
พระอาจารย์ : ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการพระไตรปิฎกยามเช้า รายการพูดคุยถามตอบเรื่องธรรมะที่ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย ปรับใช้ได้ทันที วันนี้เราอยู่กันในชื่อตอนที่ เลิกเสแสร้งกับตัวเอง เจริญพรทุกท่านในยามเช้าวันนี้ทุก ๆ คนเลยนะครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการพระไตรปิฎกยามเช้าก่อนทุกท่านเลยนะ ยินดีต้อนรับในยามเช้านี้ ขออภัยที่เลทนิดนึงนะครับ พอดีเมื่อเช้าไปติดภารกิจด่วนจริงจริง เลยทำให้วันนี้มันเอ็กซิเดนท์แต่ว่ายังอยากจะมาเจอทุกท่านนะครับ
วันนี้เรามาเข้าสู่เมนคอนเทนต์กันเลย เราคุยกันเรื่องว่า เลิกเสแสร้งกับตัวเอง คืออะไร ในชีวิตจริงกว่าเราจะรู้ตัวว่าตัวเราจริง ๆ รู้สึกอะไร หลายครั้งเราเสียเวลาฟังคนอื่นมาเยอะ และเราเสียเวลาทำให้คนอื่นถูกใจมาเยอะ คือเช่นสมมุตินะครับ เราก็รักแม่ เราก็อยากกตัญญูกับแม่ เราก็ตั้งใจทำดีแหละ แต่ลึก ๆ ความกตัญญูนั้นถูกกดไปด้วยความรู้สึกอยากให้แม่รัก อยากให้แม่เข้าใจ อยากให้แม่เห็นใจ คือถามว่ามันมีความกตัญญูอยู่ไหม คำตอบคือมันก็มี แต่ไอ้ความกตัญญูนั้นเนี่ย มันถูกความรู้สึกอยากให้เขารักคลุมไปด้วย ความกตัญญูนั้นก็มีความรู้สึกอยากให้เขาโอเค อยากให้เขาเห็นใจอยู่ด้วย หรือถ้าพูดง่าย ๆ กว่านั้นคือ มันมีทั้งหมดเลยครับ ทั้งความรู้สึกอยากให้รัก อยากให้เห็นใจ และก็ความรู้สึกกตัญญู มันมีทั้งหมดเลยครับ
ฉะนั้นหลาย ๆ คนจึงมีอารมณ์ประมาณว่า ขณะที่ฉันอยากให้สิ่งดี ๆ เกิด ลึก ๆ ตัวฉันก็อยากให้มีคนรักไปด้วย ไอ้การทำความดีของเรา หรือการทำงานของเรา หรือการตั้งใจดีของเราเนี่ย จริง ๆ เนี่ยมันดีอยู่แล้ว แต่พออยากให้คนรักไปด้วย หลายครั้งมันเลยผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจเดิม ความตั้งใจเดิม ลึก ๆ เราอาจจะอยากกตัญญูกับแม่ เช่น เราอยากตั้งใจทำงานแหละ แต่พอมีคนชม มีคนด่า ความน้อยใจมันเกิด เราเลยเริ่มรู้สึกว่า หรือเราไม่มีค่านะ ที่หลวงพี่ใช้คำวันนี้ว่า อย่าเสแสร้งกับตัวเอง คือ เฮ้ย ตอนเราตั้งใจจะทำน่ะ เราไม่ได้แคร์ว่าใครสนใจไหม เราทำเพราะเรารักตัวเองนะ เราทำดีกับแม่ เรารักตัวเอง เราตั้งใจทำงานนี้เพราะตัวเอง ทำไมพอมีคนชมคนด่า คนบอก อยู่ดี ๆ ความตั้งใจของเราไปเกาะกับการที่คนอื่นยังรัก หรือยังไม่โอเคกับเราล่ะ
พวกเราหลายคนเป็นไหมครับ ที่ตอนแรกก็ว่าตั้งใจดี ตอนแรกก็ว่าคิดดีพูดดีทำดีแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งที่ตั้งใจดี แต่ทำไมสุดท้ายกลับอยากให้คนอื่นเขารัก กลับอยากให้คนอื่นเขาชม กลับอยากได้รับความสนใจ กลับอยากกลายเป็นว่าอยากให้เขาสนใจ อยากให้เขาชม อยากให้เขาโอเค หลวงพี่คิดว่าเราควรจะมีเวลาได้กลับมาสำรวจตัวเองว่าเราเสแสร้งกับตัวเองอยู่ไหม เสแสร้งคือจริง ๆ เราทำเพื่ออะไรกันแน่ ทำไมต้องมานั่งน้อยใจด้วย ทั้งที่ตอนเราทำเราไม่ได้สนใจสักหน่อย เรามาสมัครงานเราไม่ได้สมัครเพราะหัวหน้างานสักหน่อย เรามาทำงานเพื่อตัวเอง ทำไมถึงต้องเอาใจไปเกาะเกี่ยวกับคนอื่น
คนชนะใจตัวเองจริง ๆ จะไม่เสียเวลาเลย เราตั้งใจทำดีเพราะวันนี้เราตั้งใจ คือเราหวังผลของความดี ไม่ใช่หวังให้ใครมาสนใจความดีของเรา แน่นอนเราตั้งใจทำดี เราหวังว่าตัวเองจะดีขึ้น ซึ่งอันนั้นน่ะหวังได้ แต่ไม่ใช่หวังผลแบบคนอื่นช่วยสนใจฉันหน่อย คนอื่นโอเคกับฉันหน่อย คนอื่นอยู่กับฉันหน่อย หลวงพี่รู้ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว หลวงพี่รู้ว่าเราไม่ได้แย่ ไม่ได้ผิด ไม่ใช่คนเลวร้าย และเอาจริง ๆ ที่เราทำดีมา มันก็ไม่ได้มีอะไรที่จะบอกเลยว่าเราแย่หรือเราไม่ดี แต่ทุกวันนี้ที่ทำดีอยู่เนี่ย เสแสร้งอยู่ไหม ทำดีเพราะใคร ทำดีเพราะอะไร ทำดีเพราะตัวเราเองจริงๆ สัญญาและรักตัวเองใช่ไหม ไม่ใช่ทำดีแล้วรอโทษคนอื่นใช่ไหม
