
การเดินทางไป 'มองโกเลีย' ค่อนข้างลำบาก ถ้าไปรถไฟก็จะต้องนั่งกันข้ามวันข้ามคืน ใช้เวลานาน แล้วก็ต้องต่อหลายต่อ ถ้าไปทางเครื่องบินจะสะดวกขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังต้องเสียเวลาดีเลย์ (Delay) เป็นประจำ
วันแรกที่หลวงพี่ไป ตามกำหนดเครื่องบินต้องออกจากกรุงเทพฯ 5 ทุ่มกว่า แต่ออกจริงตอนตี 1 กว่า เที่ยวบินนั้นไปลงที่สนามบินปักกิ่งพอไปถึงปักกิ่ง ปรากฏว่าเครื่องบินที่จะบินไปอูลานบาตอร์เมืองหลวงของมองโกเลียออกไปแล้ว เพราะว่าเราดีเลย์ต้องเสียเวลารอเที่ยวบินต่อไป เขาบอกออกเวลา 2 ทุ่ม แต่กว่าจะได้ออกจริงๆ ก็เกือบเที่ยงคืนเครื่องบินบินอยู่ 2 ชั่วโมง ไปถึงอูลานบาตอร์ตี 3 ตี 4 กะปลกกะเปลี้ยเลย สรุปว่าขาไปดีเลย์ 17 ชั่วโมง
ขากลับดีเลย์อีก 25 ชั่วโมง เขาบอกว่า พายุเข้า เครื่องบินลงไม่ได้
. . . . . . . . . .
การไปจุดประทีปที่อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ในนามตัวแทนหลวงพ่อหรือตัวแทนวัดในครั้งนั้น เป็นการจุดกระแสของชาวพุทธให้ตื่นตัวขึ้นมา ชาวพุทธที่นั่นกับชาวพุทธในเมืองไทยมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน แต่บางอย่างก็ต่างกันมาก
ประเทศของเขากำลังเปิด พระพุทธศาสนาของเขาเป็นทางด้านมหายานสายธิเบต การบูชาเทพเจ้าของเขายังมีอยู่มาก เทวดาองค์นั้นเทวดาองค์นี้ จะแสดงออกในเทศกาลของการเต้นรำ แบบที่เขาเรียกว่ามาสก์แดนซ์ (Mask Dance) คือสวมหน้ากากแล้วเต้น เต้นเป็นเทวดาเป็นปีศาจ เป็นยักษ์ เป็นพระขับไล่ปีศาจ แล้วก็มีการตีกลอง พระมาเต้นกันเอง ซึ่งอย่างนี้ทางพุทธเถรวาทของเราไม่มี
กลุ่มเยาวชนที่เขาสร้างขึ้นมามีอยู่ประมาณ 4-5 พันคน ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นคนยุคใหม่ทั้งนั้น ส่วนพุทธดั้งเดิมในมองโกเลีย ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ก็ยังเป็นมาสก์แดนซ์ แล้วการนั่งสมาธิกลายเป็นเรื่องลึกลับเรื่องไสยเวท เรื่องไสยศาสตร์ ที่ประชาชนทั่วๆ ไปยังเข้าไม่ถึง แต่พอหลวงพ่อท่านส่งหมู่คณะของเราไป เรานำวิธีการนั่งสมาธิ วางใจนิ่งๆที่ศูนย์กลางกาย นึกถึงองค์พระ นึกถึงดวงธรรม ดวงตะวัน เขาเข้าใจได้ง่ายและสามารถรับได้ ความที่ใจของเขาใสๆ ซื่อๆ ทำให้เขาเข้าถึงธรรมะได้ง่ายมาก
หลวงพี่บอกกับเขาว่า การจัดงานแบบนี้หมู่คณะของเราอยู่ไกลเดินทางมาก็ไม่ค่อยสะดวก ให้เขาสร้างคนขึ้นมา ให้เขาเริ่มต้นเหมือนกับที่วัดพระธรรมกาย คือ หลวงพ่อ คุณยาย สร้างหมู่คณะมาจากนักศึกษา จากนักเรียน โดยชวนมาอบรม มาปลูกฝังคุณธรรม แล้วก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ต่อไปก็จะแน่นแล้วก็มั่นคง
เมื่อนักศึกษาเริ่มมารวมกลุ่มทำกิจกรรมกัน เราจึงจัดนั่งสมาธิจัดคอร์สปฏิบัติธรรมแบบที่เราจัดกันทั่วๆ ไป แบบมิดเดิลเวย์ได้ผลปรากฏว่าต่อมาเขาไปตั้งชมรมพุทธศาสตร์สากล
. . . . . . . . . .
