว่าสภาธรรมกายสากลจะอยู่กึ่งกลางของศาสนสถานทั้งสอง ดังนั้นเพื่อให้เหมาะสม รูปแบบของสภาฯ จึงออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย

เมื่อหลวงพ่อให้ขยายสภาฯ เป็น 2 เท่าตัว ทุกๆ อย่างจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าหมด ทั้งความกว้าง ความยาว รัตนบัลลังก์จาก 30เมตร กลายเป็น 60 เมตร อาคารด้านข้าง ข้างละ 20 เมตรก็เป็น 40เมตร บันไดขึ้นลง 24 เมตร คือ ถนนรอบสภาหลังคาจาก ส่วนสแปน16 เมตรที่ติดระเบียงคือพวกเต็นท์ 7 เต็นท์ 9 แต่รูปแบบเปลี่ยนไปทุกอย่างมีที่มาที่ไปแบบนี้
เมื่อเรามานั่งดูความกว้างของสภาธรรมกายสากลหลังใหม่แล้วหลวงพี่คิดว่าคนแก่ก็มี คนสูงอายุก็มี คนที่ให้น้ำเกลือมาทำบุญก็มีเยอะแยะ ถ้าห้องน้ำอยู่ริมสภาฯ บุคคลเหล่านี้จะเดินไปถึงห้องน้ำได้เองหรือ แม้แต่เราเองเมื่อจะเข้าห้องน้ำ จะต้องเดินออกไปเป็นระยะทางที่ไกลมาก ทำให้คิดว่าน่าจะอยู่ใกล้กว่านี้ แล้วที่จอดรถจะเป็นอย่างไรก็น่าจะอยู่ไม่ไกลมาก การออกแบบจึงคิดว่าน่าจะมีข้างล่าง
หลวงพี่ยกพื้นสภาฯ ให้สูงกว่าถนน 1.20 เมตร แล้วก็ขุดลงไปเป็นแอ่งกระทะ กะความสูงของชั้นล่างไว้ประมาณแค่ 3 เมตร เพื่อให้รถวิ่งข้างล่างได้
ช่วงที่ขุดเป็นแอ่งกระทะลงไปนั้น เมื่อสร้างโครงหลังคาได้พอเป็นรูปร่าง หลวงพ่อได้มาประกอบพิธีกรรม ท่านรู้สึกชอบเพราะหลังคาที่สูงทำให้อากาศถ่ายเทดี บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย ท่านถามหลวงพี่ว่าเป็นแอ่งกะทะแบบนี้ดีแล้ว ถ้าไม่ต้องมีชั้นบนได้ไหม หลวงพี่ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะเสาที่เราออกแบบไว้จะสูง เราต้องทำคานของชั้นบนเพื่อทำเสาให้มันสั้นลง เสาจะได้แข็งแรง แล้วยังเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่จอดรถและห้องน้ำด้วย ทำให้สภาธรรมกายสากลหลังใหม่นี้จึงต้องทำเป็น 2 ชั้น

โครงสร้างของสภาฯ หลังนี้ได้ออกแบบให้ประหยัดสุด โครงเหล็กของเราบางแล้วก็เบา ดังนั้นจึงห้ามต่อเติมอะไรเพิ่มเข้ามา เพราะเราไม่ได้เผื่อโครงสร้างไว้เลย ครั้งหนึ่งเคยมีความคิดจะเอาโซลาร์เซลล์มาติดบนหลังคาสภาฯ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เผื่อรับน้ำหนักไว้ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักอย่างพอดีๆ
. . . . . . . . . .
