
พระอาจารย์ : ให้มีเวลาสั้นๆ ในการหลับตาแล้วก็รวมใจ ผ่อนคลายพอสบายๆ กันสักครู่นะ ให้เราหลับตา ดวงใจ ผ่อนคลายสบายสบาย... ในวินาทีนี้ ลองให้โลกไม่ต้องมีเรื่องอื่นมาวุ่นวาย แค่กลับมา รู้ทันร่างกาย รู้ทันใจ รู้ทันตัวเองได้ไหม... ให้นาทีสุดท้าย เราขอบคุณที่เรารอดชีวิตมาอีกหนึ่งวัน ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายโปรดจงมีความสุข อันตัวเรานั้นตายแน่ ตายแน่
คุณอุ้ม (Moderator) : เราเติบโตมายังต้องพิจารณาตัวเองอยู่เสมอเลยนะคะ... แต่บางครั้งความพยายามกลับกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้เรารู้สึกว่าตอนนี้เรายังไม่ดีพอ เรื่องที่จะแชร์มาจากบทสนทนากับเพื่อน... เขาก็พูดมาคำว่าก็มันก็ปกตินะ มันก็ธรรมชาติมากเลยที่เราจะต้องการความมั่นคงหรือต้องการความรัก... สิ่งเดียวที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ยังดำรงอยู่ได้ก็คือความผูกพันและการดูแลกันค่ะ
ดังนั้นเนี่ยการต้องการความรัก หรือว่าการต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือทางพันธุกรรมของเราค่ะ... พอมันเป็นเรื่องปกติอะค่ะ รู้สึกว่าตัวเองปกติมันก็ใจเบาค่ะ พอเราเข้าใจ เราก็ไม่กล้าที่จะแก้ไขมันแบบที่บางคนทำ
พระอาจารย์ : ในความเป็นมนุษย์อ่ะ สิ่งหนึ่งที่เรามีเหมือนกันคือความทุกข์... หมายความว่าโดยธรรมชาติ มนุษย์เราทุกคนมีความไม่สบายกายไม่สบายใจ มีสิ่งที่ไม่ลงตัวอยู่แล้ว ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่เราใช้คำว่าเราไม่ได้ยอมรับความทุกข์ของตัวเอง เราอยากจะหมดทุกข์ ทำให้หลายครั้งการพัฒนาตัวเอง จึงเป็นการพัฒนาที่ผลักไสตัวเองไปด้วย
"ยอมรับความไม่สมบูรณ์ที่ตัวเองมี แม้ว่าวันนี้จะอยากดีกว่านี้ก็ตาม...
ไอ้ความยังไม่สมบูรณ์ของเราอ่ะ มันก็แค่เรื่องปกติ"
อยากให้ตระหนักให้ดี เมื่อมันก็แค่เรื่องปกติ เรื่องธรรมดา เรื่องไม่สมบูรณ์ หน้าที่ของเราคงเป็นว่า ก็แค่เข้าใจความเป็นปกติของเราให้ได้มากๆ แล้วไม่จู่โจม ไม่หงุดหงิด ไม่อึดอัด... อย่าพยายามไปยัดเยียดความสมบูรณ์และอยากให้ทุกคนได้ดั่งใจ โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่ำกว่าเราอะ หลายครั้งเราชอบยัดเยียดความได้ดั่งใจในสิ่งที่เราฝึกมาดีแล้ว และไปเฆี่ยนตีเขา ทั้งที่จริงๆ เขาอะ ก็จำเป็นจริงๆ ในการที่จะต้องเรียนรู้และเติบโต
คุณสา (ผู้ร่วมรายการ) : หลังหลังหลังจากที่เข้าร่วมฟังธรรมจากหลวงพี่เนี่ยมาสักระยะนึง... วางตัวกับพ่อบ้านนี่คือคล้ายคล้ายแบบเหมือนเหมือนเป็นหมาเป็นบ้า... แต่ว่ามันก็ทำให้เราไม่สอน เพราะเรามีกับทุกอย่างที่อยากจะเปลี่ยน เลยตั้งใจดับไว้... สิ่งแรกที่ได้เจอก็คือเขาก็เป็นเขานั่นแหละ... เราปล่อยไปได้โดยที่เราไม่ต้องกดใจหรืออะไร ทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติทั้งนั้นของมันเองนะคะ พระอาจารย์ : อยากเป็นกำลังใจให้ครับและอยากให้มองเห็นว่าความพยายามตลอดสามสิบปีไม่สูญเปล่า... อย่างน้อยที่สุดเราได้บุญทุกวันที่เราไม่โกรธไม่หงุดหงิด และหลวงพี่ใช้คำว่าปรนนิบัติดูแลคนในครอบครัวสมควรแก่บุญคุณที่เราเกื้อกูลกันมา
คุณเดือน (ผู้ร่วมรายการ) : ตอนนั้นเนี่ยถามเรื่องถูกเลิกจ้างแล้วทำใจยังไงอะคะ ก็ได้ธรรมะจากพระอาจารย์... ตอนนั้นผ่านมาได้ คือตอนนั้นก็คือดีมากนะคะ คือพระอาจารย์อยากให้อย่าไปยึดตัวตน ปล่อยวาง... ไม่ต้องไปอาฆาตใครให้ใจเราหนักเพิ่มกว่านี้แล้ว พอแล้ว ไปชาตินี้
พระอาจารย์ : ยินดีนะครับ คือไม่ต้องไปยึดติดตัวตนตัวเอง... ใครก็ตามที่เข้ามา เขามีกรรมของเขา เรามีกรรมของเรา ทุกคนต่างมีกรรมมีเรื่องราวของตัวเอง และเข้าใจแล้วก็รักตัวเองในแบบที่ดีที่สุดนะครับ
พระอาจารย์ : ในการเป็นมนุษย์เรามีความไม่สมบูรณ์ ในเมื่อเราเกิดมาเจอแล้วขออย่างเดียว อย่าอาฆาตกันข้ามชาติเลย ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บความแค้นสุมอกเอาไว้ในใจ โดยที่สุดท้ายแล้วมันเผาเราตั้งแต่แรกที่เราคิดจะแค้นแล้ว... ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสบายกายสบายใจ ขอให้ปฏิบัติธรรมโดยสะดวก เข้าถึงธรรมได้โดยเร็วพลันทุกท่านเลยนะ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/live/uIbqbvcwnN8?si=FQTLdWuoQ3_D3Ycm