เมื่อก่อนเราพูดคุยกันว่า ชมรมพุทธศาสตร์สากล ใช้คำว่า 'สากล' แต่มีเฉพาะในเมืองไทย แล้วจะเป็นสากลได้อย่างไร ถ้าสากลจริงๆ ต้องเป็นชมรมพุทธศาสตร์จากต่างประเทศทั่วโลก เช่น จากจีน จากญี่ปุ่น จากอเมริกา จากอังกฤษ จากเยอรมัน ถ้าแบบนี้ถึงจะเป็นสากล แต่นี่มีแค่เฉพาะในเมืองไทย 50-60 สถาบัน ยังเรียกว่าสากลไม่ได้ เมื่อชมรมพุทธศาสตร์แห่งมองโกเลียตั้งขึ้นมา อย่างนี้ถึงเริ่มเข้าข่ายเป็นสากลเพราะมองโกเลียเป็นชมรมพุทธศาสตร์สากลสาขาแรกของเมืองไทย
. . . . . . . . . .
ท่านมุงจากัลเคยมาอยู่ที่วัดเรา เดิมท่านเป็นพระแบบพระของทิเบตคล้ายๆ กับเป็นนักบวชแบบพราหมณ์มากกว่า คือมีครอบครัวได้ และวัดก็เป็นที่ทำงานเท่านั้นเอง เช้ามาถึงก็มาสวดมนต์ ไหว้พระที่โบสถ์ตอนเย็นก็กลับไปอยู่ที่บ้านกับครอบครัว ที่วัดไม่มีพระอยู่ พอท่านมาเห็นที่วัดเรา วัดพระธรรมกายเป็นอาราม พระมาอยู่รวมกัน ญาติโยมก็อยู่ที่บ้านของเขา พระก็ต้องอยู่ในวัด พระสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิทำวัตรเช้า-วัตรเย็น มีระบบ มีระเบียบ มีการทำบุญแบบนี้ คือสิ่งที่ท่านต้องการเอาไปเป็นแบบอย่าง
ท่านบอกพระจริงๆ ในใจท่านต้องเป็นอย่างนี้ พอท่านกลับจากวัดพระธรรมกายไปที่มองโกเลีย ท่านไม่กลับไปอยู่บ้านอีกเลย อยู่แต่ในวัดแล้วภรรยาก็ไม่อยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ยุ่งกัน แต่ว่าท่านก็ยังรับผิดชอบลูกชาย ยังอบรมและให้การสนับสนนอยู่
การที่ท่านมุงจากัลลุยงานพระพุทธศาสนาแบบเดี่ยวๆ โดดๆโดยปฏิบัติเหมือนกับทางสายของเราอย่างนี้ ท่านจึงเจอแรงต้านมากเพราะว่าคนรุ่นเก่า เขาต้องการกินข้าวได้ทั้ง 3 มื้อ สามารถแต่งงานได้มีครอบครัวได้ แต่ท่านไปทำแบบสวนกระแสกิเลส สวนกระแสของหมู่คณะของท่าน จึงต้องเจอแรงต้านมากมาย หลวงพ่อแนะนำให้ท่านมุงจากัลทำแบบนุ่มนวล อ่อนน้อมเข้าไปหา อย่าไปโจมตีใคร ไม่ว่าร้ายใคร เราพอใจ เราศรัทธาวิธีการแบบนี้ เราก็ทำของเราแบบนี้ ถ้าใครเห็นดีก็มากับเรา แต่อย่าไปบอกว่าเขาไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านมุงจากัลก็ทำตาม
. . . . . . . . . .