ยกค้ำฟ้า
โครงเหล็กช่วงกลางสภาฯ เราออกแบบไว้ให้กว้างถึง 60 เมตร พอหลวงพ่อบอกว่าจะมีรัตนบัลลังก์ด้วย เมื่อเราใส่รัตนบัลลังก์เข้าไปแล้ว
ชานรัตนบัลลังก์จะมาติดช่วงเสานี้ จึงจำเป็นต้องขยายช่วงเสากลางสภาฯ ออกไปอีก จาก 60 เมตร เป็น 66 เมตร
โครงหลังคากว้าง 66 เมตร กว้างมากขนาดนี้ไม่มีใครเขาทำกันน้ำหนักโครงเหล็กต่อโครงมากถึง 20 กว่าตัน เมื่อเชื่อมโครงหลังคาเสร็จแล้วก็นำมาให้ปิดทองกันเพื่อใช้ประกอบพิธียกค้ำฟ้า ตอนช่วงที่ประกอบพิธีกรรมยกค้ำฟ้าต้องใช้รถเครนช่วยยก มีสาธุชนจับเชือกด้ายสายสิญจน์ร่วมในพิธี
ปกติแล้วเขตก่อสร้างเขาจะไม่ให้คนเข้าไป เพราะอันตราย หรือถ้าจำเป็นต้องเข้าไป คนที่เข้าไปจะต้องใส่รองเท้าบูท ใส่หมวกกันน็อกแต่งานนี้ทุกคนเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างด้วยมือเปล่าๆ แล้วพอยกโครงหลังคาที่เราเรียกว่า "ค้ำฟ้า" ทางฝ่ายพิธีกรได้พูดออกไมโครโฟนให้สาธุชนออกแรงดึงให้เต็มที่ โดยไม่ทราบว่าไม่จำเป็นต้องออกแรงดึงเต็มที่เพราะเรามีมอเตอร์ช่วยดึง สาธุชนแค่แตะเป็นพิธีก็พอ อย่างนี้จะไม่มีอันตราย แต่ถ้าออกแรงดึงกันมากๆ อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นมาได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีมงานผู้รับผิดชอบต่างหวาดเสียวกันทุกคน แม้เราจะมี
ระบบเซฟตี้ ป้องกันอันตราย 2 ชั้น 3 ชั้น แล้วก็ตาม


แต่ด้วยบุญของหลวงพ่อ บุญของคุณยาย ช่วยคุ้มภัยทำให้งานทุกอย่างราบรื่นและไม่มีอันตราย
. . . . . . . . . .
แบบแผนที่
แบบก่อสร้างสภาธรรมกายสากลนี้ไม่ใช่เป็นแบบก่อสร้างบ้าน คงต้องเรียกว่าเป็นแผนที่ ถ้าเราจะสร้างบ้าน เราเอาแบบมากางบนโต๊ะได้ แต่แบบของสภาฯ หลังนี้ เราใช้แบบขนาด 1 ต่อ 20, 1 ต่อ 50 หรือ 1 ต่อ100 ไม่ได้ ต้อง 1 ต่อ 1,000 ทำให้แบบมันกลายเป็นแผนที่ไปเลยถ้าดูแบบบ้าน กางดูก็รู้แล้วว่าตรงนั้นตรงนี้สัดส่วนเท่าไร แต่ถ้ามาดูแบบแผนที่ต้องขยายเฉพาะจุด เช่น ถ้าจะดูรัตนบัลลังก์ ต้องขยายเฉพาะรัตนบัลลังก์ออกมาดู
. . . . . . . . . .
หลังคาสเตนเลส
ในส่วนของหลังคาสเตนเลส สเตนเลสไม่เหมือนเมทัลชีต (Metal Sheet) เมทัลชีตเป็นเหล็กอ่อน พอรีดปั๊บจะได้รอยและได้ร่องแบบที่ต้องการเลย แต่สเตนเลสรีดไปแล้วจะเด้ง มันมีสปริงอยู่ในตัว และแข็งมาก การรีดสเตนเลสต้องใช้น้ำหนักมากกว่าจึงจะรีดได้ลอน คนที่รับรีด
หลังคาสเตนเลสในท้องตลาดก็ไม่มี แล้วสเตนเลสยาวๆ ในท้องตลาดก็ไม่มีด้วย ตรงนี้คุณอนันต์ อัศวโภคิน ให้เพื่อนของท่านมาช่วยรับเหมา
รีดให้
แบบหลังคาต้องดีไซน์ ลอนของหลังคาจะใหญ่-กว้าง-ลึก อีกทั้งยาวด้วย ต้องรีดได้ลอนที่รับน้ำฝนได้มากกว่าปกติ
ต้องคำนึงถึงว่า ความยาวขนาดนี้ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นขนาดนี้สเตนเลสจะขยายยึดไปกี่เซนติเมตร ต้องคำนวณเผื่อเอาไว้ การยึดติดแผ่นสเตนเลสกับโครงหลังคาจะทำอย่างไร ถ้าใส่สกรูฟิกซ์ยึดตายไปเลย เวลาหลังคายืดหดขยายตัว สกรูจะขาด ดังนั้นการดีไซน์จะต้องละเอียดอ่อนทุกขั้นตอน
. . . . . . . . . .