ที่ทำดีอยู่ทุกวันนี้ ทำดีเพราะตัวเองอยู่หรือเปล่า ทำดีโดยหนักแน่นกับตัวเองอยู่หรือเปล่า ทำดีโดยใจกำลังเคารพตัวเองอยู่จริง ๆ หรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ ทำดีเพราะรัก หนักแน่น เคารพตัวเองนะ พร้อมโอเค และรักตัวเองมาก ๆ หลวงพี่ก็จะบอกว่าถูกต้องแล้ว ต้องทำดีด้วยใจแบบนี้แหละ ถึงจะเรียกว่าถูกต้องจริงๆ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวถึงจุดหนึ่งก็จะไปโทษคนอื่น จงหนักแน่นเลยว่าจริง ๆ เรารักตัวเองแหละ ทุกการกระทำของเราไม่มีอะไรที่จะโทษใครแล้ว ไม่เสแสร้ง ไม่มัวตามใจ ไม่มัววิ่งตามคนอื่นอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ฉันรักตัวเองแล้ว ฉันโอเคแล้ว ฉันนิ่งกับตัวเองแล้ว หลวงพี่อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย รู้ว่าการที่เราจะแค่หนักแน่นกับตัวเองน่ะมันไม่ายเลย แต่ว่าถ้าเราตั้งใจจะรักตัวเอง อะไรก็ตามย่อมเป็นไปได้นะครับ
ผู้ดำเนินรายการ : หลวงพี่ครับ ผมมีคำถามหนึ่ง คือเวลาผมใช้ชีวิตไปกับคนรอบตัว สิ่งหนึ่งที่มันค่อย ๆ ไหลไปคือ ความคาดหวังกับเขาในเรื่องนู้นเรื่องนี้ แล้วมันพาใจผมออกไปเกาะเกี่ยวกับความคาดหวัง ไอ้อย่างนี้เรียกว่าเสแสร้งแล้วหรือยังครับ?
พระอาจารย์ : หลวงพี่มองว่าเมื่อเราเปลี่ยนจากการตั้งใจทำเพื่อตัวเอง คือเปลี่ยนไปจากความตั้งใจแรก แล้วความตั้งใจนั้นกลับกลายเป็นว่ามั่นคงน้อยลง นั่นแปลว่าเสแสร้งแล้ว เช่น ก็น่าจะทำเพื่อตัวเองนะ สักพักรู้สึกว่ามีคนชมก็ดี เออ งั้นก็ทำให้คนยอมรับด้วยละกัน สักพักความตั้งใจมันจะเล็กลงครับ เล็กลงคือจากความหนักแน่นอยู่ที่ตัวเอง กลายไปเป็นสนใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ อันนั้นน่ะแปลว่ากำลังสร้างปัญหาและภาระให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัวแล้วครับ
วันนี้ขอแรปอัพและขออภัยที่เลทนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจยังเข้ามาฟังกัน ขอให้ทุกท่านที่ตั้งใจเข้ามาฟังธรรม พบเจอแต่เรื่องดี ๆ มีใจบริสุทธิ์เบาสบาย คิดพูดทำสิ่งใดก็สมความปรารถนาอย่างง่าย ๆ มีความสุขอย่างง่าย ๆ และเมื่อตั้งใจทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จสมดังใจหมายทุกสิ่งทุกประการเทอญ หลวงพี่ขอให้ทุกท่านที่กำลังเจอเรื่องต่าง ๆ อยู่ รับมือได้ มีหนทางผ่านไปได้ และ กลับมาถามใจตัวเองว่าที่เราทำอยู่ เราทำด้วยความตั้งใจแบบไหน รักตัวเองอยู่ไหม โฟกัสอยู่ไหม ทุ่มเทอยู่ไหม ขอให้ผ่านไปได้โดยง่าย ๆ ทุกคนเลยนะครับ
คุณใหม่ : วันนี้ของใหม่จะได้ตกผลึกว่า จากการทำความดีด้วยความตั้งใจที่เป็นของเราในตอนแรกเนี่ย ถ้าเกิดเราเริ่มไปผูกโยงกับความต้องการความสนใจ ความรัก การยอมรับจากคนอื่น ก็จะกลายเป็นการทำตามความต้องการของคนอื่นไป แล้วมันก็จะลดทอนความเคารพในตัวเอง ความรักในตัวเอง เพราะว่าเราเอาใจไปไว้ที่คนอื่นแทน ใจของเราเลยไม่หนักแน่น และกลายเป็นความเสแสร้งที่จะทำความดี เพราะการทำความดีนั้นเป็นการทำเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ มากกว่าทำเพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการกระทำนั้น ใจที่ทำไม่เหมือนกัน เลยทำให้เราเคารพตัวเองได้ต่างกัน และเห็นคุณค่าของตัวเองได้ไม่เท่ากันค่ะ
พระอาจารย์สัจจาธิโก
ฟังเพิ่มเติมได้ที่
https://www.youtube.com/live/Tv_fK9EX5LQ?si=gpZrXN2rzXJTwtcJ