เวลาเราไปจัดงานวิสาขบูชาที่มองโกเลีย รัฐบาลเขาร่วมสนับสนุนด้วยเขาโปรโมต (Promote) ว่าจะมีการจุดประทีปในวันวิสาขบูชา เขาเริ่มมาถ่ายทำตั้งแต่เราเริ่มเตรียมงาน ดูสถานที่ เขาทำออกมาเป็นซีรี่ส์(Series) ให้คนติดตามตลอดว่าตอนนี้การเคลื่อนไหวของเราเป็นอย่างไรเท่ากับปูทางการประชาสัมพันธ์ให้เราตลอด พอถึงวันงานคนมาแบบถล่มทลาย เยอะเกินกว่าที่คิดมาก
เขาอัศจรรย์ใจที่เกิดปาฏิหาริย์ของพระพุทธศาสนา จะว่าเป็นบารมีธรรมของพระพุทธเจ้าก็ได้ พอไปถึงดินฟ้าอากาศก็เปลี่ยน แม้แต่คนในอูลานบาตอร์ คนในมองโกเลียเขาบอกว่าไม่เคยเกิดอย่างนี้มาก่อนอย่างเช่นเราไปจัดงานวันวิสาขบูชาครั้งแรก ตอนเราไปวันแรกต้นไม้ยังโกรนๆ อยู่ แห้งแล้ง ฤดูกาลของเขาเข้าสู่ฤดูร้อน พอเราเข้าไปพักในที่พักซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสนามกีฬาซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ตอนเช้าตื่นขึ้นมาเปิดหน้าต่างออกไป จากที่เห็นต้นไม้โกร่นๆ ทุกต้นต่างก็ผลิใบออกมาเขียวทั้งต้น แล้วไม่ใช่เป็นเฉพาะหน้าโรงแรมที่เราพักเท่านั้น แต่เป็นทั้งเมืองเลย
คนในโรงแรมที่ประจำอยู่เคาน์เตอร์ เขาบอกว่าไม่เคยเกิดอย่างนี้มาก่อนเลย อัศจรรย์จริงๆ ที่ต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ ผลิดอกออกใบเขียวทั้งเมือง ทำให้หลวงพี่นึกถึงตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติ และตรัสรู้ ดอกไม้ ใบไม้ผลิ มีเสียงนกร้อง มีบรรยากาศรื่นรมย์ คงจะเป็นอย่างนี้ เพราะว่ามีสิริมงคลเกิดขึ้นแล้วในแผ่นดินของเขา พอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา ทีมงานทุกคนต่างก็มีกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่
ปีต่อมาเมื่อเดินทางไปจัดงานอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ช่วงที่ไปนั้นบ้านเมืองเขาเป็นฤดูร้อน แต่เมื่อคณะของเราไปถึงกลับมีหิมะตกเย็นสบายทั้งเมือง ไม่หนาวด้วย พวกเจ้าหน้าที่ของเขายังบอกว่าแปลกจังเลย เมื่อคณะเราไปถึงมักจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเขาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
. . . . . . . . . .
ลอยโคมที่มองโกเลีย
ตอนที่เราจะไปจัดงานจุดประทีป ลอยโคม เขาไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรท่านมุงจากัลพยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเขาก็ไม่ยอมเพราะเขาไม่เข้าใจ เขาบอกว่า คุณก็รู้ว่าที่นี่แห้งแล้ง แล้วถ้าโคมที่คุณจุดไฟลอยขึ้นไป ตกลงมามันจะไหม้เลย ต้นไม้เราก็มีน้อยอยู่แล้ว แล้วใครจะรับผิดชอบ
ท่านมุงจากัลท่านหาวิธีการ ท่านขอรับผิดชอบเอง ทางตำรวจก็เลยให้จัด แต่ระหว่างที่จัดมีรถดับเพลิงมารอเตรียมพร้อมเป็นสิบคันเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยคอยอยู่ข้างนอก ถ้าเกิดไฟไหม้อะไรขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที วันนั้นหน่วยดับเพลิงทั้งเมืองเตรียมพร้อม
เวลาจัดงานก็ต้องขายบัตรเพื่อหาทุนจัดงานโดยใช้สนามเบสบอลซึ่งมีรั้วคล้ายๆ ลวดตาข่ายที่เราเห็นในสนามเทนนิส แต่เป็น 2 ชั้นเป็นสถานที่จัดงาน คนเข้ามาซื้อบัตรเกินกว่าที่เราคาดไว้ แห่มาจนล้นจนกำแพงพัง
ในพิธีมีการทำสเตจขึ้นมา หลวงพี่ก็นั่งบนสเตจ ขณะที่ทำพิธีมอบพระธรรมกายที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ผู้คนเขาตื่นเต้นแล้วก็ศรัทธากันมาก แล้วยิ่งได้จุดประทีปด้วยก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะประเพณีทางมหายานเขาชอบจุดไฟบูชาพระกันอยู่แล้ว เวลาเขาจุดเขาจะใช้ชาม แล้วก็มีน้ำมัน มีไส้ขาวๆ จุดแล้วก็สวดมนต์อยู่ข้างหน้า เราก็ทำแบบเดียวกัน
โคมประทีปที่ใช้จุดในพิธี มีไส้โคมที่ทำมาจากฝ้าย ฝ้ายของเขาฟั่นด้วยมือของเขาเอง เขาใช้ฝ้ายดี จุดไม่มีควัน ของเราเป็นไส้แบบเชือกฟั่นซึ่งยังมีควัน การจัดพิธีจุดประทีป จุดโคมแบบนี้เข้ากับประเพณีของเขา เขาก็ชอบ เวลาตามประทีปขึ้นไปเต็มท้องฟ้า เขาก็ชอบประทับใจเมื่อเราพูดอย่างไรเขาก็ปฏิบัติตาม เป็นระเบียบเรียบร้อย พอบอกให้จุดพร้อมๆ กัน เขาก็ทำตาม บอกให้ปล่อยก็ปล่อยพร้อมเพรียงกัน ทำให้ภาพที่เห็นสวยงาม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ และมีพลังมาก
. . . . . . . . . .