ไฟเบอร์กลาส
ไฟเบอร์กลาส (เป็นส่วนที่ใช้รองใต้หลังคาสเตนเลสเพื่อกันความร้อนช่วยลดเสียงสะท้อน) ที่เฟส 1 เราใช้ของบริษัทหนึ่ง พอทำเฟส 2 บริษัทที่เราใช้อยู่นี้ให้ราคาตามที่เราต้องการไม่ได้ เราจึงต้องใช้อีกบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นใยหินที่ดีกว่าเดิม ทนกว่าเดิม เก็บเสียงได้ดีกว่าเดิม กันความร้อนได้ดีกว่าเดิม แต่ราคาเท่าของเดิม
. . . . . . . . . .
งานใต้ดิน
งานที่อยู่ใต้ดินเป็นงานที่เราใช้เวลามาก เช่น การวางท่อน้ำสะอาดส่งเข้ามาใช้ในห้องน้ำ การเก็บกักน้ำสำรองไว้ใช้ หรือการปล่อยน้ำเสียออก
ไปบำบัดข้างนอก เชื่อมไปถึงวิหารคด ออกไปบำบัดที่ฝั่งคลองสามงานทุกอย่างเหล่านี้อยู่ใต้ดินทั้งหมด
แม้แต่สายไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) สำหรับใช้ในระบบแลนเพื่อรับส่งข้อมูลของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมระหว่างสภาธรรมกาย วิหารหลวงปู่ วิหารคด ธรรมกายเจดีย์ ไปถึงอาคาร 60 ปี อยู่ใต้ดินแล้วต้องมีเสถียรภาพ

ระบบไฟฟ้า ถ้าไฟดับ ไฟช็อต ก็ต้องมีไฟใช้ได้อยู่ ท่อประปาทางนี้แตก แต่ทั้งหมดต้องยังมีน้ำใช้ได้อยู่ จะเอาอะไร เข้าทางไหน ออกทางไหน ทุกอย่างต้องมีเสถียรภาพ เราจะทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องคิดทั้งหมด และตอนนี้ทำเสร็จเกือบหมดแล้ว
. . . . . . . . . .
สภาธรรมกายสากลตอนนี้สร้างมาได้ประมาณสัก 70-80 เปอร์เซ็นต์ถ้า 100 เปอร์เซ็นต์ อาคารหลังนี้จะดูสวยขึ้น ดูเรียบร้อยขึ้น เราจะไม่เห็นเสาแบบปัจจุบันนี้ จะไม่เห็นโครง จะมีแคลดดิ้งมาหุ้ม ซึ่งเป็นการประดับตกแต่ง ไม่ใช่เป็นส่วนใช้งาน เราพยายามทำส่วนใช้งานให้จบไปก่อน เพราะถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนขนาดนี้ เราต้องทำส่วนที่จำเป็นจริงๆ ก่อน
ถ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะมีป้ายชื่อเจ้าภาพผู้บริจาค มีห้องประชุมที่สมบูรณ์ บรรยากาศโดยรอบมีต้นไม้ให้ความร่มรื่น มีหญ้าสีเขียวฝุ่นจะน้อยลง และปรับปรุงระบบระบายอากาศของชั้นล่างให้โปร่งกว่าปัจจุบันนี้
. . . . . . . . . .