ในงานครั้งแรก ตอนที่มอบพระพุทธรูปให้ทางมองโกล พวกเขาจะเอาหน้าผากของเขามาแตะที่องค์พระหรือพระประธานที่เรามอบให้ด้วยความศรัทธา ต่างก็กระโดดขึ้นมาบนเวทีเพื่อจะเอาหน้าผากมาแตะที่องค์พระ เวทีเป็นแค่นั่งร้านเหล็กธรรมดาไม่แข็งแรงมากพอที่จะรับน้ำหนักคนจำนวนมาก เวทีเราสูงประมาณ 2 เมตร เมื่อพวกเขากระโดดขึ้นมาบนเวทีมากเข้า ปรากฏว่านั่งร้านค่อยๆ จมลง แล้วเวทีก็พัง
น่าแปลกมาก เวทีตรงบริเวณที่ตั้งองค์พระกลับยุบลงมาตรงๆองค์พระไม่มีหกคะเมนเลย เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ซึ่งโดยปกติถ้าเสียศูนย์จะต้องหกคะเมน แต่นี่ยุบลงมาตรงๆ เลย แล้วมาตั้งอยู่นิ่งๆ แต่งานในวันนั้นก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้หมู่คณะเราเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
เราได้ปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของวัดเราให้กับเขาเช่น การกราบ ปกติเขาจะกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ คือ หน้าผาก 1หน้าอก 1 ฝ่ามือ 2 ข้อศอก 2 หัวเข่าอีก 2 ลงไปทั้งตัวเลย 8 จุดลงไปนอนเลย เมื่อเราไปเราก็สอนกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ให้เขากราบแบบท่าเทพบุตร เทพธิดา เพียงแค่ 5 จุดคือหน้าผาก 1 ฝ่ามือ 2แล้วก็หัวเข่า 2
ในงานนี้ไม่มีอุบัติเหตุอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างเรียบร้อยหมด เพราะโคมต้องคิวซี (Quality Control) ตรวจสอบอย่างดี พอเราคิวซีแล้วเราควบคุมดีๆ ก็จะปลอดภัย ไปถึงที่โน่นเราก็พยายามเน้นเรื่องความปลอดภัยไว้ก่อน เพราะหากเกิดมีอุบัติเหตุขึ้นมา ปีต่อไปไม่ต้องพูดถึงกันเลย แต่นี่จัดครั้งแรกผลออกมาดี คนก็ศรัทธาชื่นชม
ครั้งต่อมาหมู่คณะเราไป พอลงจากเครื่องบินมีเจ้าหน้าที่ของเขาออกมาต้อนรับเข้าห้องวีไอพี (VIP) อย่างดีเลย เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่ที่สนามบินเขาไม่รู้ว่า คนที่โกนศีรษะแล้วก็นุ่งห่มผ้าเหลืองๆ นี้คือใครเป็นอะไร พอตอนหลังพระมาถึงที่สนามบิน เขาออกมาให้การต้อนรับถามว่าทำไม เขาบอกว่า ลูกสาวเขา ลูกชายเขา มาเข้าโครงการชมรมพุทธฯ พอกลับไปบ้านแล้วดีมาก
ตอนหลังเขาเริ่มรู้ว่า พระมาสอนให้ลูกเขาเป็นคนดี รู้จักเคารพพ่อแม่ ก่อนนอนจะต้องไปกราบเท้าพ่อแม่ ถามเขาว่า แล้วเมื่อก่อนไม่ได้ทำหรือ เขาบอกว่าไม่ได้ทำ อย่างมากก็แค่เรียกว่า ม้า ป๊า แล้วก็เข้านอน หรือมากที่สุดเลยก็เข้ามากอด หอมแก้มแล้วไปนอน แต่เดี๋ยวนี้ลูกเข้ามากราบเท้าพ่อแม่แล้วค่อยเข้านอน ลูกเขาดีมากเลย เขาปลื้มพวกเขาซึมซับและรับวัฒนธรรมที่ดีงามของเราไปใช้ได้อย่างดี
เราได้เห็นนักศึกษาของเขาที่มาช่วยงานทั้งผู้หญิงผู้ชายเข้มแข็งและแข็งแรงมาก ความมุ่งมั่นหรือมุมานะของนักศึกษาเขาในการทำงานพระพุทธศาสนามีสูงมาก เรารู้สึกได้ว่า เมล็ดพันธุ์แห่งความรักและศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาได้ถูกปลูกฝังลงไปในใจของนักศึกษาที่มาช่วยงานเหล่านี้แล้ว
. . . . . . . . . .